ล่วงมา ๒๖ วัน กับอีก ๒๖ คืนกับการสมาทานไม่นอนหลังติดพื้นตลอดทั้งพรรษา
ในช่วงแห่งรัตติกาลที่เมื่อก่อนเคยได้สุขและสบายกับการนอนมากว่ายี่สิบเก้าฝน ยี่สิบเก้าหนาว จนคิดว่าตอนนอนนี่แหละสุขที่สุดแล้ว
แต่ ๒๖ วันที่ผ่านมานี้ ฉันตั้งใจแน่วแน่ที่จะ “เรียนรู้ทุกข์ และอยู่กับทุกข์” ฉันจึงตั้งใจมั่นว่าตลอดพรรษาทั้งสามเดือนนี้ ฉันจะเรียนรู้เจ้าทุกข์แห่งสังขารนี้ที่มีติดตามตัวมาตั้งแต่เกิด
ช่วงสองสัปดาห์แรก ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสบาย ๆ จนฉันคิดคะนองกายว่ายังหนุ่มยังแข็งแรงอยู่ "ฉันยังประมาทอยู่..."
เมื่อสัปดาห์ที่สามผ่านไป ความอ่อนล้า ความทุกข์ "ทำให้ใจนั้นกระวนกระวายเล่าร้อนที่จะหาความสุขและจิตกระเพื่อมจนฉันเห็นได้ชัด"
ในช่วงกาลที่เรียกว่าค่ำคืนของสัปดาห์ที่ ๔ ฉันทุกข์กายอย่างแสนสาหัส อาการปวดหลัง ปวดสะโพก รุมเร้าเข้ามาสารพัด จนบางครั้งฉันต้องถามตัวเองว่า "ฉันต้องมาทนทุกข์อยู่แบบนี้ทำไม...?"
แล้วคำตอบของฉันในวันนี้ ก็คือ “ฉันจะเรียนรู้ทุกข์ เพื่อที่จะวางทุกข์นั้นให้หลุดออกจากใจเสียให้ได้...”
ถ้าชีวิตไม่รู้จักความทุกข์ ฉันก็จะคิดว่าชีวิตนี้สุขสบาย แล้วฉันก็จะใช้ชีวิตนี้อย่างประมาท
คนที่มีชีวิตแล้วไม่รู้จักชีวิต ชีวิตนั้นก็จะกัดกินตนเอง ฉันใด
เมื่อฉันมีชีวิตแล้วไม่รู้จักความทุกข์ ความทุกข์นั้นก็จะกัดกินกายและใจของฉันในทุกวันและทุกคืน ฉันใดก็ฉันนั้น
ช่วงเวลานี้ฉัน “ทุกข์จริง ๆ”
ฉันจะใช้ช่วงเวลาที่ทุกข์จริง ๆ นี้ เรียนรู้ทุกข์ แล้ววางทุกข์ เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับทุกข์ได้อย่างมีความสุขที่แท้จริง...

นมัสการค่ะ
ขออนุญาต อนุโมทนา สาธุ กับ ความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวของพระคุณเจ้า...ที่จะเรียนรู้ทุกข์ เพื่อ วางทุกข์
ทำให้เกิดความตระหนักในทันใดว่า...ท่านผู้กำลังเรียนรู้ทุกข์ ยังเมตตาให้ปัญญาแก่ผู้อื่นได้ .. เราทำอะไรอยู่...
สาธุ สาธุ สาธุ
น้อมรับธรรมะใส่ใจค่ะ
นมัสการพระอาจารย์สุญฺญตา
มาให้กำลังใจครับ
นมัสการครับ
นมแม่ ช่วยป้องกันเด็กตาบอด (3)
โดย นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...
เครื่องจองจำที่ทำด้วยเชือก เหล็ก หรือโซ่ตรวนใด ๆ เราไม่กล่าวว่าเป็นเครื่องจองจำที่แข็งแรงทนทานเลย
แต่เครื่องจองจำคือ บุตร ภรรยา ทรัพย์สมบัตินี่แล ตรึงรัดมัดผูกสัตว์ทั้งหลายให้อยู่ติดอยู่ภพอันไม่มีที่สิ้นสุด
เครื่องผูกที่ผูกหย่อน ๆ แต่แก้ได้ยาก คือ บุตร ภรรยา ทรัพย์สมบัตินี่เอง รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ นั้น เป็นเหยื่อของโลก เมื่อบุคคลยังติดอยู่ในรูปเป็นต้นนั้นเขาจะพ้นจากโลกมิได้เลย
ไม่มีรูปใดจะรัดตรึงใจของบุรุษได้เท่ารูปแห่งสตรี (พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย... สังสารวัฏนี้หาเบื้องต้นเบื้องปลายได้โดยยาก สัตว์ที่พอใจในการเกิด ย่อมเกิดบ่อย ๆ และการเกิดใดนั้นตถาคตกล่าวว่าเป็น “ความทุกข์” เพราะสิ่งที่ติดตามความเกิดมาก็คือ ความแก่ชรา ความเจ็บปวดทรมาน และความตาย...
ความต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ความต้องประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก ความแห้งใจ ความคร่ำครวญ ความทุกข์กาย ทุกข์ใจ และความคับแค้นใจ
อุปมาเหมือนเห็ดที่โผล่จากดินแล้วนำดินติดขึ้นมาด้วย
หรืออุปมาเหมือนโคซึ่งเทียมเกวียน แล้วจะเดินไปไหนก็มีเกวียนติดตามไปทุกหนทุกแห่ง สัตว์โลกเมื่อเกิดมาก็นำความทุกข์ประจำสังขารติดมาด้วย ตราบใดที่เขายังไม่สลัดความพอใจในสังขารออก “ความทุกข์” ก็ย่อมติดตามไปเสมอ เหมือนโคที่ยังมีแอกเกวียนครอบคออยู่ ล้อเกวียนก็ย่อมติดตามไปทุกก้าว...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...
เมื่อรากยังมั่นคง แม้ต้นไม้ถูกจะตัดแล้วมันก็สามารถขึ้นได้อีก ฉันเดียวกัน เมื่อบุคคลยังไม่ถอนตัณหานุสัยขึ้นจากดวงจิต “ความทุกข์ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่ ๆ...” (พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน)