ก่อนอื่นต้องขอสุมา หรือขมาต่อเจ้าที่เจ้าทางผีอาฮักบนดอยเชียงดาวที่ผู้ข้าได้นำเรื่องราวของผีอาฮักมาเล่าเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้อ่าน
อันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายย่อมมีผีอาฮักเฝ้ารักษา โดยเฉพาะเรื่องของเหล็กไหล หรือแม้แต่ขี้เหล็กไหลที่มีอยู่บางพื้นที่ตามหลังดอยเชียงดาว ซึ่งมีเพียงแต่หินปูนเป็นโขดเขา อ่างแอ่งรับน้ำฝนจนมีชื่อว่าอ่างสะหลุงหรือ ขันน้ำใบใหญ่รองรับเอาน้ำฝนที่หล่นจากฟ้ามาเป็นต้นแม่น้ำปิงหล่อเลี้ยงผู้คนจากเชียงใหม่ถึงสายน้ำเจ้าพระยา
ว่ากันว่าเหล็กไหล มันเป็นตำนานเรื่องราวของแร่ธาตุที่ลือลั่นกันมานานนม จนบางครั้งกลายเป็นนวนิยายบันลือโลก บางครั้งผู้คนที่โกหกตอแหลเอาเรื่องเหล็กไหลไปหากิน ลวงหลอกเอาทรัพย์สินเงินทองจากผู้ที่งี่เง่าทางปัญญาเสียเงินทองไปมากมายนับเป็นล้านๆบาท
หากกล่าวถึงเหล็กไหลเท่าที่เคยได้พบและเรียนรู้จากพระธุดงค์ที่เดินทางมาจากเมืองไต(ไทใหญ่/รัฐฉาน)ท่านเล่าว่ามันเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งเหมือนแร่ทั่วๆไปเพียงแต่มันมีลักษณะพิเศษกว่าแร่อื่นๆคือเหลวข้น หากมันตกสะเก็ดจะสลัดความเป็นธาตุเหล็กไหล เศษที่หลุดออกมาจากการสลัดตัวของมันกลับกลายเป็นก้อนหินเล็กๆสีดำเมื่อม อาจมีผิวเหลื้อมดำ ขนาดเท่าเม็ดพริกไทยถึงลูกมะแว้งที่น่าแปลกมันจะมีน้ำหนักค่อนข้างเบาโหวงหากเทียบกับก้อนหินที่มีขนาดเดียวกัน ด้วยคุณลักษณะพิเศษของแร่เหล็กไหลนี้เองเชื่อกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของบรรดาแร่ธาตุทั้งหลาย สร้างแรงดึงดูดของโลกที่ช่วยให้โลกเราหมุนอยู่ในวงโคจรอย่างเป็นระบบไม่ลอยเคว้งคว้างสะเปะสะปะไปชนกันดาวดวงอื่นๆ พร้อมๆกับมีแรงโน้มถ่วงดึงดูดดวงจันทร์ซึ่งเป็นบริวาร แรงดึงดูดสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกใบนี้
เหล็กไหลหรือแม้แต่ขี้เหล็กไหลที่มีตามพื้นทั่วไป จะมีผีเฝ้ารักษาเพราะมันเป็นแร่ธาตุที่มีค่ามีราคากว่าแร่ชนิดอื่นๆ มีครั้งหนึ่งผู้ที่ขึ้นไปเที่ยวบนหลังดอยหลวงเชียงดาวอธิษฐานขออนุญาตเก็บเอาขี้เหล็กไหลมาบ้านเพื่อต้องการให้อำนาจลึกลับของขี้เหล็กไหลรักษาบ้านเรือน อธิษฐานแล้วก็เก็บเอามาสามก้อนใส่กระเป๋ากางเกงมาบ้าน เก็บไว้ไนขวดเล็กๆวางบนหิ้งพระ
หลังจากเก็บก้อนขี้เหล็กไหลมาไว้ไม่นานนักพี่แกก็ป่วยกระทันหัน จากคนที่อ้วนน้ำหนัก 70 กิโลลดเหลือเพียง 49 กิโลภายในเวลาไม่ถึงเดือนขณะที่อนหลับก็ฝันเห็นแต่ภูตผีปีศาจมันมาถามหาขี้เหล้กไหลจะเอาคืนให้ได้ อาการผอมลงๆ บรรดาลูกน้องต่างซุบซิบนินทาคิดว่าเป็นโรค "เพลี้ยหูบ" คือร่างกายเริ่มซูบผอม ผิวดำ ผมตั้ง เดินกระย่องกระแย่ง ทางวิชาการเรียกกันว่าโรคภูมิแพ้ โอ๊ย..กรรมแท้ๆ ท่าน ผอ.เป็นคนดีไม่เคยเที่ยวผู้หญิงไม่เป็นเสือผู้หญิงทำไมมาเป็นยังงี้...?หรือว่าเป็นเอดส์จริงๆนะเนี่ย
เมื่อนึกขึ้นได้ ท่าน ผอ.จึงให้ลูกน้องที่เคยร่วมไปเที่ยวดอยหลวงเชียงดาวด้วยกันนำเอาก้อนขี้เหล็กไหลไปคืนแล้วกล่าวบอกแม่นางธรณีขอสุมาลาโทษที่ล่วงเกินเอาขี้เหล็กไหลมาบ้าน
ลูกน้องผู้ภักดีรีบนำเอาขี้เหล็กไหลสามก้อนไปคืนไว้ที่เดิม เหมือนดั่งฝันเวลาไม่ถึงอาทิตย์ ท่าน ผอ.กินได้นอนหลับ ร่างกายกลับฟื้นคืนเป็นปกติ จนเป็นร่างกายของ ท่าน ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาคนเดิม
เรื่องนี้เกิดขึ้นราวปี พ.ศ.2549 ลุงหนานจึงนำมาเล่าเพื่อให้พวกเราอย่านำสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติมาบ้าน เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นอาจมาเอาชีวิตไปอยู่ร่วมกับพวกเขาในปรโลก
เรื่องผีเหล็กไหลก็จบเพียงเท่านี้..เท่าอี้แล...ลุงหนานขอลาไปก่อนแลนายเฮย
สวัสดีหลานคำแสนดอยเจ้า....
อาฮักดอยเจียงดาวผ่อกอยหมู่เฮาเสมอขอแต่ว่าอย่าหมิ่นบรรดาเจ้าที่ทั้งหลายก็ปลอดภัยเน่อหมู่เฮา...
ดอยหลวงเจียงดาวมีหลายสิ่งที่น่าศึกษาและมีหลายๆสิ่งที่ควรบันทึกไว้เป็นความรู้แก่ผู้คนรุ่นหลัง...
ช่วยกันค้นคว้าแล้วจะเกิดความรู้อย่างมากมาย..
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
สวัสดีค่ะ
* มาดูผีขี้เหล็กไหลค่ะ
* ครูพรรณา เคยพบผีต้นไม้ค่ะ
* เก็บกล้วยไม้จากป่า(อธิษฐานขอแล้วด้วยนะ)
* เขาตามมาขอคืน
* ดีที่ตกลงกันได้
* จึงไม่เจ็บป่วย
* ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ค่ะ...อิอิ
ไหว้สาท่านพรรณาครับ..
ขอบคุณที่ติดตามและนำเรื่องคล้ายกันมาเล่าสู่กันฟัง
โชดีที่พบผีไม่ดุ..หากพบตัวดุๆละก้อ....จะว่าไม่เตือน..
ของยังงี้ต้องพบกับตนเอง..ดังที่อาจารย์ว่าไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่
ด้วยความปารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
ผมมีขี้เหล็กไหลอยู่คับ
ลุงผมให้มาคับ
ลุงบอกว่าลุงได้มาจากพระที่ประเทศลาว
นี้เบอผม 0881071553
ผมชื่อบิ๊กคับ
สวัสดีครับคุณบิ๊ก....
มีของดีใหห้เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวอย่างให้ใครโดยไม่มีความจำเป็น ขอแสงความยินดีด้วยที่มีของดีๆครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา