ปากบารา จ.สตูล
หลังจากกิจกรรมความรู้ของพี่เต็มศักดิ์เสร็จสิ้น เราก็ออกไปทัศนศึกษากัน เรามีอาสาสมัครของละงู และปากบารา เป็นเจ้าภาพสองคน เป็นคนจัดโปรแกรม (แม้แต่พวกเราเองก็ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะมีอะไรบ้าง ทั้งหมดแล้วแต่เจ้าของพื้นที่) เราทราบเพียงแต่ว่าเดี๋ยวเราจะไปดูชีวิตคนประมงและจะไปดูโบราณสถานบ่อเจ็ดลูก
เราเคลื่อนพลไปลงเรือหางยาวสามลำ เพราะเรามีกันทั้งหมด 50+ กว่าๆชีวิต ลำนึงเขาให้ไปไม่เกิน 20 คน มีชูชีพให้หมดทุกคน เราชำเลืองดูแดดแล้วก็พบว่าหมวกที่เตรียมมาน่าจะใช้คุ้มแน่นอน
ทะเลย่านสตูลนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เพราะเป็น low season ของฝั่งอันดามันนี้ ไม่งั้นช่วงพฤศจิกายนเมื่อตะรุเตาเปิดเกาะ ก็จะคึกคักขึ้นมาอีกอย่างมาก การที่มีช่วง break จากนักท่องเที่ยวอาจจะทำให้ธรรมชาติมีการ recover ได้บ้างพอควร เรายังเห็น wild life และธรรมชาติที่ค่อนข้างสะอาดสะอ้าน แตกต่างจากหาดภูเก็ต พัทยา หรือกระบี่มากเลยทีเดียว
เริ่มต้นจากเรามีเหยี่ยวบินมาโฉบหาปลากินจากในน้ำ (เหมือนนัดมาแสดงเลย เตี๊ยมไว้ก่อนรึเปล่าเนี่ย) ทะเลค่อนข้างเงียบสงบ นอกเหนือจากเรือของพวกเราสามลำแล้ว ก็มีอีกไม่กี่ลำที่ (ตากแดดเปรี้ยง) แล่นออกมากลางทะเล คลื่นลมสงบสุดๆ (ลมสงบจริงๆ ทั้งๆที่เราอยากจะได้สักเล็กน้อย เพราะร้อนเหลือเกิน)
มาถึงกระชังปลา ก็มีการแสดงการให้อาหารปลา ที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือปลาช่อนทะเล ตัวเขื่องขนาดขาฝรั่งตัวโตๆทีเดียว บางตัวตัวใหญ่กว่าป๊อกแป๊ก ลูกสาวคนเล็กผมอีก พอโยนปลาลงไปปุ๊บ โอ้โห มันกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำแย่งปลาเล็กๆกินกันโผงผางไปหมด เขาต้องมีตาข่ายขึงปากบ่อ เตือนเด็กๆว่าอย่าเอามือแหย่ไปเชียวนะ บางทีปลาเล็กที่โยนไปมันไปติดที่ตาข่ายปากบ่อ เจ้าช่อนพวกนี้ยังกระโดมางับลงไปกินได้เลย
ภาพสวยมากคะ
น่าสนุกจังเลยค่ะ ปละงูมาแล้ว แต่ไม่มีภาพอย่างนี้เลยค่ะ
นางแบบสวยจัง คนตัวเล็กนะ
ถ่ายรูปเก่งจังเลย
พี่เต็มครับ
ก็ตัวเล็กกันทุกคนนะครับ อิ อิ
อ.วรภัทรครับ
มันมีลูกฟลุ้กเป็นครั้งคราวครับ ถ่ายมาตั้ง 500 กว่ารูป ฮิ ฮิ (เบื้องหลังการถ่ายทำ)
รักตัวเองนะจ๊ะ
ปากบาราบ้านเราเอง
อยากให้มาเที่ยวบ้าง
เราจะไม่ได้เห็นภาพเหล่านี้อีกต่อไปเพราะท่าเรือนำลึกปากบาราและขนส่งสินค้ากำลังจาเกิดเก็บภาพงดงามเหล่านี้ไว้ในควาทรงจำ...
( ส่งต่อมาตามอีเมลล์หน่ยนะครับ )
เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง "การพัฒนาท่าเรือสองฝั่งทะเลในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราและท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2"
ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง สสป วันที่มีมติ 16/06/2552
คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
1. รับทราบตามที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษา ฯ เรื่อง "การพัฒนาท่าเรือสองฝั่งทะเลในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราและท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2" สรุปได้ดังนี้
1.1 จัดทำแผนแม่บทในการสร้างและพัฒนาท่าเรืออ่าวไทยเชื่อมทะเลอันดามัน โดยกำหนดแนวทางใน
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับท่าเรืออย่างชัดเจนและอย่างบูรณาการ โดยคำนึงถึงอนาคตในการเติบโตและโอกาสในการแข่งขันของปรเทศในอนาคนข้างหน้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง (logistics) ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
1.2 ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาท่าเรือให้สามารถเชื่อมโยงกับแนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ และแนวตะวันออก-ตะวันตก (North-South/East-West Economic Corridor) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่งจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจการค้าชายแดนซึ่งจะนำเข้าและส่งออกสินค้าส่งผ่านมายังท่าเรือแหลมฉบังหรือท่าเรือน้ำลึกปากบาราในอนาคต
1.3 จัดทำแผนส่งเสริมการพัฒนาการลงทุนโดยจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมภาคใต้ (Southern Seaboard) เพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นหลังจากการสร้างท่าเรือซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากการก่อสร้างท่าเรือโดยอาศัยรูปแบบการพัฒนาของเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง หรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
1.4 พัฒนาการขนส่งระบบรางเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งจากภาคอื่น ๆ มายังท่าเรือน้ำลึกปากบารา โดยจัดให้มีสถานีขนส่งเพื่อใช้สำหรับการเปลี่ยนโหมดการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ
1.5 ต้องมีความชัดเจนในการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวและการประมงชายฝั่งโดยให้คำนึงถึงการขยายตัว ของภาค อุตสาหกรรมหลังพื้นที่ท่าเรือให้มีความเหมาะสม
1.6 คำนึงถึงปัจจัยด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมในบริเวณการสร้างท่าเรือ และให้ความสำคัญต่อชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และให้สำคัญต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานที่อยู่ในพื้นที่เพื่อรองรับโอกาสการจ้างงานในอนาคต
1.7 ควรใช้โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราเป็นการลงทุนโครงการสาธารณะขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาคซึ่งจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบภายใต้ภาวะวิกฤตด้านการเงินและการลงทุนของโลก
2. รับทราบความเห็น ผลการพิจารณา รวมทั้งผลการดำเนินการของกระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ที่มา : สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี