Share2Change #2 ศิลปการเปลี่ยนแปลงอย่างมีชีวิตชีวา The Art for Change by Lively Life
5 ส.ค. 51 โดยคุณธนา เธียรอัจฉริยะ
Make The Impossible…….Possible
ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
โครงการมินิมารธน 10 กิโลเมตร ของดีแทคเป็นโครงการที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับดีแทคอย่างมากเป้าหมายมิใช่เพียงผู้บริหารระดับ VP 80 คนจาก 100 คนต้องเข้าเส้นชัยภายใน 1.30 ช.ม. เท่านั้นแต่เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมที่ยิ่งใหญ่ให้กับพนักงานและผู้บริหารทั้งหมดระหว่างทางการเดินสู่เป้าหมายนั้นคุณธนาบอกกับเราว่าเป็นสิ่งสวยงามที่สุดที่เกิดขึ้นการที่คนเราหมู่ใหญ่ต้องเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกันไม่ต่างอะไรกับเป้าหมายใหญ่องค์กร ซึ่งอาจมีคนที่เก่งบ้าง ไม่เก่งบ้างแต่ทั้งหมดเป็นทีมเดียวกัน ต้องช่วยเหลือกันซึ่งถ้าถามทุกคนต่างก็รู้คำตอบว่าต้องทำงานเป็นทีมแต่ไม่เคยมีใครทำอย่างจริงจังการร่วมกันวิ่งเพื่อเข้าเส้นชัยเป็นกลยุทธ์ ที่ทำให้ต่างต้องช่วยเหลือกัน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนการเกื้อกูลกันอย่างจริงจัง การที่เรารู้จักเพื่อนร่วมงานจากใจจริงของเขาทำให้เรามองเขาเปลี่ยนไป การทำงานร่วมกันก็ดีขึ้น หรืออาจจะเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ของดีแทคก็ได้
dtac องค์กรแห่งชีวิตชีวา
ไม่ได้เกิดจากปาฏิหาริย์คนที่ทำงาน 99% ยังเป็นคนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ
“ทัศนคติ” ทัศนคติเปลี่ยนได้ทุกอย่าง
ทัศนคติของคนในองค์กรเปลี่ยนได้และสามารถทำให้เกิดเรื่องราวดีๆมากมายการเปลี่ยนแปลงที่คุณธนาได้ทำมาคือจากเล็กๆๆ น้อยๆๆ จากคนกลุ่มเล็กๆเพียงไม่กี่คนที่เปลี่ยนทัศนคติในการทำงานของทีมเล็กๆ จนเกิดโมเมนตัมที่ยิ่งใหญ่ในองค์กรการทำงานต่างๆ เราต้องทำอย่างมีความสุขจริงๆ ไม่คาดหวังสูงในสิ่งที่ลงมือทำเพราะเมื่อไม่ได้ดังหวังเราจะผิดหวังและท้อ แต่หากเราทำด้วยใจและมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ รวมทั้งทำให้ดีที่สุดทุกอย่างที่อยู่รอบๆ สิ่งที่เราทำจะค่อยๆหมุนตามเรามาเอง
คุณธนายกตัวอย่างในกิจกรรมที่ทำกับเพื่อนพนักงานในวันมาฆบูชาที่ผ่านมาคือช่วงหลังของ dtac เริ่มมีคำถามมากมายเนื่องจากอยู่ในสภาวะที่ไม่ขาดทุนและสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆแต่สิ่งที่คุณธนาให้พนักงานได้ทำในวันนั้นคือการพูดถึงสิ่งที่ดีๆ ใน dtac 3 นาที ก่อนที่จะลาออกจาก dtac ไปโดยเป็นโจทย์ให้พนักงานได้คิดถึงมุมมองด้านอื่นๆบ้าง เช่นเพื่อนที่ยังไม่ได้พูดถึงอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือพอเริ่มพูด สิ่งดีๆที่ไม่เคยมีการพูดถึง ทำให้หลายคนร้องไห้ให้กับสิ่งดีๆที่ไม่เคยนึกถึงหรือได้ทำมาก่อนจากงานนั้นทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆแก่พนักงานสิ่งที่พูดในวันนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านพฤติกรรมกับพนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย หลายคนกลับมาทำงานอย่างขยันขันแข็งและมีชีวิตชีวาในการทำงานมากขึ้น
Because you Change … I Change
คำสำคัญอีกคำหนึ่งที่คุณธนาได้บอกกับเราเนื่องจากคุณธนาได้เดินไปพบลูกค้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งสิ่งที่ลูกค้าเปลี่ยนไปคือเดิมจากขายดีแทคเพียง 10% ของพื้นที่ร้าน ปัจจุบันขายมากถึง 70% ของหน้าร้านทำให้คุณชิคเว่ถามเจ้าของร้านเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆว่า
“Why you change?
เจ้าของร้านก็ตอบกลับมาเป็นคำที่ทำให้คุณธนาเชื่อมั่นในข้อดีของการเปลี่ยนแปลงคือ
“Because you Change … I Change”
สิ่งที่ทำให้คุณธนาได้คิดคือหากวันนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง เล็กๆเกิดขึ้น สิ่งที่ดีที่ยิ่งใหญ่ในวันที่ลงพื้นที่ไปพบลูกค้าคงไม่เกิด
ทำไมต้องรอคนอื่นเปลี่ยนแปลงในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงตัวเองง่ายที่สุด
การเปลี่ยนแปลงเริ่มที่ตัวเรา
คุณธนาเล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวเองและของดีแทคที่เปลี่ยนแปลงมาด้วยกันหากเช้ามาทำงานไม่มีความสุข ย่อมทำงานอย่างไม่มีความสุข
ปัญหาที่เราทุกคนเจอมี 2 ข้อเสมอคือปัญหาที่แก้ได้ และปัญหาที่แก้ไม่ได้เราไม่ควรสนใจในเรื่องที่เราไม่สามารถไปแก้ไขได้ ราคาน้ำมันแพง ข้าวขึ้นราคา .... หรืออื่นๆอีกมากมายที่เราไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือเปลี่ยนแปลงตัวเองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คาถา “ช่างแม่ง” ใช้ได้เสมอ ....คุณธนายกตัวอย่างเมื่อครั้งไปพูดที่ธนาคารกสิกรไทยมีคนหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมชื่นชมว่า “พูดได้ดีมากและอยากพาพ่อมาฟังบ้าง “ ซึ่งพอเดินไปสักครู่คุณธนาก็เจอกับลูกค้าธนาคารที่มาฟังเป็นคนสูงอายุท่านหนึ่งพร้อมกับบอกคุณธนาว่า “อยากให้ลูกชายมาฟังในสิ่งที่คุณธนาพูด” นั่นแสดงให้เห็นว่าทุกคนมองเห็นแต่สิ่งที่คนอื่นควรทำ ควรเป็นแต่ไม่มีใครคิดเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย
ทุกคนต้องเป็นผู้นำ
คุณธนาให้ความเห็นของคำว่าผู้นำคือคนทุกคนที่มีหน่วยงานเล็กอยู่ในความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า ลูกน้อง คนที่เกี่ยวข้องกันในกลุ่มๆหนึ่งก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ความสุขจากคนกลุ่มเล็กๆที่ทำงานร่วมกันสามารถส่งต่อให้คนรอบข้างได้มากมาย
เป็นคนธรรมดาที่เชื่อใจกัน
คุณธนาถูกหลายๆคนให้ความเห็นว่าเป็นผู้บริหารที่แปลกแต่คุณธนาบอกกับเราว่าสิ่งที่คุณธนาเป็น คือเป็นคนปรกติเมื่อขึ้นเป็นผู้บริหารยังทำตัวเป็นปรกติ เลยทำให้ดูแตกต่างจากผู้บริหารท่านอื่นๆและยังย้ำว่า หากองค์กรจะทำงานร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวา สิ่งที่ผู้บริหารควรทำคือทำตัวเป็นปรกติเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกน้องให้ได้ ชมเมื่อทำดี ตำหนิ(เบาๆ) กับผู้ที่ทำผิดทำในสิ่งที่ตอนเป็นลูกน้องอยากให้หัวหน้าทำกับเราเราก็อย่าลืมทำสิ่งนั้นเมื่อเป็นผู้บริหาร รวมทั้งเชื่อใจส่งความไว้วางใจให้ลูกน้องที่ทำดี แล้วจะได้สิ่งดีๆ กลับมา
เยี่ยมมากค่ะ
แวะมาเรียนรู้และทักทายจ๊ะ สบายดีหรือเปล่า
ตามมาเรียนรู้และให้กำลังใจครับ