The Power of Us กลยุทธ์สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
โดยคุณสุรพงษ์ ศุภจรรยา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท NOK พริซิชั่น คอมโพเนนท์ ประเทศไทย จำกัด
สิ่งที่ยังไม่รู้ ไม่ใช่สิ่งที่รู้ไม่ได้ สิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ แค่ยังไม่รู้กับยังไม่ได้ทำ
การที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรได้ ควรเริ่มที่ตัวเราก่อน โลกเปลี่ยนทุกวัน เราแก่ลงไปทุกวัน แล้วเราทำอะไรที่มีคุณค่ามากขึ้นทุกวันแล้วหรือยัง และเราพร้อมที่จะเปลี่ยนหรือเปล่า หรือเราต่อต้านที่จะเปลี่ยน เราควรทำงานด้วยความสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน สร้างความสุขในการทำงาน และอย่ามีข้อแม้ในการทำงานและการใช้ชีวิต คนเรามีความสำเร็จเป็นขั้นๆ และเราก็ควรยินดีในทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอน
ข้อขัดแย้งหรือปัญหา
ปัญหาเป็นเรื่องปรกติ ข้อขัดแย้งเป็นเรื่องผิดปรกติ เพราะมันเป็นความที่ไม่เข้าใจในเรื่องปัญหาและมุมมอง ดังนั้นเราไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะเมื่อคุณเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเราก็จะแก้มันไม่ได้ ถ้าเราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา เราก็จะสามารถมองเห็นแนวทางแก้ไขได้
สิ่งที่ควรมีในการทำงาน
1. ความคิดเชิงบวก
2. ความพยายาม
3. ความรู้
กลยุทธ์ที่ 1
สมดุลชีวิต
คนเราควรจัดสมดุลชีวิต ทั้ง กาย ใจ สมอง เพื่อให้เกิดความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อคนมีความสุขผลผลิตก็จะตามมา
กลยุทธ์ที่ 2
เปลี่ยนแปลงตัวเอง
หากถามคุณว่า “คุณแก่ขึ้นทุกวัน คุณสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นทุกวันได้หรือไม่?
- ถ้าตอบได้ คุณก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
- ถ้าตอบไม่ คุณก็ต้องเปลี่ยนแปลง
กลยุทธ์ 3
สื่อสารให้กระจ่าง
ใช้หลักการ 3C
1. Clarify ไม่ใช้ Clearify
2. Corporation
3. Commitment
ก็คือการสั่งงานหรือการถ่ายทอดความรู้ต่างๆ เราควรสั่งหรืออธิบายให้กระจ่าง เพราะเมื่อกระจ่างการทำงานก็จะได้รับความร่วมมือและเกิดพันธะสัญญา ทั้งในหน้าที่ที่รับผิดชอบและผูกพันจิตใจของพนักงานที่ทำ
หากไม่ทำ 3C ก็จะเกิด 3 R คือ
1. Resistance คือเกิดพวก NATO (No Action Talk only) องค์กรต้องการ AFTA ( Action First Talk After)
2. Resentment หาพวก ส่งต่อ
3. Revenge แก้แค้น
ต้องทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม เมื่อมีปัญหาให้แก้ปัญหาก่อน ไม่ต้องหาคนผิด ให้วินิจฉัยงาน อย่า Audit งาน เพราะถ้าเราใช้การจับผิด ไม่มีข้อเสนอแนะ การทำงานก็จะยิ่งมีการปกปิดข้อบกพร่อง
กลยุทธ์ 4 Not Perfectionist
การทำงานต่างๆ ต้องเริ่มจาก “มี” คือ “ทำก่อน” ทำทุกอย่างที่ต้องทำก่อน ไม่ควรเสียเวลาในการวางแผนมาก ควรทำไปให้เกิดก่อนแล้วค่อยมาปรับปรุงให้ “ดี” ต่อจากนั้นจึงทำให้ “สวย” และจะยั่งยืนได้ก็ต้องเกิดการ “ให้ “
“มี“ ไปสู่ “ดี” ไปสู่ “สวย” และ “ยั่งยืน”
ค่อยๆก้าว ค่อยๆสำเร็จ ไม่มีสิ่งใดสร้างเสร็จในวันเดียว
กลยุทธ์ที่ 5
C&P&D ( Copy & Paste & Develop)
บางอย่างเราไม่ต้องคิดเองมากให้นำแบบอย่างของคนอื่นมาพัฒนาต่อได้เลย
กลยุทธ์ที่ 6
ลด
ทุกคนเกิดมาด้วยความทุกข์ มีสิ่งเดียวที่จะทำให้มีความสุข คือทุกข์ให้น้อยลง เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดในการทำคือ ลดความทุกข์ ความสุขก็จะมาเอง
กลยุทธ์ที่ 7
ผู้นำ
การที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือสร้างการทำงานให้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ จะสำเร็จไม่ได้หากเราเองไม่ willing ที่จะทำ เราทุกคนเป็นผู้นำทั้งสิ้น แต่ก่อนที่จะนำคนอื่น เราควรต้องนำตัวเราเองให้ได้ก่อน สร้างความสุขที่ตัวเราก่อน หากเราไม่มีความสุขที่จะทำ ก็ไม่เกิดความสำเร็จแน่นอน
ถาม – ตอบ
1. จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงในการเปลี่ยนงาน
ตอบ
เป็นความต้องการสร้างองค์กรในฝันที่มีความสุข เป็นองค์กรที่คนไทยสามารถทำให้คนอื่นๆ เห็นความสามารถของความเป็นคนไทย
2. เทคนิคการบริหารการเปลี่ยนแปลงภายใต้ภาวะเปลี่ยนแปลง
ตอบ
ต้องเลือกก่อนว่าจะทำอะไรเป็นอันดับแรก และเมื่อเลือกก็ต้องมุ่งประเด็นนั้นอย่างจริงจัง และเมื่อสำเร็จจึงมองภาพรวมว่ายังต้องการอะไร หรือจะเสริมอะไรในการเปลี่ยนแปลง
3. เทคนิคการทำงานกับผู้อาวุโส
ตอบ
ให้เกียรติ การทำงานไม่ว่าจะเป็นผู้สูงวัยกว่า หรือกับเพื่อนพนักงานท่านอื่นๆ การที่เราให้เกียรติผู้อื่น จะเกิดการช่วยเหลือ และการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ต้นข้าวที่สมบูรณ์ที่สุด รวงยังโค้งสู่ดิน คนที่สมบูรณ์ที่สุดก็ต้องอ่อนน้อม ถ่อมตน จะทำให้การงานเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
4. วิธีการปรับตัวในการทำงานที่ไม่ชอบ
ตอบ
ต้องถามตัวเองว่าไม่ชอบงานหรือไม่ชอบคน หรือไม่ชอบอะไรแน่ หากตอบตัวเองได้ก็จะสามารถแก้ไขได้ เพราะคนเราเมื่อได้รับมอบหมายเราควรมีความพียรในงานเพราะเหตุผลของการมาทำงาน คือ เงิน ,การเป็นที่ยอมรับ, การมีเพื่อน สร้างความสัมพันธ์และความสนุกสนาน แต่เพียงเท่านั้นยังไม่พอในการทำงาน ยังต้องมีการยุติธรรมในการทำงาน มีการทำงานที่เป็นอิสระหรือยืดหยุ่นได้ มีการฉลองความสำเร็จร่วมกันเป้นระยะ มีการเติมเต็มระหว่างทีม มีการถ่ายทอดให้กับผู้อื่นรับทราบถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น รวมทั้งต้องมีการให้อภัยและลืมสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นบ้าง เพื่อให้งานเป็นงานที่ชอบ ได้ทั้งใจและงานจากพนักงานและเพื่อนร่วมงาน
5. เทคนิคการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในภาวะที่ไม่เอื้อและกดดัน
ตอบ
เป้าหมายการทำต้องชัด และคนที่เป็นทีมทำงานต้องรู้ว่าต้องปฏิสัมพันธ์กับคนในองค์กรกี่ระดับ และที่สำคัญ คนที่จะทำให้เกิดวัฒนธรรมทำก่อน ทำให้เกิดการเกื้อกูลกันในองค์กรก่อน คนทำต้องไม่ไปกดดันคนอื่น การกดดันเพราะเกิดจากเวลา หากเราบริหารเวลาได้ความกดดันก็ลดลง ที่สำคัญ คนเริ่มไม่สร้างภาวะกดดันให้คนอื่น
6. กลยุทธ์ที่ทำให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
ตอบ
“ทำ“ เมื่อทำและก็ให้ ขอให้ทำก่อน ทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีใครทำ ตัวเราก็ทำก่อนและให้ก่อน ก็จะเกิดการหมุนของเกลียวความรู้ และความยั่งยืนก็จะตามมา
7. ลักษณะของ Role Model ในการ Implement KM
ตอบ
เริ่มที่ตัวเราก่อน ต้องบริหารจัดการตัวเองให้ได้ก่อน
8. การที่จะสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในกรณีที่ไม่ใช่เบอร์ 1 เราจะทำอย่างไร
ตอบ
เราก็ต้องทำก่อน ต้องแม่นในเป้าหมายที่จะทำงาน แต่การทำงารเราควรสนใจในเรื่องอื่นนอกจากงานด้วย ควรใส่ใจในความสุข – ทุกข์ ของเพื่อนพนักงาน และถ้าทีมที่ทำให้ก่อน ก็สามารถสร้างได้แม้ไม่ใช่เบอร์ 1 ก็ตาม
คมคิด คำคม
- Lead ตัวเองก่อน ก่อน Lead คนอื่น
- อย่างสร้างข้อแม้ ทุกอย่างทำได้และเป็นไปได้
- มีความสุขในระหว่างทางการไปสู่ความสำเร็จ
- ธุรกิจเหมือนน้ำที่ไหลมา ต้องรู้จักตักตวง
- เก่งคนเดียวไปไม่รอด ต้องเป็นทีม
- ต้องรู้จุดแข็ง จุดอ่อน ในตัวเอง
- ถ้าไม่รู้ว่าประชุมเพื่ออะไร และจะได้อะไร ก็ไม่ต้องประชุม
- หลักของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรคือทำเรื่องง่ายที่สุดให้ได้
- Willing to Learn = Share + Update Information
- คนที่โง่ที่สุด คือคนที่ไม่รู้จักให้
- Optimize คือการประหยัดและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ความสำเร็จของงานไม่ใช่การกุศล
- มนุษย์มีความต้องการไม่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นโลกจึงไม่หยุดที่จะเกื้อกูลกัน
- แก้อะไรแล้วมันไม่ได้ ก็แก้ที่ตัวเอง แก้ที่ใจตัวเอง ( ทำใจ )
ขอบคุณนะค่ะที่บันทึกไว้จะได้กลับมาอ่านได้อีก ลอยมีเรื่องดีๆเล่าอีกเยอะ พี่จะรออ่านนะจ๊ะ ช่วงนี้พี่ยุ่งมากๆพึ่งจะได้กลับมาบันทึกและอ่านบันทึกต่างๆอีกครั้ง