สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว

...ฤดูกาลวนเวียนเปลี่ยนไป...เผลอแว็บๆๆ..ย่างเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการเลือกตั้งท้องถิ่น...ในทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและสลับซับซ้อน..ทุกชีวิตบนโลกใบเล็กๆก็ดำรงชีวิตต่อไปเหมือนปกติ...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..มนุษย์ที่เรียกตัวเองว่า "สัตว์ประเสริฐ"...ความจริงแล้ว..มนุษย์คือผู้ที่เอาเปรียบ ทำลายสรรพสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งใด?...ทำลาย ..เอาเปรียบธรรมชาติจนเกิดสภาวะไร้สมดุล..ก้าวสู่ยุคการ..เอาคืนของธรรมชาติที่ไร้รูปแบบ...มนุษย์คือผู้ที่ถูกล่า...ที่ไร้ความเมตตา....ส่งผลให้เกิดความเครียดที่แฝงนัยสำคัญมากมาย...เกิดความแตกต่างทางความคิด...การล่าอาณาเขตโดยใช้ฐานทางวัฒนธรรม...การยึดครองโดยมิติเส้นแบ่งทางเศรษฐกิจ...การปูพรมทางความคิดผ่านระบบการศึกษาและสื่อเทคโนโลยีต่างๆ...การกีดกันมาตรการทางการค้า...การแบ่งกั้นเขตแดนโดยยึดเพียงผลประโยชน์แห่งตนเป็นสำคัญ..."สรรพสิ่งเป็นหนึ่งเดียว"...คืออะไร...สุดท้ายก็ไร้คำตอบ...สะท้อนผล..ให้สังคมก้าวร้าว..ชิงดีชิงเด่น..แบ่งแยกและแล้งน้ำใจ...ก้าวสู่พวกเรา..ของเรา?...พวกเขา..ของเขา??...ทั้งๆที่หันซ้ายแลขวา..มองหน้าก็มีแต่คนรู้จัก...เพื่อน..พี่น้อง..ญาติๆเราทั้งนั้นแหละ...ซ้ำร้ายบางคนใช้คำว่า.."เพื่อประชาธิปไตย"...เป็นม่านกั้นแห่งมิตรภาพ...เป็นการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย...น่าเสียดายวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของสังคม...ที่ถูกทำลายลงด้วยความตื้นเขินแห่งสติปัญญา...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..เหล่านักการเมืองที่ทรงเกียรติทั้งหลาย...อ้างสม่ำเสมอ..ไร้ยางอาย..ข้ามาจากการเลือกตั้ง...ข้าได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนเสียงส่วนมาก...ข้ามาตามกระบวนการแห่งประชาธิปไตย...ข้าย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรมในการกระทำ...น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง?...เมื่อเรารู้...เราเห็น..ท่านทั้งหลายที่ได้รับเกียรติจากเรา...เล่นละครน้ำเน่าและสวมบทเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแถมมีอิทธิฤทธิ์สร้างปฎิหาริย์...ร่ำรวยเกินฐานานุรูป...ประกาศก้องต่อแผ่นดินให้ชาวโลกรู้ว่า...ฟ้าไม่ได้สูงอย่างที่คิด...ข้าคือผู้ครอบครองแห่งฟ้า...แต่เราท่านทั้งหลาย...ในฐานะแห่งเจ้าของโดยแท้...แต่ไร้เกียรติ..ไร้ศักดิ์ศรี...ไร้การเหลียวแล...ได้เพียงนั่งมองสิทธิอันชอบธรรมแห่งตน...ที่คนอื่นอ้างเพื่อหาผลประโยชน์เพื่อตนเองอยู่ล่ำไป...ความสงบสุข...ความเสมอภาค...ความสมานฉันท์...ความเป็นหนึ่งเดียว...มันช่างไกลเกินเอี้อม...เราจะก้าวเดินให้ถึงจุดสุดท้ายที่ปลายฝันได้อย่างไร...