ทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจนายกฯแนะรัฐบาลงัดมาตรการเพิ่มรายได้ หวังพาไทยฝ่าวิกฤติ "เงินเฟ้อ" รมว.คลังฟุ้ง จีดีพีโต 5.7% แม้ไม่มีมาตรการเสริม ลั่นการทำงานคลัง-ธปท.ต้องไปในทิศทางเดียวกัน
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวภายหลังการหารือกับ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี วานนี้ (6 ส.ค.) ว่า ได้เห็นพ้องร่วมกันว่า ในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อขณะนี้ยอมรับว่าได้คลายความกังวลลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงต่ำลงมาอยู่ในระดับกว่า 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ในส่วนของสหรัฐก็ได้คลายความกังวล ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมครั้งล่าสุด
ทั้งนี้ แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะต่อไป จะเน้นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เป็นมาตรการเพิ่ม สอดรับกับมาตรการ 6 มาตรการ 6 เดือน ที่มีไปแล้ว เพราะหากไม่มีมาตรการเพิ่มเติม เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 5.7% เพราะในไตรมาสแรกขยายตัว 6% ไตรมาส 2 ขยายตัว 5.7-6% และยืนยันว่าจะไม่ต่ออายุ 6 มาตรการ 6 เดือน ของรัฐบาล เพราะจะมีมาตรการอื่นเพิ่มเติมในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนทุกส่วน
สำหรับการทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การทำงานต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และมีความเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะสถานการณ์ขณะนี้ได้คลี่คลายลง จากสถานการณ์ปัญหาเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลาย
สำหรับการเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีของดร.วีรพงษ์ จะเป็นเพียงการเข้าชี้แจงข้อมูลเศรษฐกิจเหมือนกับหน่วยงานอื่นที่ชี้แจงให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ และนายกรัฐมนตรีจะเชิญร่วมประชุมเป็นครั้งคราว ซึ่งไม่ได้พิจารณาวาระต่าง ๆ ในที่ประชุมด้วย ดังนั้นจึงสามารถเข้าร่วมประชุมได้ และข้อมูลที่จะหารือในที่ประชุมคงไม่ใช่ความลับที่นำไปหาผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจ
ขณะที่ ดร.ณรงชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเป็นกรรมการในบริษัทเอกชนหลายแห่งอาจจะไม่เหมาะสมในการเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เพราะเกรงว่าจะรู้ความลับในการประชุมคณะรัฐมนตรีนั้น เรื่องดังกล่าวจะมีเพียงดร.วีรพงษ์ คนเดียวเท่านั้นที่เข้าร่วมประชุม ครม. ส่วนที่ปรึกษาคนอื่นรวมทั้งตนคงไม่เข้าไปร่วมประชุม เพราะการทำหน้าที่ที่ปรึกษาสามารถให้คำปรึกษาที่ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปร่วมประชุม ครม. "ข่าวที่ว่าผมเป็นกรรมการบริษัทถึง 30 บริษัท ยืนยันว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยเป็นข้อมูลเก่า และบริษัทเหล่านี้ปิดกิจการไปแล้วตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจ บางบริษัทยังจำชื่อไม่ได้ จึงไม่ทราบว่า ไปเอาข้อมูลมาจากไหน"
กรุงเทพธุรกิจ คม ชัด ลึก 7 ส.ค. 2551