ต่อเนื่องมาจากบทความ ข้ามภพ (ครบพล่าม)

Crisis

 The Chinese word weiji (危機 translated as "crisis") is often said to be composed of the characters for "danger" and "opportunity"; the implication being that in Chinese culture, a crisis is regarded not merely as a danger, but also as an opportunity. (Ref.1 + Ref.2)

คำว่าเหวยจี (危機) มาจากคำว่า อันตราย (danger) และโอกาส (opportunity) สมาสกัน รวมความแล้วแปลได้ว่า วิกฤติ (crisis) ซึ่งหมายถึง ในยามที่เกิด อันตราย ย่อมที่จะมีโอกาส(รอด) พร้อมๆ กัน ยกตัวอย่างเช่น(การมี) เรือดีพายดีไม่ขี่ข้าม กลับเอาเรือรั่วน้ำมาข้ามขี่ ผู้ที่นำเรือมีรูมาพายในน้ำ แน่นอนเขาผู้นั้นย่อมที่จะต้องประสบกับสภาวะวิกฤติ   คือต้อง ล่ม จม แน่ๆ ไม่ช้าก็เร็ว เพราะใครก็ตามที่โดยสาร โดยเรืออันมีรูรั่ว (ไม่ต้องนั่งสมาธิแล้วได้ อนาคตังสญาณ ก็ยังรู้เลยว่าเขาผู้นั้นย่อมที่จะต้อง ล่ม จม ลงพร้อมกับเรือ ไม่เร็วก็ช้า) ความล่มจม ก็คือความอันตราย ของชีวิต โอกาส(รอด)  ของเขาผู้นั้นก็คือ รีบนำเรือกลับเข้าฝั่ง เพื่ออุดรู รั่ว ในระหว่างที่ยังไม่ถึงฝั่งอาจจะต้องใช้มือวิดน้ำออกจากท้องเรือด้วย อันว่าพระผู้มีพระภาค ตรัสไว้ความว่า วายเมเถว ปุริโส ยาว อตฺถสฺส นิปฺปทา (เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ) และ วิริเยน  ทุกฺขมจฺเจติ  บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร ตัวอย่างก็เช่น  พระมหาชนก ผู้ซึ่งมีความเพียรพยายามแหวกไหว้อยู่กลางทะเลหลวงถึง เจ็ดทิวาราตรี ผู้ที่เพียรพยายามอย่างเต็มที่แล้วบัณฑิตย่อมไม่ติเตียน   การแหวกว่ายในทะเลหลวงนั้นถือเป็นสภาวะวิกฤติ ทว่าการแหวกว่ายอยู่ โอฆสงสาร นั้น ถือเป็น สภาวะวิกฤติที่ยิ่งกว่า

 

 

ฉะนั้น หากว่าลอยเรือออกไปไกลจากฝั่งมากโขแล้ว และเรือล่มจมลงเสียก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง สิ่งที่ทำได้ก็คือ การเพียรว่ายน้ำกลับเข้าหาฝั่งแม้จะต้องเปียกปอน ทว่าหากไม่ทิ้งความเพียร ก็ย่อมที่จะต้องมีชีวิตรอดเฉกเช่นเดียวกับ พระมหาชนก จะเห็นได้ว่าการมี เรือดีพายดีไม่ขี่ข้าม กลับเอาเรือรั่วน้ำมาข้ามขี่  นั้นย่อมก่อให้เกิด เหวยจี (危機)

แต่มนุษย์บางคนกลับ ไม่หวั่นกลัว ภยันตราย และสภาวะวิฤติอันได้แก่ความ ล่มจมลงในห้วง โอฆสงสาร เพราะสำคัญตนว่า ตนนั้น ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ที่ตกน้ำไม่ไหล ก็อาจจะเป็นเพราะหนักอึ้งไปด้วย มิจฉาทิฐิ เวลาตกน้ำจึงไม่ไหลไปไหน (ตกน้ำแล้วจมลงทันทีเพราะหนัก) ส่วนตกไฟไม่ไหม้นั้น ก็อาจจะเป็นเพราะเขาผู้นั้นเปียกชุ่มไปด้วย โมหะ เวลาที่ตกไฟจึงไม่ไหม้  นี่คือความหมายของคำว่า ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ สำหรับ ผู้ที่เป็น ทุรชน


ส่วนผู้ที่เป็นสาธุชน (ผู้ถึงฝั่งแล้ว) ย่อมไม่มีทางที่จะตกต่ำอยู่ในห้วงโอฆสงสารนั้นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งก็คือเหล่า สาธุชน ย่อมมีปลายทางคือสุคติภูมิ  เปลวไฟ แห่งอบายภูมิ ย่อมมิสามารถแผดเผา ผู้ที่มีความร่มเย็นในจิตใจให้ได้รับความรุ่มร้อนได้นั้นอีกประการหนึ่ง แลสำหรับผู้ที่ยังต้องแหวกไหว้อยู่ในห้วงโอฆสงสาร ขอไหว้วอนต่อนางมณีเมขลา และแม่ย่านางประจำเรือ โปรดจงช่วยคุ้มครองผู้ที่กำลังจะ ล่ม จม ลงสู่ห้วงโอฆสงสาร ขอให้เขาผู้นั้นจงตื่นฟื้นคืนสติ เร่งประกอบความเพียร และแหวกว่ายกลับเข้าหาฝั่งด้วยความปลอดภัยด้วยเถิด  ส๊า...ธุ