เน้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิด หรือการเปลี่ยนวิธีคิดของคนที่มาเข้าร่วมก่อนเป็นลำดับแรกก่อน

          เมื่อวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม ช่วงบ่าย  ผมได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับคณะของคลังจังหวัด  ซึ่งมีท่านคลังจังหวัดกำแพงเพชร  ผจก.ธนาคารออมสินสาขากำแพงเพชร  และทีมงานของคลังจังหวัดกำแพงเพชร ได้เดินทางไปเยี่ยมชมกิจกรรมการเกษตรของคุณสมมาตร  บุญฤทธิ์ ที่ตำบลมหาชัย  อำเภอไทรงาม  จังหวัดกำแพงเพชร  ในการไปเยี่ยมชมครั้งนี้ เพื่อที่ศึกษาและกำหนดรูปแบบหรือหลักสูตรในการจัดการอบรมให้แก่ชาวบ้านที่ได้ขึ้นทะเบียนความยากจนไว้กับทางจังหวัด 

            แปลงของคุณสมมาตรที่ได้เข้าเยี่ยมชมในวันนี้  เป็นการเข้าไปหารือเพื่อกำหนดแนวทางหรือออกแบบในการเรียนรู้แก่ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและสนใจในกิจกรรมการเกษตร  ที่ได้ดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  เพราะคุณสมมาตรท่านนี้  เป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลดหนี้สินด้วยการทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  และปัจจุบันได้เป็นศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรมเกษตรกรทั้งในอำเภอไทรงามเอง  และของจังหวัดกำแพงเพชรด้วย (ข้อมูลเพิ่มเติม http://gotoknow.org/blog/peekwong17/191844)   

           เราไปถึงก็พบว่ามีทีมงานของ ธกส.สาขาอำเภอไทรงามได้มารออยู่ก่อนแล้ว  คุยกันได้สักพักก็มีทีมงานของ ธกส.ของจังหวัดกำแพงเพชร  ซึ่งมาสำรวจศูนย์เรียนรู้ฯ ได้มาร่วมวงสนทนากับพวกเราด้วย


บรรยากาศการหารือแลกเปลี่ยน ระหว่างคลังจังหวัด-ธ.ออมสิน-ธกส.-เกษตรกร/ปราช์ญชาวบ้าน-นักส่งเสริมฯ


แปลงปลูกพืช-เลี้ยงสัตว์ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของคุณสมมาตร บุญฤทธิ์ ที่ใช้เป็นแปลงเรียนรู้

          ประเด็นสำคัญที่ได้หารือกัน   เนื้อหาส่วนใหญ่ก็เป็นการหารูปแบบในการจัดอบรม ในเวลา 1 วัน และจะนำร่องโดยคัดเลือกจากจำนวน 500 กว่าคนของผู้ลงทะเบียนมารับการฝึกอบรม น่าจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง   ช่วงหนึ่งได้สอบถามความคิดเห็นของผมในฐานะตัวแทนของนักส่งเสริมการเกษตร  ผมก็ได้ให้ข้อคิดเห็น สรุปได้ดังนี้

  • สิ่งแรกที่อยากให้ดำเนินการในเบื้องต้นก็คือการคัดเลือกคน  ที่น่าจะมีแกนหลักๆ ส่วนที่เหมือนๆกัน  เช่น มีอาชีพการเกษตร  มีพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน  ฯลฯ จะส่งผลต่อการจัดกิจกรรมได้ดีกว่าที่ไม่ได้คัดกรอง
  • ผู้มาต้องสมัครใจ  และสนใจที่จะเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จริงๆ ไม่มีการบังคับ
  • เวลา 1 วัน น่าจะเป็นกิจกรรม ของการเรียนรู้ตนเอง  วิเคราะห์ตนเอง  เพื่อหาสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลทำให้ยากจนของแต่ละคน  แล้วหาแนวทางปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขที่ตนเองก่อน
  • หากจัดกิจกรรมที่สามารถนำเสนอข้อมูลของแต่ละคนออกมาก่อน และลองวิเคราะห์ดูก็จะเห็นว่าจะต้องแก้ไข-ปรับปรุง-เปลี่ยนแปลงตรงจุดไหน  ก็จะทราบในลำดับต่อมาว่าแล้วจะต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม ซึ่งก็อาจจะเป็นกิจกรรมที่จะแลกเปลี่ยนกันในลำดับหรือครั้งต่อๆ ไปได้
  • ช่วงสุดท้ายของกิจกรรมน่าจะมีการให้สัญญาแก่กันและกันว่าหลังจากนี้จะกลับไปทำ-ปรับปรุง-แก้ไขตนเองในเรื่องใดและอย่างไร เป็นกิจกรรมเช็คเอาท์ว่างั้นเถอะ

ประเด็นที่คิดไว้แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น (ขอเพิ่มเติมในบันทึกนี้แทน)

  • ไม่อยากใช้คำว่าอบรม หรือการถ่ายทอดความรู้  น่าจะใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้-แลกเปลี่ยนประสบการณ์มากกว่า ใช้เทคนิคของการจัดการความรู้
  • ผสมผสานคนทำงาน(ที่มีใจ) มาร่วมกันคิด - ทำ - เทียบ แม้จำนำร่อง แต่ก็จะต้องทำให้ดีที่สุดเรียนรู้และพัฒนาจากกิจกรรมนี้ให้เกิดแนวทางใหม่ๆ เพื่อยกระดับงานพัฒนาในลำดับต่อๆ ไป 

         

          และข้อสรุปในแนวทางของกิจกรรมอบรม(แลกเปลี่ยนเรียนรู้) ที่จะนำร่องในเร็วๆ นี้ ในเป้าหมาย  20 คนแรก ของการหารือในวันนี้ก็คือการจะจัดกิจกรรมที่เน้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิด หรือการเปลี่ยนวิธีคิดของคนที่มาเข้าร่วมก่อนเป็นลำดับแรกก่อน  กิจกรรมก็จะไปในแนวการแลกเปลี่ยนเพื่อกระตุก-กระตุ้น (เน้นการลดรายจ่าย-พึ่งพาตนเองเป็นเบื้องต้น) จากนั้นหากมีเวลาก็จะเสริมในส่วนของการเพิ่มรายได้ ด้วยอาชีพในท้องถิ่นที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้  ในเวลาเพียง 1 วัน

          ผลความคืบหน้าเป็นประการใดจะนำมาบันทึกแบ่งปันในโอกาสต่อไป

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

สิงห์ป่าสัก 

6 สิงหาคม  2551