วันที่ ๓๐ ก.ค. ๕๑ สภามหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่แบบไม่เป็นทางการ ในการนำเอา “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้” สู่การสร้างคุณค่าและมูลค่า    “สินทรัพย์” (assets) ในที่นี้หมายถึงความรู้ที่อยู่ในคน และ connection ที่คนมี    โดยในกรณีนี้เป็น connection ทางวิชาการ หรือ connection ในการสร้างสรรค์วิชาการ


          มหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบันต้องมีขีดความสามารถในการใช้ “สินทรัพย์” รูปแบบใหม่ๆ    เอามาต่อยอด ผลิตผลงานวิจัย สร้างคน หรืองานสร้างสรรค์อื่นๆ


          วันนี้ กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล ๓ คน คือ ศ. นพ. ประเวศ วะสี, นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ  และผม  ทำหน้าที่เป็น match maker ชวนนักวิชาการระดับโลกในด้าน “สาธารณสุขแนวใหม่” (New Public Health) ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก คือ นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร, นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ  และ รศ. ดร. ชื่นฤทัย กาญจนจิตรา มารับประทานอาหารเที่ยง และคุยกับท่านอธิการบดี คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ และ ผอ. สถาบันสาธารณสุขอาเซียน  และท่านรองฯ พาสน์ศิริ เลขานุการสภาฯ    เป้าหมายคือเพื่อเชื่อมโยงนักวิชาการภาคปฏิบัติ เข้ากับนักวิชาการในมหาวิทยาลัย   เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งของวิชาการสาธารณสุขไทย เชื่อมโยงกับวิชาการสาธารณสุขโลก


          นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.) และ นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นศิษย์เก่ามหิดล   และ รศ. ดร. ชื่นฤทัย กาญจนจิตรา เวลานี้เป็นรองอธิการบดี อดีตเป็น ผอ. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม    แต่มหาวิทยาลัยยังไม่มองความสัมพันธ์นี้เป็น “สินทรัพย์” ที่มีค่า    เราจึงจัด connecting lunch ให้ได้พบปะคุยแสวงหาความ ร่วมมือกัน    เพื่อสร้างสรรค์วิชาการสาธารณสุขแนวใหม่ หรือที่ อ. หมอประเวศว่าอาจต้องใช้ชื่อที่กว้างกว่าสาธารณสุข   เช่น สุขภาวศาสตร์ (ผมตั้งเอง) 

 
          เอามาบันทึกไว้    ว่ามหาวิทยาลัยจะต้องมีทักษะในการ “เห็น” และเข้าถึง และหยิบฉวยเป็น ต่อ “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้” ตามตัวอย่างข้างบน   เอามาสร้างสรรค์วิชาการที่นำขอบฟ้าวิชาการ เชื่อมโยงกับขอบฟ้าชีวิตจริง

 

วิจารณ์ พานิช
๔ ส.ค. ๕๑