ติดต่อ

เปลือยความสุข (27) : ท้องทุ่งที่รัก ..ไม่มีวันนั้นสำหรับผมแน่

  การที่ผมไม่สามารถสืบทอดอาชีพของบรรพบุรุษของตนเองได้นั้น ก็คงไม่ใช่ความผิดบาปของการเกิดมาอย่างเสียชาติเกิด   

(ภาพถ่าย โดย น้องดิน)

ถึงแม้ทุกวันนี้ ทุ่งนาจะแทบไม่เหลือเค้าบรรยากาศเดิมๆ ให้พบเห็นเหมือนในสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก ถึงกระนั้น  ผมเองก็ยังมีความสุขที่จะกลับไปเยือนเสมอ  หลายคนบอกกับผมว่า  "ผมช่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเอาเสียเลย  อยู่ในเมืองแท้ ๆ  แต่ยังเทียวพร่ำบ่นถึงท้องไร่ท้องนาอย่างไม่รู้เบื่อ  เมื่อรักและผูกพันอยู่กับวิถีเหล่านี้มาก  ทำไมไม่ลาออกไปทำนาให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ"

 

นั่นคือถ้อยคำที่เกิดขึ้นจากมิตรสหายที่คุ้นใจกัน  เป็นถ้อยคำแห่งการหยิกหยอกมากกว่าการรำคาญหู  ขณะที่ผมเองก็มีความเชื่อเสมอว่า  เราเกิดมาจากที่ใด  ก็หาใช่ต้องยึดมั่นถือมั่นอยู่กับที่ตรงนั้นเสมอไป  วิถีแห่งปากท้องและอาชีพ  อาจแปรเปลี่ยนไปตามวิถีแห่งใจของแต่ละคน  คนที่เกิดมาในครอบครัวชาวนา  ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นชาวนาเสมอไป 
และผมก็เป็นกลุ่มคนในประเด็นนี้ 


 

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม   การที่ผมไม่สามารถสืบทอดอาชีพของบรรพบุรุษของตนเองได้นั้น  ก็คงไม่ใช่ความผิดบาปของการเกิดมาอย่างเสียชาติเกิด  แต่เส้นทางชีวิตที่ผมเลือกเดินนั้น  ก็ไม่ใช่วิถีที่ทำร้ายจิตใจของพ่อแม่เลยสักนิด   ตรงกันข้าม  พ่อกับแม่ก็ดูประหนึ่งชื่นชมกับอาชีพการงานของผมอยู่มิใช่น้อย  บางทีอาจจะมากเป็นร้อย ๆ เท่ากับการต้องเห็นผมตรากตรำหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดินเหมือนท่านก็เป็นได้

 

แต่ในความเป็นจริง  ผมรู้ตัวดีเสมอว่า  ผมมาจากที่ใด  มีรากเหง้าชีวิตเป็นอย่างไร  และการไม่สามารถเป็นชาวนาอย่างสมบูรณ์แบบได้  ก็ไม่ใช่ปมด้อยของชีวิต  และนั่นก็ไม่ได้หมายความว่า  ผมได้ลืมรากเหง้าของตนเองไปสิ้นแล้ว

 

 

ผมยังเป็นลูกชาวนาที่ภูมิใจในความเป็นชาวนาของบรรพบุรุษ   ความเป็นท้องไร่ท้องนา  ยังคงเป็นกลิ่นสาปที่ไม่เคยจากจางไปจากชีวิต  กลิ่นสาปของทุกฤดูกาลแห่งท้องทุ่งติดตามผมไปในทุก ๆ  ที่  และในทุก ๆ  จังหวะของชีวิต  ทุกครั้งที่ฝนโปรยเม็ด  ฟ้าลั่นคำราม  ผมจะรู้สึกราวกับว่า  นั่นคือเสียงเพรียกจากทุ่งนาที่บ้านเกิด   ทุกครั้งที่ลมหนาวเสียดแทงผิวเนื้อ  ผมก็จะรู้สึกราวกับว่า  เพลงเคียวแห่งทุ่งข้าวกำลังเปล่งขับขึ้นอย่างกังวานหวาน  เฉกเช่นกับสายลมร้อนที่พัดใบไม้แกรกกราก  ผมเองก็จะรู้สึกได้ว่า  บัดนี้ถึงเวลาแห่งการไล่ล่ากิ้งก่าอีกครั้ง

 

 

 

วันนี้ท้องนาที่บ้านเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล   ผืนนาที่เคยมีน้ำเอ่อล้นในฤดูฝน  ก็ดูจะไม่เหลือริ้วรอยเดิม ๆ เท่าใดนัก   ภาพน้ำใส ๆ  ในแปลงนาที่ทำให้เรามองเห็นแมงดานา หรือแม้แต่หอยปูปลาว่ายล่องไปตามกอข้าวก็หาดูได้ยากเต็มที   ซึ่งภาพเหล่านี้ในวัยเด็กนั้น  ผมพานพบได้อย่างดาษดื่น  หลายต่อหลายครั้ง  ยังเคยย่องเงียบลงไปใช้มือจับสิ่งเหล่านั้นอย่างแสนสุข

 

หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย   เราต่างไถคราดกันด้วยเครื่องยนต์ที่มีเสียงคำรามอันหนวกหู  การลงแขกดำนาก็เลือนหาย  เปิดพื้นที่ให้การจ้างวานเข้ามาแทนที่   จากนาที่เคยลงแรงตนเองอย่างคุ้นเคย  ก็กลายกลับให้คนอื่นเข้ามาเช่าลงแรงแทน  ขณะที่ตัวเองก็ถอยห่างมารอรับการแบ่งสันปันผลผลิต

 

เรื่องเหล่านี้เป็นภาพอันคุ้นชินเสียแล้ว   สำหรับคนหัวเก่าอย่างผมมักมองว่ามันเป็นความจริงที่แสนเศร้าเสมอ   แต่ถึงกระนั้น  ผมเองก็ไม่เคยเศร้ากับภาพนี้เนานานนัก   เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่า  ความเป็นจริงของชีวิต  ก็เปลี่ยวเศร้าอยู่แล้วแทบทุกเรื่อง   และภาพในอดีตของผมนั้น  ก็มีพลังมากพอที่จะปลุกปลอบให้ชีวิตของผมรื่นรมย์  และเดินไปข้างหน้าได้อย่างไม่ลังเล

(พักเหนื่อยใต้ร่มต้นสะเดา)

 

การหวนคิดถึงท้องทุ่งอันแสนงามในวันเด็ก  คงไม่ได้หมายถึงการจมจ่อมกับอดีตกาลอย่างหัวปักหัวปำ  และนั่นก็คงไม่ได้หมายถึงการเป็นคนไม่ยอมรับรู้ความเป็นจริงของวันนี้  หากแต่หมายถึง  การเตือนตัวเองให้รู้ว่า  เรามาจากที่ใด  และกำลังเดินทางไปที่ใด ..ด้วยจุดหมายใด ..

 

 

ทุกวันนี้  ผมยังคงเป็นลูกชาวนาอย่างเต็มร้อย   ผมทำนาบนกระดาษ  ขณะที่พ่อแม่พี่น้องยังคงทำนาในท้องทุ่ง  ผมเป็นลูกชาวนาที่ไม่ค่อยได้ลงแรงปักดำ  หากแต่ลงแรงเป็นเม็ดเงินในบางส่วน  และวิถีเช่นนี้  ก็เป็นวิถีเดียวกับอีกหลายชีวิตที่ทำงานในเมืองใหญ่  แต่ไม่มีโอกาสกลับมาทำนาที่บ้านเกิด  จึงได้แต่ส่งเงินมาให้คนทางบ้านจับจ่ายใช้สอยเกี่ยวกับการงานแห่งท้องทุ่งแทน

 

 

 

ผมมักมีความสุขเสมอเมื่อได้หวนคิดคำนึงถึงเรื่องราวชีวิตของตนเองท่ามกลางท้องทุ่งที่บ้านเกิด   ภาพความเป็นจริงของวันนี้  ผมกลับรู้สึกว่ามันเปลี่ยนแปลงไปเพียงกายภาพเท่านั้น  ขณะที่จิตวิญญาณของท้องทุ่งนั้นยังคงยืนหยัดทายท้ายุคสมัยอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

 

ผมมีความสุขเสมอกับการได้กลับบ้าน  และยิ่งมีความสุขอย่างมหาศาลเมื่อตนเองได้เหยียบย่างลงไปในท้องทุ่งของตนเอง   ยิ่งได้พาคนของความรักตะเลงลุยลงในผืนนาแห่งชีวิต  ยิ่งพลอยให้ชีวิตมีความสุขความอิ่มเอมใจเป็นที่สุด

 

และในทุก ๆ วิถีที่เหยียบย่างไปนั้น  ก็เป็นวิถีแห่งใจ  หาใช่การสร้างภาพเพื่อปลอบประโลมตัวเอง   เพราะเมื่อใดที่ผมแปรเป็นอื่น ๆ  ผืนนาทุกตารางนิ้วก็ย่อมรู้และสัมผัสได้เองกระมังว่า  ผมแปรเป็นอื่นไปแล้ว -  ซึ่งไม่มีวันนั้นสำหรับผมแน่

 

....

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 198742, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 3, ความเห็น: 22, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #ทุ่งนา#แผ่นดิน#แดนไท#เปลือยความสุข#บ้าน วิถีทุ่ง คนของความรักและความทรงจำไม่รู้จบ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (22)

Boo
เขียนเมื่อ 

....  ชอบภาพนี้จังค่ะ ...

การเตือนตัวเองให้รู้ว่า  เรามาจากที่ใด  และกำลังเดินทางไปที่ใด ..ด้วยจุดหมายใด ..

 ....  เป็นกำลังใจให้คุณแผ่นดิน และครอบครัวค่ะ  ....

 

* เพลิดเพลินกับการงาน อบอุ่นกับกระไออุ่นรักค่ะ  ....

 

 

  • สวัสดียามเช้าค่ะ
  • วันเวลาทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลง...
  • บางสิ่งอาจไม่หวนคืนแต่เราสามารถเก็บความทรงจำดีๆไว้ได้นะคะ ;)
  • ตามมาดู 2 หนุ่มลงแรงดำนาอย่างแข็งขัน
  • ทางเดินของชีวิตของเราบางครั้งก็ถูกลิขิตไว้แล้วค่ะ
  • แต่การไม่ลืมรากเหง้าของตนเองพี่ว่าสำคัญกว่านะคะ

สวัสดีครับ...คุณปู  poo

ผมเอาภาพมาฝากอีกภาพ..ย้ำรากเหง้าของผมเอง

Dsc06545

 

ขอบคุณครับ

 

 

โอ้ย เด็กสองคนนี้น่ารักจัง

ขอยืมเป็นลูกชายได้ไหมคะ (อยากมีลูกชายมาก) แต่ชีวิตนี้เป็นแม่มดไปแล้ว...

โอ้โห ยายเจี๊ยบดำนาเป็นด้วยเหรอคะเนี่ย 

น้องดินน้องแดนก็ดำนาเป็นด้วย โอ้ สามารถ 

Dsc06545

5555555555 น่ารักแท้ล่ะ

มาเยี่ยม คุณแผ่นดิน

เห็นภาพท้องนา ให้นึกถึงเมื่อครั้งตนยังเป็นเด็กเหมือนเจ้าสองคนผูน่ารักนี่ละ

เดินลุยท้องนา เลี้ยงควาย นอนเถียงนา อาบน้ำในห้วยใสไหลเย็นเห็ปลาปูเลยละนี่

สวัสดีครับ คุณน้อง.พิชชา

ผมว่ามนุษย์โชคดีมาก  ที่เกิดมาพร้อมกับความทรงจำอันวิเศษ  เราสามารถจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเรา  หลายเรื่องผ่านพ้นไปตามยุคสมัย  แต่สำหรับความทรงจำของชีวิต กลับแจ่มชัดอย่างไม่เลือนลาง

หลายคนมองว่าผมมองโลกในแง่ร้าย  ประหนึ่งสรุปว่า ปัจจุบันดูจะไม่รื่นรมย์เท่าใดนัก  แต่ความจริง  ผมไม่ได้หมายความว่า  ปัจจุบันจะเต็มไปด้วยแง่มุมอันอัปลักษณ์เสียทั้งหมด  ตรงกันข้ามผมกลับอยากจะบอกคนเหล่านั้นว่า .. ผมหลงใหลความงดงามในวัยเยาว์ของชีวิตต่างหาก -

....

ขอบคุณครับ

ดิฉันเองก็ไม่ได้เลือกอาชีพแม่ค้า เหมือนอาชีพของแม่...เพราะชอบการเป็นผู้ให้ความรู้ ชอบการชี้แนะ ให้คำปรึกษา เริ่มจากชีวิตครู จนมาสู่วิชาชีพศึกษานิเทศก์ในวันนี้

อาชีพแม่ค้าส่งผลต่ออาชีพของตัวเองในวันนี้อย่างไรบ้าง...

หลายเรื่องที่วิสัยของแม่ค้า(ที่ดี) ซึ่งตัวเองคุ้นชินในวัยเด็ก (ประถม-มหาวิทยาลัย) เมื่อครั้งช่วยครอบครัวค้าขาย เป็นประโยชน์ นำมาปรับใช้กับการงาน หรือแม้แต่วิถีชีวิตของวันนี้ ....

ก็เช่น....

ไม่เอาเปรียบลูกค้า ค้าขายด้วยความซื่อสัตย์ ไม่คดโกง .... (ไม่โก่งราคา ไม่โกงกิโล ไม่หลอกลูกค้า ฯลฯ)

อดทน หนักเอา เบาสู้ (เพราะบ้านเราไม่มีลูกจ้าง ต้องช่วยกันยกของ ส่งของ ฯลฯ ให้ลูกค้า)

เอาใจเขามาใส่ใจเรา บริการลูกค้าให้ดี...

ประหยัด อดออม เก็บเล็กผสมน้อย เพื่อจะได้มีทุนขยายการค้า สิ่งนี้ส่งผลให้เราเป็นคนที่มีวินัยในการใช้เงินในวันนี้

ยังมีอีกหลายเรื่องค่ะ ที่ตัวเองได้จากอาชีพแม่ค้า เชื่อว่าอาจารย์เองก็เช่นกัน วิถีชีวิตชาวนาได้แทรกอยู่ในจิตและกายของอาจารย์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิดหรือการปฏิบัติ

ดูจากภาพแล้ว อาจารย์คงหวังให้วิถีชาวนา ได้แทกซึมลงในจิตและกายของน้องแดนกับน้องดินด้วยเช่นกัน วิถีที่ได้ใกล้ชิดกับแม่ธรณี...และ...แม่โพสพ เป็นความสุขที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาส น้องแดนกับน้องดินโชคดีที่มีโอกาสนี้ค่ะ

ระลึกถึง...และชื่นชมในวิถีชีวิตและการงานของอาจารย์เสมอค่ะ

การไต่ตามหาความสุขที่แท้ของชีวิต
บางทีการกลับไปที่จุดเริ่มต้น
อาจทำให้เรามองเห็นความงดงามของปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
..............................
                             ชื่นชมจากใจครับพี่

Dsc06545

ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนรุ่นต่อไปทำนาเลี้ยงชาวโลก

สมแล้วที่ได้ชื่อว่า..นักเลงลูกทุ่ง

:)

พี่เจี๊ยบเป๊ะมากเลยค่ะ

ดำนาเป็นด้วย หญิงแกร่งจริงๆ

อิจฉาอีกแล้ว...

น้องสองคนน่่ารักมากๆ ค่ะ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบลอกนะคะ จะพยายามกลับมาเขียนเรื่องดีๆ อีก แต่ตอนนี้ยุ่งกับตัวเองจนหัวหมุนไปหมดเลย จนเวลามันสับสนไปหมด เว้นว่างไม่ได้เข้ามาเสียนาน

เป็นกำลังใจให้พี่เหมือนกันค่ะ สู้ๆ กับการทำงานต่อไปนะคะ

สวัสดีครับ  naree suwan 

ขอบคุณวาทกรรมแห่งชีวิตนี้นะครับ อ่านแล้วประทับใจมาก

  • ทางเดินของชีวิตของเราบางครั้งก็ถูกลิขิตไว้แล้วค่ะ
  • แต่การไม่ลืมรากเหง้าของตนเองพี่ว่าสำคัญกว่านะคะ
  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

    ต้อมไม่ได้มีอาชีพครูเหมือนพ่อ(ที่อยากเป็นชาวสวน) และก็ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นช่างเย็บผ้าเหมือนแม่ หากแต่ต้อมก็เป็นตัวเอง..ทำมาหาเลี้ยงชีพของตัวเองได้ด้วยตัวเอง (ตัวเองเยอะจัง) และมีความฝันอยากเป็นชาวสวนด้วยค่ะ เพราะรู้สึกว่าเวลาได้อยู่ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าแล้วมีความสุข ถึงแม้จะไม่รู้จักต้นไม้ทุกต้น ดินทุกก้อนก็เถอะ อีกไม่นาน..ต้อมก็คงจะได้เป็นชาวสวนเต็มตัว

    ตัวเล็ก
    IP: xxx.151.232.70
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะ คุณน้าพนัส หนูก็เป็นคนหนึ่งที่มีรากเหง้าลูกชาวนาขนานแท้ เห็นรูปน้อง 2 คนแล้ว ก็ถึงตอนที่เป็นเด็ก เมื่อได้ไปนากับพ่อแม่ที่ไร ก็จะชอบทำตามที่ท่านทำ ตอนนั้นคงจะเป็นเพราะความสนุกแบบเด็กๆๆ โดยไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้รู้ว่าท่านเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องก้มๆๆเงยๆๆ ตลอดช่วงทำนา ไม่เคยเลยลืมรากเหง้าที่เก่าแก่ ไม่เคยแค่ใครจะมองว่ามันต่ำ ไม่เคยสนใครจะว่าทำนานแล้วตัวดำ ไม่เคยขำ"รากเหง้า"กำเนิดตน

    Boo
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน

    * ... ทักทายจากบ้านปักษ์ใต้ค่ะ

    * คุณแผ่นดินสบายดีนะคะ

    ช่วงนี้ทางอิสานฝนตกหนักเลย บ้านคุณแผ่นดินโดนน้ำท่วมไหมคะ

    * ...

    * ช่วงนี้อยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็คิดว่าตัวเองคงไม่สามารถเป็นชาวไร่ ชาวสวน อย่างพ่อแม่ได้เช่นกันค่ะ ..

    แต่อย่างน้อยที่สุด เราจะไม่ขายมรดก และผืนดิน ที่ท่านทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายแน่นอน ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีครับ. ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี

    วันที่ผมพาสองหนุ่มไปดำนานั้น  พวกเขาร่าเริงมา  และนั่นอาจจะหมายถึงได้ทำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย  หรือไม่ก็คล้ายกับว่า  เขามีเลือดเนื้อและวิญญาณในเรื่องนี้อย่แล้ว

    ผมยกให้นะครับ...สำหรับสองหนุ่ม  ว่าแต่จะรับมือไหวหรือเปล่าเท่านั้นเอง  เพราะทั้งสองมีวีรกรรมชวนปวดหัวยิ่งนัก

    ขอบคุณครับ

     

    สวัสดีครับ  นุ้ยcsmsu

    ปีนี้ ผ่านหน้าฝนมาจนถึงการเก็บเกี่ยว-  ยังไม่มีโอกาสได้เขียนบันทึกเที่ยวทุ่งเลยสักบท

    ส่วนภาพที่เห็นนี้  ไม่ใช่ภาพดำนานะ แต่เป็นภาพที่กำลังงมหอย..ต่างหาก

    สองหนุ่มน้อย ลุยหมหอยให้คุณย่า  ได้เยอะพอสมควร  พอดีที่นามีน้ำท่วมขังดี  มีปลา มีหอยให้จับให้เก็บเรื่อยมา

    ....

    ขอบคุณครับ

    สวัสดีครับ ..

    ท้องไร่ท้องนา เป็นต้นกำเนิดจิตวิญญาณของผมโดยแท้เลยครับ  ชีวิตทุกวันนี้เหมือนถูกโอบรัดด้วยกลิ่นอายของท้องทุ่ง

    ในยามทุกข์ ก็จะหาเวลากลับบ้านไปพักฟื้นและเติมกำลังใจจากท้องทุ่งที่บ้านเกิด

    การพาลูกๆ กลับไปท่องเล่นในบรรยากาศเช่นนั้น ก็เพื่อให้เขาได้รับรู้ถึงเรื่องราวอันเป็นชีวิตของบรรพบุรุษ  เขาจะได้ไม่รู้สึกแปลกแยกกับวิถีชีวิตเหล่านี้ ...

    .....

    ขอบคุณครับ

     

     

     

    สวัสดีค่ะอาจารย์

       มาดูความน่ารักของหลานสองคนค่ะ...อ่านบันทึกนี้แล้วทำให้นึกถึงภาพตอนเป็นเด็กๆค่ะ...รากเหง้าของเรามาจากเมล็ดข้าวของแผ่นดิน...ลูกชาวนาเช่นกันค่ะ 

           เมื่อถึงเวลาที่อาจารย์อายุมากกว่านี้หรือหยุดงานในเมือง และเด็กๆเรียนจบมีงานทำ   พี่ดามั่นใจนะว่าอาจารย์มาอยู่ตรงที่เล่ามานี้แน่นอนค่ะ เด็กๆดูมีความสุข สนุก 2 คนพี่น้องน่ารักมากค่ะ