ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยอ่านหนังสือ หลวงปู่ฝากไว้ ของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล แห่งวัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ มีอยู่ตอนหนึ่งท่านกล่าวว่า
"คนเราทุกวันนี้ เขาเป็นทุกข์เพราะความคิด"
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นน่ะเหรอครับ คงเป็นเพราะเรายังไม่ตื่นรู้จากกิเลสที่มันห่อหุ้มปกคลุมจิตใจของเรา เพราะถ้าเราตื่น ก็ย่อมมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริงว่าสิ่งใดทำให้เราเป็นทุกข์ เราก็จะละวางได้เองโดยอัตโนมัติ โดยปราศจากการข่มใจ หรือฝืนใจเพื่อที่จะละ
หลายท่านใน gotoknow คงรู้จัก หรือเคยอ่านหนังสือของท่านอาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม ... "จิตสดใส แม้กายพิการ" พอจะคุ้นๆชื่อหนังสือไหมครับ
เดือนที่แล้ว ผมได้ฟังซีดีของท่านเรื่อง ดูกายเห็นจิต ดูคิดเห็นธรรม จึงอยากจะนำมาแบ่งปันกัน ลองโอปนยิโกดูนะครับ ซึ่งสรุปใจความสำคัญได้ว่า
ถ้าจิตไม่ยึดมั่นถือมั่นในร่างกายและใจ จิตเขาก็จะเป็นอิสระ เพราะเหตุว่า ...
เพราะมีความอยากความจึงเกิดความยึด
เพราะมีความคิดจึงเกิดความอยาก
กิเลสทั้งหลายล้วนมาจากความคิด
ความคิดก็เกิดมาจากจิต
ความคิดมี 2 ประเภท คือ ความคิดจากจิตปกติ และคิดจากจิตไม่ปกติ
ถ้ามีสติความคิด(ปรุงแต่ง)จะไม่เกิด
สติก็มี 2 ประเภทเช่นกัน สติโดยสัญชาตญาณ และสติปัฏฐาน
สติโดยสัญชาตญาณไม่สามารถแก้ปัญหาชีวิตได้ แต่สติปัฏฐาน จากการระลึกรู้กาย เวทนา จิต ธรรม จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้จนถึงที่สุดแห่งทุกข์ หมายถึงการพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง
ดังนั้น ถ้าคนเรารู้ว่าเป็นทุกข์เพราะความคิด เขาก็จะไม่คิด บางคนเจอปัญหา แต่รู้เท่าทันความคิด เขาก็จะไม่คิดต่อ ไม่คิดปรุงแต่ง เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ ยิ่งคิด ก็ยิ่งเกิดความยึดมั่นถือมั่น เมื่อมีอารมณ์มากระทบปุ๊บ ก็จะเกิดอาการขี้เกียจคิดต่อ (คิดปรุงแต่ง) 
ขี้เกียจคิดแล้วทำยังไงล่ะ ? อาจารย์ถาม
ขี้เกียจคิด แต่ไม่ขี้เกียจรู้ไงล่ะ !!!

ธรรมสวัสดี