ประเด็นการนำเอาวัฒนธรรมมา"ขายกิน" การเน้น ๆเฉพาะงาน "กาดหลู่"ที่จะจัดในเดือนตุลา ปีนี้รูปแบบในใจของผู้จัดเป็นอย่างไร

"คนอำเภอปายทำไมยังยากจน ทั้ง ๆที่ภาวะทางเศรษฐกิจของอำเภอปายในภาพรวมดี เกิดอะไรขึ้น จากการวิคราะห์คร่าว ๆเศรษฐกิจทีปายดีจากการท่องเที่ยว แต่ธุรกิจนี้ไม่ได้อยู่ในมือของคนปาย"

คนปายจะรวยได้มีอยู่ 2 ทาง คือ ถ้าไม่ขายที่ก็ต้องถูกหวย เท่านั้น ฮา !!

เมื่อวานนี้ผมได้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการด้านเศรษฐกิจและคณะอนุกรรมการด้านการท่องเที่ยวอำเภอปาย หยิบยกเรื่องปัญหาความยากลำบากของเกษตรกรปายที่ปลูกกระเทียมแล้วไม่ได้ขาย โดยไม่ทราบสาเหตุ (จริงเปล่า) คนปายยิ่งจนหนักเข้าไปอีก ลงทุนไปแล้ว กำไรไม่มี แถมทุนยังไม่ได้คืนอีก เฮ้อ !!

 คณะอนุกรรมการได้หยิบประเด็นการปลูกพืชทดแทนกระเทียม ปลูกพืชปลอดสารพิษเพื่อส่งเข้าระบบธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งความจริงคนอำเภอปายทั้งภาคประชาชนและธุรกิจ พึ่งพาผัก ปลา อาหารจากเชียงใหม่เกือบร้อยเปอร์เซนต์ จะทำอย่างไรให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบนี้ให้ได้ เช่น ผักปลอดสารพิษ เห็นขยับ ๆกันหลายครั้งแต่ก็ยังอยู่ที่เดิม คณะอนุกรรมการจึงเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาแนวทางตลอดจนประสานงานด้วย โดยให้เกษตรอำเภอรับผิดชอบเป็นแม่งานไป

เรื่องการท่องเที่ยวที่มีการบูมกันมาก ๆปัญหาการปลูกสร้างอาคารต่าง ๆที่มีแบบแปลน รูปทรงที่ไม่ใช่ศิลปะ วัฒนธรรมของปาย หลังจากขายที่ ขายทุกอย่างแล้ว  ฮ็อตสุด ๆคือที่บ้านกุงแกงทีกำลังสร้าง ไม่รู้ทรงอะไรออกมาแปลก ๆไม่รู้ใครอนุมัติให้สร้าง ?? มติคือให้ อปท.คอยควบคุมให้ดี ??

ตามมาด้วยเรื่องปฏิทินการท่องเที่ยว มีการหยิบยกประเด็นการนำเอาวัฒนธรรมมา"ขายกิน" การเน้น ๆเฉพาะงาน "กาดหลู่"ที่จะจัดในเดือนตุลา ปีนี้รูปแบบในใจของผู้จัดเป็นอย่างไร แต่คณะอนุกรรมการให้จัดเป็นแบบโซนใครโซนมัน คือให้วัฒนธรรมยังคงอยู่คู่กับการท่องเที่ยว

กำหนดว่าถนนคนเดิน ไม่ต้องปิด ยังอยู่ที่เดิม วัฒนธรรมกาดหลู่เดิม จัดที่ถนนหน้าที่ว่าการอำเภอและในที่ว่าการอำเภอ ส่วน กิจกรรมบันเทิง(ที่เทศบาลถนัด)ให้จัดในเทศบาล สำคัญคือปีนี้คณะอนุกรรมการเน้น ๆว่าต้องไม่มี"ซอซิ่ง"และการแสดงอื่น ๆที่ยั่วยุ "กิเลส ตัณหา"ด้วย ก็ไม่รู้ว่าจได้แค่ไหน เพราะเจ้าของเงินตัวจริงไม่มาประชุม คงต้องติดตามตอนต่อไปนะครับ