วันนี้ หลังจากประชุม Hospital os เสร็จผมก็รีบเดินทางกลับบ้านตาก พอมาถึงบ้านก็ได้ทักทาย เล่นกับลูกๆแล้ว ก็แอบขึ้นมาห้องทำงานเพื่อเคลียร์งานเอกสารและเขียนบล็อค ผมเดินทางจากบ้านตากเข้ากรุงเทพฯเพื่อร่วมแข่งขันกีฬาสาสุขตั้งแต่บ่ายวันที่ 16 เพื่อแข่งในวันศุกร์ที่ 17 โดยผมลงแข่งขันว่ายน้ำ ซึ่งผมเคยเข้าแข่งขันมา 2 ครั้งเมื่อ 9 ปีก่อนและ 2 ปีก่อน แล้วก็ห่างหายการลงสระว่ายน้ำไปกว่า 2 ปี ปีนี้รู้สึกอยาก(กิเลส)ลงแข่งขันอย่างมาก แม้รู้ว่าตัวเองไม่มีเวลาซ้อมเพราะเดินทางบ่อยมากก็ตาม

                ที่ผมอยากลงแข่งก็เพราะว่า ผมรุ้สึกว่าการวิ่งออกกำลังกายตอนเย็นที่ทำอยู่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาหวัดภูมิแพ้ได้ ทำให้นึกถึงการออกกำลังกายอีกอย่างที่เคยเล่นสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ช่วยแก้ได้คือว่ายน้ำ แต่ถ้าไม่มีเหตุบังคับมาช่วย คงยากที่ผมจะหาเวลาไปว่ายได้ พอรับปากนพ.สสจ.ตากว่าจะไปเป็นตัวแทนเขต 2 แข่ง(ผู้ชายมีนักกีฬาว่ายน้ำคือผมคนเดียว ผู้หญิงมี 4 คนจากสุโขทัย 2 คน พิษณุโลก 2 คน) ก็เลยจำเป็นต้องจัดเวลาไปว่าย และก็กระทบกับการเปิดคลินิกเพราะต้องว่ายตอนเย็นกว่าจะไปเปิดคลินิกได้ก็เกือบ 6 โมงครึ่ง จะไปว่ายตอน 3 โมงเย็นก็มีงานที่ต้องทำเยอะไปหมด เพราะไม่อยู่โรงพยาบาลบ่อย

                ตั้งใจไว้ตอนแรกว่าเพื่อบังคับออกกำลังกายลดอาการภูมิแพ้ รวมทั้งผลจากการฟังบรรยายของอาจารย์หมอเทพ ว่าไขมันรอบพุงเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของโรคเบาหวาน และได้เรียนรู้มาก่อนแล้วว่าว่ายน้ำจะลดเส้นรอบพุงได้เร็วมาก ผมเลือกลง 2 ประเภท(กติกาลงได้แค่คนละ 2 ประเภท)คือผีเสื้อ 50 เมตร ทั่วไปและกบ 100 เมตรทั่วไป(มีรุ่นอาวุโสแต่ต้องอายุ 40 ปีขึ้นไป) โดยตั้งเป้าหมายไว้ 3 ระดับ จะผ่านระดับไหนก็พอใจแล้วคือ

1.  ว่ายได้ถึง โดยเฉพาะผีเสื้อ 50 เมตร ซึ่งท่าผีเสื้อเป็นท่าที่ผมชอบมาก

2.  ว่ายได้ไม่เกิน 40 วินาที

3.  ว่ายได้ไม่เกิน 35 วินาที

                 ส่วนท่ากบไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้ ผมได้ซ้อมที่สระ กกท.ตากตั้งแต่วันที่ 3-5,7-9 แล้วก็ต้องไปบรรยาย ประชุมตลอด ช่วง13-14 มีนาได้ประชุมที่กรุงเทพฯได้ว่ายที่ รร.ทีเค พาเลส ทำให้การซ้อมน้อยมาก วันที่ 14 เย็นกลับบ้านตาก แล้วเดินทางไปอีกครั้งตอน 16 เย็นเพื่อเข้าแข่ง 17 เลย

                  ในวันแข่งขัน พอเจอหน้ากัน ก็จำๆกันได้ โดยเฉพาะผู้ชายเพราะเคยว่ายแข่งกันมาแล้ว พอจะรู้ทางกัน บางรายการ ทำนายผู้ได้เหรียญทองได้เลย บางคนเคยเป็นนักีฬาทีมชาติ บางคนเคยเป็นตัวเยาวชน บางคนเคยเป็นตัวมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นเวลาในการว่ายจะค่อนข้างดี

                  เมื่อวานที่เข้าแข่งปรากฎว่า ผีเสื้อ 50 เมตร ผมได้เหรียญทองแดง ทำเวลาได้ 35.8 วินาที ที่ 1 ทำได้ 31กว่าๆ ที่สองทำได้ 35.6 วินาที ระยะ 5 เมตรสุดท้าย เริ่มหมดแรง ทำให้ผีเสื้อไม่ค่อยบินเท่าไหร่นัก ส่วนกบ 100 เมตร ได้เหรียญทองแดงเช่นกันทำเวลาได้ 1 นาที 35 วินาที ส่วนที่ 1 ได้ 1.31 ที่สองได้ 1.32 ก็เรียกว่าเหนือความคาดหมายอย่างมาก

                  หลังว่ายเสร็จ ก็ได้ทำ AARกับโคช(รัชดา) ผู้ควบคุมทีม(เอ้)และคนขับรถ(สุโทน) ซึ่งก็พบว่าในการว่ายผีเสื้อ 50 เมตรนั้น ผมไม่สามารถควบคุมสโตรคการว่ายให้คงที่ได้เนื่องจากเสียสมาธิจากการหมดแรงและตอนซ้อมไม่ได้ทดลองจับเวลาและซ้อมไม่ถึง 50 เมตร รวมทั้งการออกตัวตอนโดดช้ามาก ซึ่งเอ้บอกว่าดูลักษณะตั้งแต่ตอนเข้าแท่นสตาร์ตแล้วดูเกร็งๆ ไม่ผ่อนคลายเท่าไหร่ จึงทำให้ทำเวลาได้ไม่ดีและหมดแรง ส่วนการว่ายกบ 100 เมตรนั้น ผมเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไร ทำให้รู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง และการออกตัวดีมาก โดดได้ไกลกว่าคนอื่นๆ และนำลิ่วเลย เข้าเส้นชัยนำกว่าคนอื่นๆเกือบ 5 เมตร แต่เนื่องจากมีอยู่ 3 กลุ่ม และทีมงานบอกว่าน่าจะเร่งได้มากกว่านี้ ถ้าผมไม่มัวไปหันไปดูคนอื่นๆที่ว่ายตามมา(ที่ผมหันไปดูเพราะแปลกใจว่าทำไมเราว่ายอยู่คนเดียว ลู่ข้างๆไปไหน กลัวจะฟาล์วหรือเปล่า ทำให้พะวง ส่วนสโตรคการว่ายนั้นผมรู้สึกว่าน่าจะดีที่สุดเท่าที่ผมว่ายกบมา แม้จะเข้าที่ 1 ของกลุ่มแต่พออาเวลาทั้ง 3 กลุ่ม(ฮีต)มารวมกัน ผมก็เข้าเป็นที่ 3

                    เนื่องจากการจัดแข่งกีฬาปีนี้ ตรงกับการจัดHA Forum 7 ผมจึงได้ไปร่วมกิจกรรมที่อิมแพคเพียงวันแรกวันเดียว ก็รีบกลับไปช่วยน้องๆทำงานอีก 2 วัน เพื่อจะกลับมาแข่งกีฬา แต่ก็มีพี่ๆเพื่อนๆ โทรมารายงานบรรยากาศHA Forum 7 ให้ทราบเป็นระยะๆ

                    ผลดีที่ตามมาประการหนึ่งของการที่ผมซ้อมว่ายน้ำก็คือลูกชายคนโต(น้องแคน) ได้ตามไปว่ายด้วย แล้วเกิดความต้องการในการเรียนว่ายน้ำขึ้นมาโดยผมไม่ต้องบังคับ โดยได้ไปขอโค๊ชว่ายน้ำให้สอนให้เองเลย และก็ได้เทียวไปฝึกว่ายน้ำเกือบทุกวัน ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเขาเห็นผมว่ายได้ เขาก็เลยอยากทำได้บ้าง ส่วนน้องขิมก็ตามพี่ชายไปเล่นน้ำด้วยซึ่งบางทีการกระทำของพ่อแม่ก็อาจจะสื่อได้ดีกว่าคำพูดหรือบอกอย่างเดียว