ทุกที่ ทุกเวลา ทุกวงสนทนา เกิดความรู้ได้ทั้งสิ้น "ด้วยสุนทรียสนทนา" และ "การคิด"
ในวงสนทนาของครอบครัวเรา เย็นวันหนึ่ง น้องยิ้มเปิดประเด็นเรื่องขำๆที่อ่านพบในอินเตอร์เนท
ลูกค้าคนหนึ่งโทรศัพท์ไปปรึกษาพนักงานขายคอมพิวเตอร์ลูกค้า "สงสัยคอมพ์ผมจะเสียแล้ว เมาส์ไม่ยอมขยับเขยื้อนเลย เพิ่งซื้อมาได้เดือนเดียว เองนะ !!"พนักงาน "ใจเย็นๆก่อนค่ะ..ช่วยบอกดิฉันหน่อยซิคะ ว่าบนจอตอนนี้มีอะไรบ้าง?"ลูกค้า "... ก็มีต้นแคทตัสที่แฟนผมซื้อให้น่ะ แล้วมันเกี่ยวกับคอมพ์เสียตรงไหน???"พนักงาน "...................งง...งง"
เรื่องน่าจะจบลงด้วยดี กับเสียงหัวเราะของทุกคน แต่คุณพ่อก็สร้างสุนทรียสนทนาใหม่ขึ้นมาจนได้
พ่อ "อย่าเพิ่งจบ...ลูกควรจะคิดต่อให้ได้ด้วยว่า เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้เพราะอะไร แล้วมีวิธีป้องกันหรือแก้ไขได้อย่างไรยิ้ม " ก็เขาพูดไม่รู้เรื่อง คนถามก็ถามไม่ชัดเจน คนตอบก็อาจจะกำลังหงุดหงิด"พ่อ "แล้วถ้าลูกเป็นพนักงานขาย ลูกจะพูดว่าอย่างไร?ยิ้ม "... อึ้ง..(คิด....)"พ่อ "..คนขายน่าจะพูดว่า ช่วยบอกหน่อยว่า ขณะนี้ที่หน้าจอคอมพ์มีข้อความใดแสดงอยู่บ้าง"
คราวนี้เรื่องจบลงจริงๆแล้วค่ะ แต่คุณลิขิตอย่างพี่เม่ยไม่ยอมจบค่ะ วิ่งไล่จับประเด็นอย่างชุลมุน ได้มาหลายประเด็นค่ะ....
1. การพูด/ฟัง ด้วยอารมณ์ โมโห หงุดหงิด อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้
2. คำถามที่ กำกวม ทำให้ไม่ได้คำตอบอย่างใจคิด
3. ทุกที่ ทุกเวลา ทุกวงสนทนา เกิดความรู้ได้ทั้งสิ้น ด้วย "สุนทรียสนทนา"และการ "คิด"