เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทราบจากคำบอกเล่าว่า ที่ อ.บ้านหลวง จ.น่าน มีกรณีประชาชนรับประทานอาหาร ที่หมู่บ้าน/ชุมชนจัดเตรียมนำมาเลี้ยงในงานบุญ พระธาตุเมล็ดข้าว  ท่านที่เล่าบอกอีกว่า ขนาดประธานพิธี (ตัวแทนนายอำเภอ ตำแหน่งปลัดอำเภอ) รับประทานยังป่วยหนัก  ทาง รพ.ต้องตามแพทย ระดมแพทย์ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่ถูกส่งมาจาก รพ.บ้านหลวงเป็นการด่วน

เช้าวันที่ 18 มีนาคม 2549  เห็นข่าวพร้อมภาพข่าวที่เสนอทางเว็ปไซด์หนังสือพิมพ์เสียงชาวน่าน  เว็ปไซด์นี้เป็นเว็ปไซด์ข่าวที่เสนอข่าวจากสื่อมวลชน

http://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1058&board=board

พยายามอ่านข่าว  เมื่อออกไปนอกบ้านถามชาวบ้าน ๆ ระแวก รพ.น่าน ที่เป็นชาว อ.บ้านหลวง บอกว่าคนป่วยเป็นคนต่างตำบล  เธออยู่ที่ ต.บ้านฟ้า  ส่วนผู้ป่วยมาจาก ต.สวด ( ระแวกที่ว่าอำเภอ) และต.ป่าคา  เธอบอกเล่าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เห็นกับตา  ( ฟังเขามาอีกต่อ ) ว่า สามีมีอาการป่วยไม่ได้ปัจจุบันทันด่วนอะไร  สามีแปลกใจว่า เกิดผิดปกติในร่างการ หายใจไม่ออก ไปโรงพยาบาลแล้วพูดไม่ได้ เพราะลิ้นแข็ง  ต้องเขียนข้อความโดยใช้ปากกาสื่อผ่านกระดาษให้ภรรยาอ่าน ภรรยาสังเกตเห็นน้ำตาของสามี ( สามีบอกว่าท่าจะไม่รอด )

จากการอ่านข่าว  เห็นความเอาใจและวิธีการให้ความช่วยเหลือ นำโดยนายแพทย์สาธารณสุข จ.น่าน คณะแพทย์ คณะพยาบาล คณะเจ้าหน้าที่ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ( จ.แพร่ ) ที่น่าสนใจมีการใช้สื่อวิทยุ  ประชาสัมพันธ์  สร้างความเข้าใจไม่ให้ประชาชนตระหนกตกใจ 

ทราบจากแหล่งข่าว กองระบาดวิทยาส่งเจ้าหน้าลงพื้นที่ด่วน เพื่อสอบสวนโรค และมีการประสานงานไปยังส่วนกลาง พรุ่งนี้ จะมีวัคซีนจากประเทศอังกฤษ จำนวน 20 ชุด เพื่อใช้งานถึงสนามบินน่าน  น่าสนใจ ยังทราบมาอีกว่า หน่อไม้ปี๊บรุ่นนี้ทำกัน 50 ปี๋บ จำหน่ายไป 48 เหลือ 2 ปี๊บสุดท้ายนำมาเลี้ยงในงาน สำหรับ 2 ปี๊บ  หน่อไม้รสเปรี้ยว เอานิ้วแตะน้ำในปี๋บยังลิ้นชา  ผู้ปรุงบอกไม่เป็นไร ก็เลยเกิดเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องนี้  พวกเราคงต้องติดตามการสอบสวนโรคจากหน่วยงานสาธารณสุขกันต่อไป 

เสียดายที่ช่วงเกิดเรื่อง  นพ.ชาตรี เจริญศิริ (กัลยาณมิตรของพวกเรา) ติดราชการต่างจังหวัด เลยไม่ได้มาร่วมส่งเสียงสื่อสารผ่านสื่อ เพื่อความรู้ ความเข้าใจในอีกมุมมองหนึ่งที่ราชการปกติกระทำ อย่างไรก็ดี ทราบว่าจะกลับถึงน่านวันอังคารที่จะถึง คงนำเรื่องนี้ร่วมปรึกษาหารือ หลายส่วน หลายฝ่าย ในพื้นที่และต่างพื้นที่ เป็นการร่วมกันจัดการความรู้  เป็นบทเรียนและให้เกิดการแก้ไขระดับนโยบายต่อไป