เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทราบจากคำบอกเล่าว่า ที่ อ.บ้านหลวง จ.น่าน มีกรณีประชาชนรับประทานอาหาร ที่หมู่บ้าน/ชุมชนจัดเตรียมนำมาเลี้ยงในงานบุญ พระธาตุเมล็ดข้าว ท่านที่เล่าบอกอีกว่า ขนาดประธานพิธี (ตัวแทนนายอำเภอ ตำแหน่งปลัดอำเภอ) รับประทานยังป่วยหนัก ทาง รพ.ต้องตามแพทย ระดมแพทย์ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่ถูกส่งมาจาก รพ.บ้านหลวงเป็นการด่วน
เช้าวันที่ 18 มีนาคม 2549 เห็นข่าวพร้อมภาพข่าวที่เสนอทางเว็ปไซด์หนังสือพิมพ์เสียงชาวน่าน เว็ปไซด์นี้เป็นเว็ปไซด์ข่าวที่เสนอข่าวจากสื่อมวลชน
http://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1058&board=board
พยายามอ่านข่าว เมื่อออกไปนอกบ้านถามชาวบ้าน ๆ ระแวก รพ.น่าน ที่เป็นชาว อ.บ้านหลวง บอกว่าคนป่วยเป็นคนต่างตำบล เธออยู่ที่ ต.บ้านฟ้า ส่วนผู้ป่วยมาจาก ต.สวด ( ระแวกที่ว่าอำเภอ) และต.ป่าคา เธอบอกเล่าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เห็นกับตา ( ฟังเขามาอีกต่อ ) ว่า สามีมีอาการป่วยไม่ได้ปัจจุบันทันด่วนอะไร สามีแปลกใจว่า เกิดผิดปกติในร่างการ หายใจไม่ออก ไปโรงพยาบาลแล้วพูดไม่ได้ เพราะลิ้นแข็ง ต้องเขียนข้อความโดยใช้ปากกาสื่อผ่านกระดาษให้ภรรยาอ่าน ภรรยาสังเกตเห็นน้ำตาของสามี ( สามีบอกว่าท่าจะไม่รอด )
จากการอ่านข่าว เห็นความเอาใจและวิธีการให้ความช่วยเหลือ นำโดยนายแพทย์สาธารณสุข จ.น่าน คณะแพทย์ คณะพยาบาล คณะเจ้าหน้าที่ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ( จ.แพร่ ) ที่น่าสนใจมีการใช้สื่อวิทยุ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจไม่ให้ประชาชนตระหนกตกใจ
ทราบจากแหล่งข่าว กองระบาดวิทยาส่งเจ้าหน้าลงพื้นที่ด่วน เพื่อสอบสวนโรค และมีการประสานงานไปยังส่วนกลาง พรุ่งนี้ จะมีวัคซีนจากประเทศอังกฤษ จำนวน 20 ชุด เพื่อใช้งานถึงสนามบินน่าน น่าสนใจ ยังทราบมาอีกว่า หน่อไม้ปี๊บรุ่นนี้ทำกัน 50 ปี๋บ จำหน่ายไป 48 เหลือ 2 ปี๊บสุดท้ายนำมาเลี้ยงในงาน สำหรับ 2 ปี๊บ หน่อไม้รสเปรี้ยว เอานิ้วแตะน้ำในปี๋บยังลิ้นชา ผู้ปรุงบอกไม่เป็นไร ก็เลยเกิดเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเราคงต้องติดตามการสอบสวนโรคจากหน่วยงานสาธารณสุขกันต่อไป
เสียดายที่ช่วงเกิดเรื่อง นพ.ชาตรี เจริญศิริ (กัลยาณมิตรของพวกเรา) ติดราชการต่างจังหวัด เลยไม่ได้มาร่วมส่งเสียงสื่อสารผ่านสื่อ เพื่อความรู้ ความเข้าใจในอีกมุมมองหนึ่งที่ราชการปกติกระทำ อย่างไรก็ดี ทราบว่าจะกลับถึงน่านวันอังคารที่จะถึง คงนำเรื่องนี้ร่วมปรึกษาหารือ หลายส่วน หลายฝ่าย ในพื้นที่และต่างพื้นที่ เป็นการร่วมกันจัดการความรู้ เป็นบทเรียนและให้เกิดการแก้ไขระดับนโยบายต่อไป
ความคืบหน้าล่าสุด ทราบว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีกำหนดเดินทางถึง จ.น่าน วันนี้ วันอาทิตย์ ที่ 19 มีนาคม 2548 ในส่วนของสื่อมวลชนติดตาม นำเสนอสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
ที่เว็ปไซด์หนังสือพิมพ์เสียงชาวน่าน http://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1059&board=board
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=thomya&topic=477
00477 - Km หน่อไม้ปี๊บป่วนน่านเมืองเก่า? - ชาวน่าน - [19 มี.ค. 2549] - (0 / 0) new
เป็นเว็ปบอร์ดสำนักระบาดวิทยา Web Board สำนักระบาดวิทยา...ดูแลโดยนายถมยา พุกกะนานนท์
ทราบว่า แม่ทัพภาคที่ 3 โดยการประสานงานไปจากจังหวัดทหารบกน่าน รพ.ค่ายสุริยพงษ์ ให้การช่วยเหลือในภารกิจนี้อย่างดียิ่ง นอกจากส่งเฮลิคอปเตอร์ รถยนต์ลำเลียงอุปกรณ์เครื่องช่วยหายจากหลาย รพ.ในสังกัดมาช่วยเหลือแล้ว ยังจัดส่งบุคคลากรทางการแพทย์ พยาบาลมาช่วยเหลืออีก ซึ้งใจจริง ๆ
นพ.ปราชญ์ฯ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขพร้อมคณะ เดินทางถึง จ.น่าน 10 น.เศษวันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม2549 นำวัคซีนที่ได้รับจากการบินไทยที่ส่งมาจากอังกฤษถึงเมืองไทยเช้าวันเดียวกันมาช่วยเหลือผู้ป่วย เข้าร่วมประชุมที่ รพ.น่าน มีนายปริญญา ปานทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นพ.พิศิษฐ์ฯ สสจ.น่าน นพ.คณิตฯ ผอ.รพ.น่าน เจ้าหน้าที่พลเรือน ทหาร เข้าร่วมประชุม มีสื่อมวลชนเข้าร่วมประชุมคลาขร่ำ เช้าวันที่ 20 มี.ค.ที่รายการ ทีวีช่อง 3 เวลา 07.45 น.สรยุทธฯ สัมภาษณ์ นพ.ปราชญ์ฯ ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับ ปัญหาและการช่วยเหลือ
เมื่อวานนี้ (วันที่ 19 มีนาคม 2549 )ที่ รพ.น่าน ได้บันทึกภาพ เฮลิคอปเตอร์ ที่สนามบินน่าน / ภาพกล่องบรรจุวัคซีนที่ส่งมาจากอังกฤษ ( หลังจากที่นำวัคซีนออกจากกล่องไปให้การช่วยเหลือผู้ป่วนแล้ว ) / ภาพกำนันรวน อายุยืน กำนัน ต.ป่าคาหลวง นางยุพิน อายุยืน หัวหน้าสถานีอนามัย ต.สวด ที่ทำความเข้าใจกับประชาชน 2 ตำบลที่เป็นญาติผู้ป่วย ให้ทราบถึงแนวทางการรักษา และการปฏิบัติตัว ระหว่างชี้แจงได้ยินเสียง ประกาศ รพ.น่าน ว่าได้จัดที่พักรวมให้ญาติจาก อ.บ้านหลวง และประสานงานกับวัดพระเนตร ที่อยู่ใกล้ รพ.น่าน หากญาติต้องการประกอบอาหาร
ภาพประกอบ :
http://www.temppic.com/showlink.php?20-03-2006:138_1142812599.jpg:139_1142812599.jpg:140_1142812599.jpg:141_1142812599.jpg:142_1142812599.jpg
http://www.temppic.com/showlink.php?20-03-2006:138_1142812599.jpg:139_1142812599.jpg:140_1142812599.jpg:141_1142812599.jpg:142_1142812599.jpg
การติดตามเอาใจใส่ของผู้เกี่ยวข้อง ยังคงทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือ กระทรวงโดยรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ประสานข้ามประเทศไปยังประเทศอังกฤษ สหรัฐฯ ให้การช่วยเหลือ ยารุ่นแรก 20 หลอดได้จากอังกฤษ สำหรับรุ่น 2 อีก 50 หลอด มิสเตอร์คริสโตเฟอร์ นำจากวอชิงตันไปขึ้นเครื่องต่อที่แอลเอ เดินทางมาถึงประเทศไทยเช้าวันนี้ ( 20 มี.ค.2549) และร่วมเดินทางมา จ.น่านกับคณะ ฯพณฯ พินิจ จารุสมบัติ รมต.ศธ.และปลัดกระทรวง สธ. ในส่วนสื่อมวลชนติดตาม ร่วมเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ว่ามีการประสานต่างประเทศ ประสานข้ามหน่วยให้การช่วยเหลือต่อกรณีปัญหาครั้งนี้ร่วมกันดีอย่างยิ่ง
http://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1061&board=board
คริ๊ปจาก นสพ.ไทยรัฐ 20 มีนาคม 2549
พิษหน่อไม้ปี๊บ ต้องรักษายาว
ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มี.ค. น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายปริญญา ปานทอง ผวจ.น่าน พ.อ.สมชัย เคลือวิทย์ ผบ.จทบ.น่าน เดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ รพ.น่าน น.พ.ปราชญ์กล่าวว่า นายพินิจ จารุสมบัติ รมว.สาธารณสุข มีความเป็นห่วงและสั่งการระดมแพทย์พยาบาล ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่โดยรักษาฟรีทั้งหมด ส่วนสาเหตุของการป่วยคาดว่าเกิดมาจากการกินหน่อไม้อัดปี๊บที่มีเชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินึม (Clostridium Botulinum) หากกรรมวิธีการผลิตไม่สะอาดพอ ซึ่งผู้ป่วยประเภทนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพิษของเชื้อโรคจะทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
น.พ.ปราชญ์กล่าวว่า สำหรับเชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินึม เป็นเชื้อที่ไม่ต้องการออกซิเจน มักพบในอาหารบรรจุปีบ อาหารกระป๋อง โดยทั่วไปเชื้อนี้จะอยู่ตามดิน และปนเปื้อนอาหารเข้าไป อีกส่วนหนึ่งพบได้ในบาดแผล เชื้อคลอสตริเดียมนี้จะตายเมื่อถูกความร้อนในน้ำเดือด 100 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีขึ้นไป หากกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจะมีผลต่อระบบประสาท ทำให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อสูญเสียไป มีอาการตาพร่ามัว หนังตาตก ลืมตาไม่ขึ้น ตากระตุก กลืนลำบาก แขนขาอ่อนแรง หากเป็นที่กล้ามเนื้อกระบังลมซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบหายใจ จะทำให้เกิดภาวะการหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้
น.พ.ปราชญ์กล่าวต่อไปว่า ด้านการช่วยเหลือทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานองค์การอนามัยโลก ขอสนับสนุนยาแอนตี้ท็อกซิน (Antitoxin) จากประเทศอังกฤษ มาใช้กับผู้ป่วยในวันนี้จำนวน 20 โดส เนื่องจากทั่วโลกมีน้อยมาก นับว่าเป็นการใช้ครั้งแรกในประเทศไทย ขณะนี้ได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล จาก รพ.ค่ายสุริยพงศ์ จ.น่าน รพ.พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง รพ.ค่ายขุนเจืองธรรมมิกราช จ.พะเยา รพ.ศูนย์ลำปาง และโรงพยาบาลอีกหลายแห่ง มาช่วยดูแลให้การรักษาผู้ป่วย ขณะเดียวกัน พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค 3 ได้ส่ง ฮ.จำนวน 1 ลำ มาประจำที่ รพ.น่าน เพื่อไว้ขนย้ายผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินด้วย
ด้าน น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า สำหรับยอดผู้ป่วยขณะนี้นอนรักษาที่ รพ.น่าน จำนวน 85 ราย เป็นชาย 29 คน หญิง 56คน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจำนวน 35 ราย และที่ รพ.บ้านหลวง มีผู้ป่วย 29 ราย เป็นชาย 8 คน หญิง 21 คน ส่วนการรักษาอาจต้องใช้เวลาถึง 1 เดือน แล้วแต่อาการ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอดูอาการ ขณะเดียวกันได้เก็บตัวอย่างหน่อไม้อัดปี๊บจากหมู่บ้าน ที่ผู้ป่วยติดเชื้อส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วคาดว่าจะทราบผลใน 1 สัปดาห์ รวมทั้งเก็บหน่อไม้ไปทำลายทิ้งทั้งหมด และได้ประกาศเตือนประชาชนและให้ความรู้ในการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะอาหารกระป๋องหรืออาหารบรรจุปี๊บ ต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน 100 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีขึ้นไป หากพบผิดปกติเช่นกระป๋องบุบ บวม มีสนิม หรือมีสี กลิ่นผิดปกติ ต้องทำลายทิ้งห้ามนำมารับประทาน และต้องล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง สำหรับแผนระยะยาวจะทำการพัฒนายกระดับระบบการผลิต หน่อไม้อัดปี๊บของชาวบ้านให้ได้มาตรฐานมีความปลอดภัย
http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/page1/mar/20/p1_5.php
หน่อไม่ปิ๊บเป็นพิษกินป่วย168วัคซีนไม่พอ สธ.เร่งขนวัคซินแอนตีท็อกซิน จากประเทศอังกฤษ ช่วยเหลือชาวบ้าน 143 คน หลังเปิบหน่อไม้ปี๊บจิ้มกับน้ำพริกกะปิ เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียน แพทย์ชี้ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นโรคโบทูลิซึ่ม ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียมีพิษในหน่อไม้ จะมีผลต่อระบบประสาท เพราะแค่ 1 มิลลิกรัม สามารถทำลายชีวิตคนได้ถึงห้าแสนคน
เหตุชาวบ้านกินหน่อไม้ปี๊บจนอาเจียนและท้องเสียครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มีนาคม น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะแพทย์ พร้อมวัคซีนแอนตีท็อกซินที่สั่งตรงจากประเทศอังกฤษไปช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวน 143 ราย ป่วยเป็นโรคโบทูลิซึ่ม ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เพาะอยู่ในหน่อไม้ปี๊ป ผู้ป่วยทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่ตึกผู้ป่วยหนักตึกชยานันท์ ตึกพิทักษ์ไทย โรงพยาบาลน่าน
น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคโบทูลิซึ่ม ซึ่งเกิดจากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ จำนวน 143 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 33 ราย ที่ผ่านโรงพยาบาลน่านต้องขอรับการสนับสนุนเครื่องช่วยหายใจจากโรงพยาบาลแพร่และโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เนื่องจากที่โรงพยาบาลน่านมีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ
"ขณะนี้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บหน่อไม้ปี๊บบริเวณ อ.บ้านหลวง เพื่อทำลายแล้ว พร้อมกับส่งตรวจอย่างละเอียดเช่นกัน สำหรับค่าใช้จ่ายต้องใช้งบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ยาปฏิชีวนะ เวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลผู้ป่วย ค่าชดเชยซื้อหน่อไม้อัดปี๊บเพื่อทำลาย จะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 10,519,500 บาท"
น.พ.พิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโรคโบทูลิซึ่ม เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการสร้างสปอร์ และสามารถผลิตสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาทได้ เมื่อสปอร์เจริญเติบโตจะสร้างสารพิษขึ้น สารพิษนี้มีความรุนแรงมากแค่เพียง 1 มิลลิกรัม สามารถทำลายชีวิตคนถึงห้าแสนคน มีพิษต่อระบบประสาทและพิษดังกล่าวมักจะเข้าสู่ร่างกายจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าว มีระยะฟักตัวระหว่าง 12-36 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่รับประทาน จากนั้นจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง แน่นในคอ ปวดมวนท้อง สำหรับรายที่รุนแรงจะมีอาการทางระบบประสาท เช่น มองภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน เนื่องจากกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต ลืมตาไม่ขึ้น ตากระตุก หายใจขัด
น.พ.พิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า โรคนี้มีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 60 กรณีที่ผู้ป่วยไม่เสียชีวิตก็จะต้องใช้เวลารักษานานหลายเดือน ดังนั้นจึงขอเตือนให้ประชาชนทุกคนอย่าตื่นตระหนก เพราะขณะนี้ประสานงานไปยังองค์การอนามัยโลก เพื่อขอวัคซีนแอนตีท็อกซินจากประเทศอังกฤษ แต่วัคซีนมีจำนวนจำกัดและมีราคาสูง จึงได้มาเพียง 20 โดส สามารถใช้กับผู้ป่วย 20 ราย ทำให้แพทย์ต้องใช้ดุลพินิจในการรักษา ล่าสุดองค์การอนามัยโลกกำลังรวบรวมวัคซีนจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในค่ายทหารและจะส่งตามมา นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้วัคซีนแอนตีท็อกซิน
น.พ.ปราชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องนำหน่อไม้ปี๊ปที่มีอยู่ในจ.น่าน ทั้งหมดมาทำลาย เบื้องต้นแนะนำให้นำไปปรุงให้สุก เนื่องจากเชื้อโรคโบทูลิซึ่มหรือเชื้อโรคอื่นๆ จะไม่สามารถทนต่อความร้อนหรืออุณหภูมิสูงถึง 100 องศาได้ หากจะกินอาหารประเภทหน่อไม้ปี๊บจะต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน หรือต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ และการเลือกซื้ออาหารบรรจุกระป๋อง ควรเลือกกระป๋องที่ไม่บุบ บวมหรือมีสนิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 18 มีนาคม พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค 3 ส่งเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกขนเครื่องช่วยหายใจจาก รพ.พระพุทธชินราช รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวร จ.พิษณุโลก รพ.ค่ายทหาร จ.พะเยา รพ.ค่ายพญาสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง รพ.ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อนำเครื่องช่วยหายใจจำนวน 15 เครื่อง พร้อมด้วยอายุรแพทย์ที่ผ่านการฝึกด้านสงครามเชื้อโรคจากต่างประเทศ มาให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ มี พ.ต.สมัย ขำพันธ์ ผอ.รพ.ค่ายสุริยพงศ์ จังหวัดทหารบกน่าน เป็นผู้ประสานงาน พร้อมทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วได้แก่ เฮลิคอปเตอร์และนายแพทย์ส่งกำลังทางอากาศ เตรียมพร้อมช่วยเหลือหากมีคนไข้ที่จะต้องรักษาอาการอย่างเร่งด่วน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อ รพ.บ้านหลวง อ.บ้านหลวง และ รพ.เวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน รับผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 168 ราย เข้ารับการรักษาอาการ โดยทั้งหมดเป็นชาวบ้าน ต.ป่าคา และ ต.สวด และจากการตรวจสอบพบว่า อาการเกิดจากการกินหน่อไม้ปี๊บจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นอาหารมื้อกลางวันที่ อบต.ป่าคา จัดเลี้ยงในงานวันขึ้นพระธาตุเมล็ดข้าว
นางสุพรรณ จันทร์เขียว อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 5 บ้านนาหวายใหม่ ผู้ป่วยรายหนึ่งและเป็นสมาชิกกลุ่มแม่บ้านที่ทำหน่อไม้ปี๊บขายเป็นสินค้าโอท็อป กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มได้ทำหน่อไม้กว่า 50 ปี๊บขายให้ประชาชน ต่อมา อบต.ป่าคา เป็นเจ้าภาพจัดงานบุญได้สั่งซื้อหน่อไม้อัดปี๊บ จำนวน 2 ปี๊บเพื่อนำไปจิ้มน้ำพริกกะปิ ในช่วงที่เปิดปี๊บได้ลองชิมพบว่ามีรสเปรี้ยวผิดสังเกต ซึ่งธรรมดาจะไม่มีรสเปรี้ยวแต่แม่ครัว อบต.ป่าคา ยืนยันว่าไม่เป็นไร จากนั้นนำหน่อไม้ไปล้างน้ำ แล้วนำมาหั่นเพื่อนำไปจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งตนเองนั้นชิมเพียงเล็กน้อย จากนั้นมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียน ปากชา ลิ้นแข็ง พูดไม่คล่อง ท้องอืด และต้องเข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลน่านทันที
http://www.komchadluek.net/news/2006/03-20/p1--17603.html
คริ๊ปจาก นสพ.คมชัดลึก ขอขอบพระคุณครับ
http://www.prdnorth.in.th/prd3news.php คลิ๊กตรวจข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ปรากฏว่ามีข่าวจากน่านในเว็ปไซด์
http://wwwnno.moph.go.th/ssj เป็นเว็ปไซด์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ที่รายการเกี่ยวกับการติดตาม สนับสนุนการช่วยเหลือ ต่อกรณีปัญหาหน่อไม้ปี๊บ น่าสนใจ
เช้าวันนี้ เสียงชาวน่าน นำเสนอข่าวเมื่อวานนี้ สู่พี่น้องประชาชน ให้ได้รับทราบกันอีกhttp://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1062&board=board
คริ๊ปข่าวกระดานก่อนมาน่านสนใจ “…..นายศักดา ศรีเทพ ตัวแทนชาวบ้านนาหวายใหม่ ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง ได้กล่าวขอความช่วยเหลือต่อคณะรัฐมนตรีฯ ถึงสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของชาวบ้าน โดยเฉพาะความไม่มั่นใจว่าญาติพี่น้องที่เจ็บป่วยจะรักษาหายหรือไม่ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆในการรักษาพยาบาล อีกทั้งพื้นที่ตำบลป่าคาหลวง ขาดผู้บริหาร เนื่องจากคณะบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาหลวง มีนายก , รองนายก 2 คน และเจ้าหน้าที่อีก 5 คน ก็ไปร่วมงานและกินหน่อไม้ปี๊ปเหมือนกับชาวบ้านหลายๆคน ทำให้ได้รับพิษ และมีอาการหนักเช่นกัน ……..ฯลฯ “
มีการเสนอข่าวทีวีช่อง 3 เรื่องเด่นเย็นนี้ เวลา 17.45 น.วันอังคารที่ 21 มี.ค.2549 ภาพข่าวและมีการสัมภาษณ์เลขาธิการอาหารและยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้น และแพทย์ทีมช่วยเหลือต้องทำการเจาะคอ...http://www.ruongden.com/
http://www.ruongden.com/
ได้เข้าไปชมมติ ครม. ไม่เห็นมีเรื่องการช่วยเหลือ กรณีอาหารเป็นพิเศษ ตามที่ รก.รมว.สธ. ร่วมประชุมที่ รพ.น่าน แล้วรีบเดินทางไปร่วมประชุม ครม.ผ่านวิดีโอที่ จ.เชียงราย และ กทม.เลย เดาเอาว่า หากไม่ทันประชุมคราวหน้าก็คงเสนอของบประมาณ หรือกระบวนการไม่ต้องผ่าน มติ ครม. อย่างไง ๆ หวังไว้ว่าจะเป็นเพียงลมปาก เนื่องด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประสบปัญหาครั้งนี้ เขาต้องการขวัญ กำลังใจแก่ ผู้ป่วย ครอบครัวญาติ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ปฏิบัติงาน
http://www.cabinet.thaigov.go.th/cc_main21.htm
[มติครมที่สำคัญ]</a>
ไม่เห็นมีเรื่องเสนอ ครม.พูดเกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและแนวทางการช่วยเหลือการ จ.น่าน อย่างใดเลย หรือไม่สำคัญ
ก่อน 4 ทุ่มคืนนี้ ( 21 มี.ค.2549) รายการคุยคุ้ยข่าว ทีวีช่อง 9 เสนอข่าว รก.รมว.สธ.พินิจ จารุสมบัติ ให้สัมภาษณ์อนุมัตงบ 33 ล้านช่วยเหลือต่อกรณีปัญหาอาหารเป็นพิษครั้งนี้ น่าติดตามความก้าวหน้าต่อไป ว่า งบประมาณจะมาช่วยเหลือ เป็นเส้นทางไหน ช่วยเหลืออย่างไร
ในส่วนน้ำใจพี่น้องชาวน่านในพื้นที่ และต่างพื้นที่ ค่ำคืนวันนี้เช่นกัน เราได้พบกับ คุณรังสรรค์ เชื้อหมอ เล่าว่า เขาและผู้หลักผู้ใหญ่ปรึกษาหารือกัน เปิดบัญชีรับเงินช่วยเหลือที่ทางประชาชนหมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอบ้านหลวงนำมาทยอยนำมามอบให้ขณะนี้ที่ได้รับเงินแล้ว คือจาก บ้าน ม.1 ต.สวด 3,210 บาท บ้าน ม.1 ต.ป่าคาหลวง 6,560 บาท บ้าม ม.6 บ้านทุ่งผึ้ง 7,090 บาทพร้อมนำอาหารมาเลี้ยงอีก 2 มื้อ บ้าน ม.2 ต.ป่าคาหลวง 8,480 บาท ม.7 ต.สวด 1,725 บาท ม.5 ต.ป่าคาหลวง 2,080 บาท โดยเริ่มรับเงินที่รวบรวมตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2549 ได้นำที่รับมาไปเปิดบัญชีธนาคารฯ คือ
บัญชีเงินฝาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.น่าน : ชื่อบัญชี :ศูนย์ขอรับความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษ อ.บ้านหลวง จ.น่าน เลขที่บัญชี 054-2-01123-2
เมื่อ 21 มี.ค. 2549 - เวลา 22:43 น. IP - 203.188.50
เมื่อ 21 มี.ค. 2549 - เวลา 22:17 น. IP - 203.113.16
ขอบคุณคุณชัดเจนแทนคนบ้านหลวงทุก ๆ คน ที่ให้กำลังใจผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย
ขอบคุณจริง ๆ เชื่อว่าคุณคงเข้าใจความรู้สึกของคนที่กำลังสับสน และตกใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนบ้านหลวง ผู้ป่วยแต่ละคนอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร เวลานี้คนบ้านหลวงคงไม่ต่างจากคนที่กำลังเดินหลงทาง มีแต่ความกลัว ความกังวล หาทางกลับบ้านไม่ถูก และกำลังรอ...รอให้พวกท่านช่วยพาพวกเรากลับไปส่งถึงบ้านด้วยความปลอดภัยขอขอบพระคุณ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ องค์กร ที่กำลังหาวิธีการช่วยเหลือในการรักษา ทราบข่าวจาก TV ยาที่รักษาแพงมาก แต่ทุกหน่วยงานก็ทุ่มเทช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ และขอขอบพระคุณผู้สื่อข่าวทุกท่าน ที่ได้เสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง เวลานี้ท่านช่วยพวกเราแล้ว ขอความอนุเคราะห์ช่วยพาพวกเรากลับให้ถึงบ้านทุก ๆ คนด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง
ที่โพสต์เรื่อง มติครม.21 มี.ค.2549 เพราะเห็นเป็นเรื่องใหญ่เมื่อเข้าไปดู ไม่เห็นมีการเขียนถึง เลยต้องบอก แต่เมื่อเห็น รก.รมว.สธ.พินิจ จารุสมบัติ ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว รายการคุยคุ้ยข่าวคืนนี้นำเสนอ ทำให้สบายใจขึ้น บอกย้ำเสมอว่า การช่วยเหลือควรได้คำนึงถึงน้ำจิต น้ำใจ การเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง แล้วควรอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก ครอบครัว ประชาชนได้รับทราบด้วย ไม่เช่นนั้นจะยุ่งกันใหญ่
ขณะเดียวกัน บรรดาทีมแพทย์มาจากต่างประเทศ ในประเทศต่างถิ่น ต่างที่มาอยู่ จ.น่าน มีข้อคิดดี ๆ จาก นพ.ชาตรี เจริญศิริ ที่สนทนาและจะเสนอผู้บริหารว่า ทีมที่ช่วยเหลือจากมาแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ร่วมกัน จะเรียกว่า สโมสรผู้มาช่วยเหลือหรืออะไรก็ได้ ให้เขาเหล่านั้นได้มารู้จักกันแลกเปลี่ยนความรู้กันขณะเดียวกันกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับความช่วยเหลือ หากมีแกนนำหรือตัวแทนชาวบ้านหลวง มาร่วมรับรู้แผนการรักษาไปบอกพี่น้อง หากทำได้เป็นนี้จะเป็นการรักษาแบบมีส่วนร่วม จะทำให้ทีม รพ.น่าน รับทราบข้อมูลของประชาชน และประชาชนจะเข้าในภารกิจทีมรักษา
ครม.อนุมัติงบ33ล้านซื้อวัคซีนช่วยผู้รับเชื้อแบคทีเรีย
ครม.อนุมัติงบ 33 ล้านซื้อวัคซีนช่วยผู้รับเชื้อแบคทีเรียจากหน่อไม้หลังชาวบ้านจ.น่านบริโภคล้มป่วย นายกฯสั่งสาธารณสุขเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงอันตราย-วิธีบริโภคนายอนุทิน ชาญวีระกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผลการประชุมว่าก่อนเข้าสู่วาระการประชุมวันนี้นายกฯแสดงความเป็นห่วงกรณีหน่อไม้ ปนเปื้อนสารพิษทำให้ประชาชน จังหวัดน่านป่วยร้อยกว่าคน โดยนายกฯสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงอันตรายและวิธีบริโภค
ทั้งนี้ที่ประชุมครม.อนุมัติงบกลาง 33 ล้านบาทเพื่อช่วย ผู้ได้รับเชื้อแบคทีเรีย เพราะวัคซีนแอนตี้ทอกซิน ที่จะนำมาฉีด โดสละ 1 แสนบาทโดยต้องสั่งซื้อจากอเมริกาและอังกฤษเพื่อฉีดคนไข้ที่อาการหนัก ตอนนี้มี 40 กว่าคนและคนไข้ที่เหลือก็ไม่รู้ว่าจะมีอาการหนักขึ้นหรือไม่เพราะเชื้อตัวนี้ค่อนข้างรุนแรงและไม่ตายง่าย ๆ ดังนั้นเวลาต้ม ต้องต้มน้ำเดือด 100องศานาน 10-20 นาที และไม่ควรบริโภคดิบ
ในส่วนของวัคซีนำได้เข้าแล้ว 70 โดส และจะสั่งอีก 150 โดส ซึ่งงบประมาณที่อนุมัติไป 33 ล้านบาทก็เพื่อสั่งซื้อวัคซีน เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเย่นเหลว และค่าใช้จ่ายแพทย์และพยาบาลที่ดูแล และการของบเพิ่มครั้งนี้ก็เพื่อป้องกันเพราะสถานการณ์อาจจะรุนแรงมากขึ้น
นอกจากนี้กรมอนามัยและอย.ยังต้องตรวจสอบกรรมวิธีการผลิตถูกต้องตามหลักสุขอนามัยหรือไม่ ซึ่งระยะยาว นายกฯสั่งการให้กรมอนามัยเข้าไปดูแลประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รู้ถึงโทษ ของโรคชนิดนี้ เพราะหน่อไม้ดอง เป็นสินค้าโอทอปด้วย ดังนั้นต้องดำเนินการ แต่สินค้าโอทอปนี้ยังไม่ได้วางขายอย่างแพร่หลาย ดังนั้นกรมอนามัยกับอย.จะต้องตรวจอย่างถี่ถ้วน ซึ่งขณะนี้กระทรวงได้เรียกเก็บสินค้าทั้งที่จังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียงมาตรวจสอบและทำลายหมดแล้ว ซึ่งหน่อไม้ดองเป็นที่นิยมในพื้นที่ภาคเหนืออย่างมาก ประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังส่วนพื้นที่อื่นก็มีสินค้าชนิดนี้จำหน่ายเช่นกันดังนั้นต้องประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง
http://www.komchadluek.net/news/2006/03-21/p1--68841.html
ขณะพิมพ์ข้อความนี้ นพ.ชาตรี เจริญศิริ กำลังดำเนินรายการ ที่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.น่าน เอฟ เอ็ม 94.75 รายการอุษาพาชื่น นำเรื่องราว สถานการณ์ การไปรู้เห็นร่วม มานำเสนอผ่านสื่อ เสนอแนะคุณหมอฯ สำเนาข้อมูลเสียงส่งไปให้ สถานีวิทยุสหกรณ์บ้านหลวง เพื่อจะได้ฟังความปรารถนาดีซ้ำ เรื่องราวดีแห่งความปรารถนาดีควรเสนอไปเถอะครับ.