หน่อไม้ปี๋บเป็นเหตุให้ป่วนทั่วเมืองน่านเก่า

  ติดต่อ

  " วัฒนธรรมการบริโภคหน่อ (ไม้ปี๊บ) ยังคงเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ "  

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทราบจากคำบอกเล่าว่า ที่ อ.บ้านหลวง จ.น่าน มีกรณีประชาชนรับประทานอาหาร ที่หมู่บ้าน/ชุมชนจัดเตรียมนำมาเลี้ยงในงานบุญ พระธาตุเมล็ดข้าว  ท่านที่เล่าบอกอีกว่า ขนาดประธานพิธี (ตัวแทนนายอำเภอ ตำแหน่งปลัดอำเภอ) รับประทานยังป่วยหนัก  ทาง รพ.ต้องตามแพทย ระดมแพทย์ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่ถูกส่งมาจาก รพ.บ้านหลวงเป็นการด่วน

เช้าวันที่ 18 มีนาคม 2549  เห็นข่าวพร้อมภาพข่าวที่เสนอทางเว็ปไซด์หนังสือพิมพ์เสียงชาวน่าน  เว็ปไซด์นี้เป็นเว็ปไซด์ข่าวที่เสนอข่าวจากสื่อมวลชน

http://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1058&board=board

พยายามอ่านข่าว  เมื่อออกไปนอกบ้านถามชาวบ้าน ๆ ระแวก รพ.น่าน ที่เป็นชาว อ.บ้านหลวง บอกว่าคนป่วยเป็นคนต่างตำบล  เธออยู่ที่ ต.บ้านฟ้า  ส่วนผู้ป่วยมาจาก ต.สวด ( ระแวกที่ว่าอำเภอ) และต.ป่าคา  เธอบอกเล่าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เห็นกับตา  ( ฟังเขามาอีกต่อ ) ว่า สามีมีอาการป่วยไม่ได้ปัจจุบันทันด่วนอะไร  สามีแปลกใจว่า เกิดผิดปกติในร่างการ หายใจไม่ออก ไปโรงพยาบาลแล้วพูดไม่ได้ เพราะลิ้นแข็ง  ต้องเขียนข้อความโดยใช้ปากกาสื่อผ่านกระดาษให้ภรรยาอ่าน ภรรยาสังเกตเห็นน้ำตาของสามี ( สามีบอกว่าท่าจะไม่รอด )

จากการอ่านข่าว  เห็นความเอาใจและวิธีการให้ความช่วยเหลือ นำโดยนายแพทย์สาธารณสุข จ.น่าน คณะแพทย์ คณะพยาบาล คณะเจ้าหน้าที่ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ( จ.แพร่ ) ที่น่าสนใจมีการใช้สื่อวิทยุ  ประชาสัมพันธ์  สร้างความเข้าใจไม่ให้ประชาชนตระหนกตกใจ 

ทราบจากแหล่งข่าว กองระบาดวิทยาส่งเจ้าหน้าลงพื้นที่ด่วน เพื่อสอบสวนโรค และมีการประสานงานไปยังส่วนกลาง พรุ่งนี้ จะมีวัคซีนจากประเทศอังกฤษ จำนวน 20 ชุด เพื่อใช้งานถึงสนามบินน่าน  น่าสนใจ ยังทราบมาอีกว่า หน่อไม้ปี๊บรุ่นนี้ทำกัน 50 ปี๋บ จำหน่ายไป 48 เหลือ 2 ปี๊บสุดท้ายนำมาเลี้ยงในงาน สำหรับ 2 ปี๊บ  หน่อไม้รสเปรี้ยว เอานิ้วแตะน้ำในปี๋บยังลิ้นชา  ผู้ปรุงบอกไม่เป็นไร ก็เลยเกิดเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องนี้  พวกเราคงต้องติดตามการสอบสวนโรคจากหน่วยงานสาธารณสุขกันต่อไป 

เสียดายที่ช่วงเกิดเรื่อง  นพ.ชาตรี เจริญศิริ (กัลยาณมิตรของพวกเรา) ติดราชการต่างจังหวัด เลยไม่ได้มาร่วมส่งเสียงสื่อสารผ่านสื่อ เพื่อความรู้ ความเข้าใจในอีกมุมมองหนึ่งที่ราชการปกติกระทำ อย่างไรก็ดี ทราบว่าจะกลับถึงน่านวันอังคารที่จะถึง คงนำเรื่องนี้ร่วมปรึกษาหารือ หลายส่วน หลายฝ่าย ในพื้นที่และต่างพื้นที่ เป็นการร่วมกันจัดการความรู้  เป็นบทเรียนและให้เกิดการแก้ไขระดับนโยบายต่อไป 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เมืองเก่าน่าน

หมายเลขบันทึก: 19763, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-20 10:42:12+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 32, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (32)

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ความคืบหน้าล่าสุด ทราบว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีกำหนดเดินทางถึง จ.น่าน วันนี้ วันอาทิตย์ ที่ 19 มีนาคม 2548 ในส่วนของสื่อมวลชนติดตาม นำเสนอสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ที่เว็ปไซด์หนังสือพิมพ์เสียงชาวน่าน http://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1059&board=board

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=thomya&topic=477

00477 - Km หน่อไม้ปี๊บป่วนน่านเมืองเก่า? - ชาวน่าน - [19 มี.ค. 2549] - (0 / 0) new

เป็นเว็ปบอร์ดสำนักระบาดวิทยา Web Board สำนักระบาดวิทยา...ดูแลโดยนายถมยา พุกกะนานนท์

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ทราบว่า แม่ทัพภาคที่ 3 โดยการประสานงานไปจากจังหวัดทหารบกน่าน รพ.ค่ายสุริยพงษ์ ให้การช่วยเหลือในภารกิจนี้อย่างดียิ่ง  นอกจากส่งเฮลิคอปเตอร์  รถยนต์ลำเลียงอุปกรณ์เครื่องช่วยหายจากหลาย รพ.ในสังกัดมาช่วยเหลือแล้ว ยังจัดส่งบุคคลากรทางการแพทย์ พยาบาลมาช่วยเหลืออีก ซึ้งใจจริง ๆ

นพ.ปราชญ์ฯ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขพร้อมคณะ เดินทางถึง จ.น่าน 10 น.เศษวันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม2549 นำวัคซีนที่ได้รับจากการบินไทยที่ส่งมาจากอังกฤษถึงเมืองไทยเช้าวันเดียวกันมาช่วยเหลือผู้ป่วย  เข้าร่วมประชุมที่ รพ.น่าน มีนายปริญญา ปานทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นพ.พิศิษฐ์ฯ สสจ.น่าน นพ.คณิตฯ ผอ.รพ.น่าน เจ้าหน้าที่พลเรือน ทหาร เข้าร่วมประชุม มีสื่อมวลชนเข้าร่วมประชุมคลาขร่ำ  เช้าวันที่ 20 มี.ค.ที่รายการ ทีวีช่อง 3 เวลา 07.45 น.สรยุทธฯ สัมภาษณ์ นพ.ปราชญ์ฯ ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับ ปัญหาและการช่วยเหลือ

เมื่อวานนี้ (วันที่ 19 มีนาคม 2549 )ที่ รพ.น่าน ได้บันทึกภาพ เฮลิคอปเตอร์ ที่สนามบินน่าน  / ภาพกล่องบรรจุวัคซีนที่ส่งมาจากอังกฤษ ( หลังจากที่นำวัคซีนออกจากกล่องไปให้การช่วยเหลือผู้ป่วนแล้ว ) / ภาพกำนันรวน อายุยืน กำนัน ต.ป่าคาหลวง นางยุพิน อายุยืน หัวหน้าสถานีอนามัย ต.สวด ที่ทำความเข้าใจกับประชาชน 2 ตำบลที่เป็นญาติผู้ป่วย  ให้ทราบถึงแนวทางการรักษา และการปฏิบัติตัว  ระหว่างชี้แจงได้ยินเสียง ประกาศ รพ.น่าน ว่าได้จัดที่พักรวมให้ญาติจาก อ.บ้านหลวง และประสานงานกับวัดพระเนตร ที่อยู่ใกล้ รพ.น่าน หากญาติต้องการประกอบอาหาร

ภาพประกอบ :

http://www.temppic.com/showlink.php?20-03-2006:138_1142812599.jpg:139_1142812599.jpg:140_1142812599.jpg:141_1142812599.jpg:142_1142812599.jpg

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

การติดตามเอาใจใส่ของผู้เกี่ยวข้อง  ยังคงทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือ กระทรวงโดยรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ประสานข้ามประเทศไปยังประเทศอังกฤษ  สหรัฐฯ ให้การช่วยเหลือ ยารุ่นแรก 20 หลอดได้จากอังกฤษ  สำหรับรุ่น 2 อีก 50 หลอด มิสเตอร์คริสโตเฟอร์ นำจากวอชิงตันไปขึ้นเครื่องต่อที่แอลเอ  เดินทางมาถึงประเทศไทยเช้าวันนี้ ( 20 มี.ค.2549) และร่วมเดินทางมา จ.น่านกับคณะ  ฯพณฯ พินิจ จารุสมบัติ รมต.ศธ.และปลัดกระทรวง สธ. ในส่วนสื่อมวลชนติดตาม  ร่วมเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง  เห็นได้ว่ามีการประสานต่างประเทศ  ประสานข้ามหน่วยให้การช่วยเหลือต่อกรณีปัญหาครั้งนี้ร่วมกันดีอย่างยิ่ง 

http://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1061&board=board 

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

คริ๊ปจาก นสพ.ไทยรัฐ 20 มีนาคม 2549

พิษหน่อไม้ปี๊บ ต้องรักษายาว

กรณีชาวบ้าน ต.ป่าคาหลวง และ ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน ไปร่วมงานพระธาตุเมล็ดข้าว ที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ต.ป่าคาหลวง ได้กินหน่อไม้ปี๊บที่ทาง อบต.ป่าคาหลวง นำมาทำเป็น อาหารเลี้ยงกลางวันผู้ไปร่วมงาน จนเกิดมีอาการปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียนหายใจติดขัดถูกหามส่ง รพ.น่าน และ รพ.บ้านหลวง กว่า 100 ราย โดยผู้ป่วยบางรายอาการหนักมาก แพทย์นำเข้าห้องไอซียูเยียวยา ช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากอาหารเป็นพิษ

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มี.ค. น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายปริญญา ปานทอง ผวจ.น่าน พ.อ.สมชัย เคลือวิทย์ ผบ.จทบ.น่าน เดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ รพ.น่าน น.พ.ปราชญ์กล่าวว่า นายพินิจ จารุสมบัติ รมว.สาธารณสุข มีความเป็นห่วงและสั่งการระดมแพทย์พยาบาล ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่โดยรักษาฟรีทั้งหมด ส่วนสาเหตุของการป่วยคาดว่าเกิดมาจากการกินหน่อไม้อัดปี๊บที่มีเชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินึม (Clostridium Botulinum) หากกรรมวิธีการผลิตไม่สะอาดพอ ซึ่งผู้ป่วยประเภทนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพิษของเชื้อโรคจะทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

น.พ.ปราชญ์กล่าวว่า สำหรับเชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินึม เป็นเชื้อที่ไม่ต้องการออกซิเจน มักพบในอาหารบรรจุปีšบ อาหารกระป๋อง โดยทั่วไปเชื้อนี้จะอยู่ตามดิน และปนเปื้อนอาหารเข้าไป อีกส่วนหนึ่งพบได้ในบาดแผล เชื้อคลอสตริเดียมนี้จะตายเมื่อถูกความร้อนในน้ำเดือด 100 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีขึ้นไป หากกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจะมีผลต่อระบบประสาท ทำให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อสูญเสียไป มีอาการตาพร่ามัว หนังตาตก ลืมตาไม่ขึ้น ตากระตุก กลืนลำบาก แขนขาอ่อนแรง หากเป็นที่กล้ามเนื้อกระบังลมซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบหายใจ จะทำให้เกิดภาวะการหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้

น.พ.ปราชญ์กล่าวต่อไปว่า ด้านการช่วยเหลือทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานองค์การอนามัยโลก ขอสนับสนุนยาแอนตี้ท็อกซิน (Antitoxin) จากประเทศอังกฤษ มาใช้กับผู้ป่วยในวันนี้จำนวน 20 โดส เนื่องจากทั่วโลกมีน้อยมาก นับว่าเป็นการใช้ครั้งแรกในประเทศไทย ขณะนี้ได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล จาก รพ.ค่ายสุริยพงศ์ จ.น่าน รพ.พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง รพ.ค่ายขุนเจืองธรรมมิกราช จ.พะเยา รพ.ศูนย์ลำปาง และโรงพยาบาลอีกหลายแห่ง มาช่วยดูแลให้การรักษาผู้ป่วย ขณะเดียวกัน พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค 3 ได้ส่ง ฮ.จำนวน 1 ลำ มาประจำที่ รพ.น่าน เพื่อไว้ขนย้ายผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินด้วย

ด้าน น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า สำหรับยอดผู้ป่วยขณะนี้นอนรักษาที่ รพ.น่าน จำนวน 85 ราย เป็นชาย 29 คน หญิง 56คน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจำนวน 35 ราย และที่ รพ.บ้านหลวง มีผู้ป่วย 29 ราย เป็นชาย 8 คน หญิง 21 คน ส่วนการรักษาอาจต้องใช้เวลาถึง 1 เดือน แล้วแต่อาการ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอดูอาการ ขณะเดียวกันได้เก็บตัวอย่างหน่อไม้อัดปี๊บจากหมู่บ้าน ที่ผู้ป่วยติดเชื้อส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วคาดว่าจะทราบผลใน 1 สัปดาห์ รวมทั้งเก็บหน่อไม้ไปทำลายทิ้งทั้งหมด และได้ประกาศเตือนประชาชนและให้ความรู้ในการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะอาหารกระป๋องหรืออาหารบรรจุปี๊บ ต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน 100 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีขึ้นไป หากพบผิดปกติเช่นกระป๋องบุบ บวม มีสนิม หรือมีสี กลิ่นผิดปกติ ต้องทำลายทิ้งห้ามนำมารับประทาน และต้องล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง สำหรับแผนระยะยาวจะทำการพัฒนายกระดับระบบการผลิต หน่อไม้อัดปี๊บของชาวบ้านให้ได้มาตรฐานมีความปลอดภัย

http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/page1/mar/20/p1_5.php

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2549

Nation Group Newsเดอะเนชั่นกรุงเทพธุรกิจคม-ชัด-ลึกเนชั่นสุดสัปดาห์ทีวี + วิทยุเนชั่นแชนแนลเนชั่นเรดิโอหางานเนชั่นอีจ๊อบส์วัยรุ่นเนชั่นจูเนียร์เนชั่นคอมิกส์ท่องเที่ยวไทยแลนด์ดอทคอมซื้อคอมพิวเตอร์คอมเซฟวิ่งเนชั่นกรุ๊ป GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

หน่อไม่ปิ๊บเป็นพิษกินป่วย168วัคซีนไม่พอ สธ.เร่งขนวัคซินแอนตีท็อกซิน จากประเทศอังกฤษ ช่วยเหลือชาวบ้าน 143 คน หลังเปิบหน่อไม้ปี๊บจิ้มกับน้ำพริกกะปิ เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียน แพทย์ชี้ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นโรคโบทูลิซึ่ม ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียมีพิษในหน่อไม้ จะมีผลต่อระบบประสาท เพราะแค่ 1 มิลลิกรัม สามารถทำลายชีวิตคนได้ถึงห้าแสนคน

เหตุชาวบ้านกินหน่อไม้ปี๊บจนอาเจียนและท้องเสียครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มีนาคม น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะแพทย์ พร้อมวัคซีนแอนตีท็อกซินที่สั่งตรงจากประเทศอังกฤษไปช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวน 143 ราย ป่วยเป็นโรคโบทูลิซึ่ม ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เพาะอยู่ในหน่อไม้ปี๊ป ผู้ป่วยทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่ตึกผู้ป่วยหนักตึกชยานันท์ ตึกพิทักษ์ไทย โรงพยาบาลน่าน

 

น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคโบทูลิซึ่ม ซึ่งเกิดจากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ จำนวน 143 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 33 ราย ที่ผ่านโรงพยาบาลน่านต้องขอรับการสนับสนุนเครื่องช่วยหายใจจากโรงพยาบาลแพร่และโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เนื่องจากที่โรงพยาบาลน่านมีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ

"ขณะนี้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บหน่อไม้ปี๊บบริเวณ อ.บ้านหลวง เพื่อทำลายแล้ว พร้อมกับส่งตรวจอย่างละเอียดเช่นกัน สำหรับค่าใช้จ่ายต้องใช้งบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ยาปฏิชีวนะ เวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลผู้ป่วย ค่าชดเชยซื้อหน่อไม้อัดปี๊บเพื่อทำลาย จะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 10,519,500 บาท"

น.พ.พิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโรคโบทูลิซึ่ม เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการสร้างสปอร์ และสามารถผลิตสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาทได้ เมื่อสปอร์เจริญเติบโตจะสร้างสารพิษขึ้น สารพิษนี้มีความรุนแรงมากแค่เพียง 1 มิลลิกรัม สามารถทำลายชีวิตคนถึงห้าแสนคน มีพิษต่อระบบประสาทและพิษดังกล่าวมักจะเข้าสู่ร่างกายจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าว มีระยะฟักตัวระหว่าง 12-36 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่รับประทาน จากนั้นจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง แน่นในคอ ปวดมวนท้อง สำหรับรายที่รุนแรงจะมีอาการทางระบบประสาท เช่น มองภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน เนื่องจากกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต ลืมตาไม่ขึ้น ตากระตุก หายใจขัด

น.พ.พิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า โรคนี้มีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 60 กรณีที่ผู้ป่วยไม่เสียชีวิตก็จะต้องใช้เวลารักษานานหลายเดือน ดังนั้นจึงขอเตือนให้ประชาชนทุกคนอย่าตื่นตระหนก เพราะขณะนี้ประสานงานไปยังองค์การอนามัยโลก เพื่อขอวัคซีนแอนตีท็อกซินจากประเทศอังกฤษ แต่วัคซีนมีจำนวนจำกัดและมีราคาสูง จึงได้มาเพียง 20 โดส สามารถใช้กับผู้ป่วย 20 ราย ทำให้แพทย์ต้องใช้ดุลพินิจในการรักษา ล่าสุดองค์การอนามัยโลกกำลังรวบรวมวัคซีนจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในค่ายทหารและจะส่งตามมา นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้วัคซีนแอนตีท็อกซิน

น.พ.ปราชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องนำหน่อไม้ปี๊ปที่มีอยู่ในจ.น่าน ทั้งหมดมาทำลาย เบื้องต้นแนะนำให้นำไปปรุงให้สุก เนื่องจากเชื้อโรคโบทูลิซึ่มหรือเชื้อโรคอื่นๆ จะไม่สามารถทนต่อความร้อนหรืออุณหภูมิสูงถึง 100 องศาได้ หากจะกินอาหารประเภทหน่อไม้ปี๊บจะต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน หรือต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ และการเลือกซื้ออาหารบรรจุกระป๋อง ควรเลือกกระป๋องที่ไม่บุบ บวมหรือมีสนิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 18 มีนาคม พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค 3 ส่งเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกขนเครื่องช่วยหายใจจาก รพ.พระพุทธชินราช รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวร จ.พิษณุโลก รพ.ค่ายทหาร จ.พะเยา รพ.ค่ายพญาสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง รพ.ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อนำเครื่องช่วยหายใจจำนวน 15 เครื่อง พร้อมด้วยอายุรแพทย์ที่ผ่านการฝึกด้านสงครามเชื้อโรคจากต่างประเทศ มาให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ มี พ.ต.สมัย ขำพันธ์ ผอ.รพ.ค่ายสุริยพงศ์ จังหวัดทหารบกน่าน เป็นผู้ประสานงาน พร้อมทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วได้แก่ เฮลิคอปเตอร์และนายแพทย์ส่งกำลังทางอากาศ เตรียมพร้อมช่วยเหลือหากมีคนไข้ที่จะต้องรักษาอาการอย่างเร่งด่วน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อ รพ.บ้านหลวง อ.บ้านหลวง และ รพ.เวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน รับผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 168 ราย เข้ารับการรักษาอาการ โดยทั้งหมดเป็นชาวบ้าน ต.ป่าคา และ ต.สวด และจากการตรวจสอบพบว่า อาการเกิดจากการกินหน่อไม้ปี๊บจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นอาหารมื้อกลางวันที่ อบต.ป่าคา จัดเลี้ยงในงานวันขึ้นพระธาตุเมล็ดข้าว

นางสุพรรณ จันทร์เขียว อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 5 บ้านนาหวายใหม่ ผู้ป่วยรายหนึ่งและเป็นสมาชิกกลุ่มแม่บ้านที่ทำหน่อไม้ปี๊บขายเป็นสินค้าโอท็อป กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มได้ทำหน่อไม้กว่า 50 ปี๊บขายให้ประชาชน ต่อมา อบต.ป่าคา เป็นเจ้าภาพจัดงานบุญได้สั่งซื้อหน่อไม้อัดปี๊บ จำนวน 2 ปี๊บเพื่อนำไปจิ้มน้ำพริกกะปิ ในช่วงที่เปิดปี๊บได้ลองชิมพบว่ามีรสเปรี้ยวผิดสังเกต ซึ่งธรรมดาจะไม่มีรสเปรี้ยวแต่แม่ครัว อบต.ป่าคา ยืนยันว่าไม่เป็นไร จากนั้นนำหน่อไม้ไปล้างน้ำ แล้วนำมาหั่นเพื่อนำไปจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งตนเองนั้นชิมเพียงเล็กน้อย จากนั้นมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียน ปากชา ลิ้นแข็ง พูดไม่คล่อง ท้องอืด และต้องเข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลน่านทันที

 

http://www.komchadluek.net/news/2006/03-20/p1--17603.html
คริ๊ปจาก นสพ.คมชัดลึก ขอขอบพระคุณครับ

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
http://www.prdnorth.in.th/prd3news.php คลิ๊กตรวจข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ปรากฏว่ามีข่าวจากน่านในเว็ปไซด์
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
http://wwwnno.moph.go.th/ssj   เป็นเว็ปไซด์ของ  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ที่รายการเกี่ยวกับการติดตาม สนับสนุนการช่วยเหลือ ต่อกรณีปัญหาหน่อไม้ปี๊บ น่าสนใจ
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

เช้าวันนี้  เสียงชาวน่าน นำเสนอข่าวเมื่อวานนี้ สู่พี่น้องประชาชน ให้ได้รับทราบกันอีกhttp://www.chownan.com/webboard/generate.cgi?content=1062&board=board

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
คริ๊ปข่าวกระดานก่อนมาน่านสนใจ   ".....นายศักดา ศรีเทพ ตัวแทนชาวบ้านนาหวายใหม่ ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง ได้กล่าวขอความช่วยเหลือต่อคณะรัฐมนตรีฯ ถึงสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของชาวบ้าน โดยเฉพาะความไม่มั่นใจว่าญาติพี่น้องที่เจ็บป่วยจะรักษาหายหรือไม่ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆในการรักษาพยาบาล อีกทั้งพื้นที่ตำบลป่าคาหลวง ขาดผู้บริหาร เนื่องจากคณะบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาหลวง มีนายก , รองนายก 2 คน และเจ้าหน้าที่อีก 5 คน ก็ไปร่วมงานและกินหน่อไม้ปี๊ปเหมือนกับชาวบ้านหลายๆคน ทำให้ได้รับพิษ และมีอาการหนักเช่นกัน ........ฯลฯ "
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

มีการเสนอข่าวทีวีช่อง 3 เรื่องเด่นเย็นนี้ เวลา 17.45 น.วันอังคารที่ 21 มี.ค.2549  ภาพข่าวและมีการสัมภาษณ์เลขาธิการอาหารและยา  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้น และแพทย์ทีมช่วยเหลือต้องทำการเจาะคอ...http://www.ruongden.com/

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
นายชัดเจน ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ได้เข้าไปชมมติ ครม. ไม่เห็นมีเรื่องการช่วยเหลือ กรณีอาหารเป็นพิเศษ ตามที่ รก.รมว.สธ. ร่วมประชุมที่ รพ.น่าน แล้วรีบเดินทางไปร่วมประชุม ครม.ผ่านวิดีโอที่ จ.เชียงราย และ กทม.เลย  เดาเอาว่า  หากไม่ทันประชุมคราวหน้าก็คงเสนอของบประมาณ หรือกระบวนการไม่ต้องผ่าน มติ ครม. อย่างไง ๆ หวังไว้ว่าจะเป็นเพียงลมปาก  เนื่องด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประสบปัญหาครั้งนี้  เขาต้องการขวัญ กำลังใจแก่ ผู้ป่วย  ครอบครัวญาติ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ปฏิบัติงาน

http://www.cabinet.thaigov.go.th/cc_main21.htm
 

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
ลำดับ เจ้าของเรื่อง เรื่อง
  กษ. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่จังหวัดยโสธร และจังหวัดกระบี่ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน ๓ ฉบับ  
  ทส.สป. รายงานผลการดำเนินการ เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรื่อง แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชาติและการจัดการ ๒๕ ลุ่มน้ำสำคัญของประเทศ และเรื่อง แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชาติและ ๒๕ แม่น้ำสำคัญของประเทศ รวม ๙ กลุ่มลุ่มน้ำ และเรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับการบริหารจัดการภัยน้ำหลาก ภัยน้ำเสีย และภัยน้ำขาดแคลนในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางแบบบูรณาการ  
  ทส. รายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค  
  ทส. ผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนผู้รับผิดชอบการอนุวัตตามอนุสัญญา CITES เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ ณ ประเทศไทย  
  คกก.๗รอง นรม.(นายวิษณุฯ)ประธานฯนร.(สคก.)สสป. ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ....  
  ศธ. ขออนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณงานก่อสร้างอาคารเรียนรวม ๑ หลัง (ส่วนที่เหลือ) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี  
  วช. ขออนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง ระดับ ๑๐ (นายกิตติพงษ์ สุมิพันธ์)  
  สธ. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รับแต่งตั้งให้เป็น WHO Collaborating Center for Strengthening Quality System in Health Laboratory  
  มท. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน (SML)  
  ๑๐ มท. สรุปสถานการณ์ภัยแล้งและการให้ความช่วยเหลือ (ครั้งที่ ๑๐)(ข้อมูล ณ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๙)  
  ๑๑ กษ. รายงานสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้งปี ๒๕๔๙ และแผนการช่วยเหลือ (ช่วงวันที่ ๑๐-๑๖ มีนาคม ๒๕๔๙)  
  ๑๒ พณ. ร่างข้อตกลง (Arrangement) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้ากับ The United States Commodity Futures Trading Commission  
  ๑๓ รง. โครงการบ้าน สปส. ๑๕๐๖ (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙)  
  ๑๔ นร.(สำนักงานก.พ.) การให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานที่สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย  
  ๑๕ นร.(สลน.)กต. ผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย - ลาว ครั้งที่ ๑๔ (วันที่ ๒๓ - ๒๕ มกราคม ๒๕๔๙)  
  ๑๖ รัฐ-นร.(นายเนวินฯ) หลักปฏิบัติในการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้เข้ามาในราชอาณาจักรตามแนวชายแดนทางบก  
  ๑๗ นร.(สลค.)ทก. รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดเชียงใหม่(วันที่ ๖ - ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙)  
  ๑๘ รง. แนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. ๒๕๔๙  
  ๑๙ นร.(สลค.) บัญชีระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีล่วงหน้า ๘ สัปดาห์(ข้อมูล ณ วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๙)  
  ๒๐ วธ. ขอขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันและวงเงินงบประมาณโครงการก่อสร้างอาคารดนตรีไทย คสล. ๘ ชั้น วิทยาลัยนาฏศิลปศาลายา  
  ๒๑ ยธ.(สำนักงานป.ป.ส.) การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ ๑๐ (กระทรวงยุติธรรม) (นายชาติชาย สุทธิกลม)  
  ๒๒ สธ. แต่งตั้งข้าราชการ (กระทรวงสาธารณสุข) (นายสุชาติ หาญไชยพิบูลย์กุล)  
  ๒๓ ตช. รายงานการพิจารณาศึกษากรณีการหายตัวไปของ นายสมชาย นีละไพจิตร  
  ๒๔ กษ.ทส.พณ.สธ. รายงานการพิจารณา เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการผลิต การตลาดสุกรอย่างยั่งยืน  
  ๒๕ อส. การยุติการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (จำนวน ๒๑ เรื่อง)  
  ๒๖ คกก.๗รอง นรม.(นายวิษณุฯ)ประธานฯนร.(สคก.) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  
  ๒๗ สธ. ร่างพระราชกฤษฎีกาโอนโรงพยาบาลชลประทาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ไปเป็นโรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ....  
  ๒๘ สธ. ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาตินเรนทร (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... และขออนุมัติแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี  
  ๒๙ รอง นรม.(พลตำรวจเอกชิดชัยฯ)ผอ.ศูนย์อำนวยการฯ มาตรการ และแผนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๔๙  
  ๓๐ นร.(สศช.) ขออนุมัติการใช้บันทึกความเข้าใจของโครงการสาธิตการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลและกากอ้อยในโรงงานน้ำตาลในประเทศไทย  
  ๓๑ กษ. ขออนุมัติเงินชดเชยให้สถาบันเกษตรกรที่โอนหนี้สมาชิกไปอยู่กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร  
  ๓๒ กษ. แผนการปรับโครงสร้างการผลิตลำไย ปี ๒๕๔๙  
  ๓๓ ทส. ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการการใช้งบประมาณ  
  ๓๔ ศธ. ขอความเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอาเซียน  

[มติครมที่สำคัญ]

ไม่เห็นมีเรื่องเสนอ ครม.พูดเกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและแนวทางการช่วยเหลือการ จ.น่าน อย่างใดเลย  หรือไม่สำคัญ

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ก่อน 4 ทุ่มคืนนี้ ( 21 มี.ค.2549) รายการคุยคุ้ยข่าว ทีวีช่อง 9 เสนอข่าว รก.รมว.สธ.พินิจ  จารุสมบัติ ให้สัมภาษณ์อนุมัตงบ 33 ล้านช่วยเหลือต่อกรณีปัญหาอาหารเป็นพิษครั้งนี้ น่าติดตามความก้าวหน้าต่อไป ว่า งบประมาณจะมาช่วยเหลือ เป็นเส้นทางไหน ช่วยเหลืออย่างไร

ในส่วนน้ำใจพี่น้องชาวน่านในพื้นที่ และต่างพื้นที่  ค่ำคืนวันนี้เช่นกัน เราได้พบกับ คุณรังสรรค์ เชื้อหมอ  เล่าว่า เขาและผู้หลักผู้ใหญ่ปรึกษาหารือกัน  เปิดบัญชีรับเงินช่วยเหลือที่ทางประชาชนหมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอบ้านหลวงนำมาทยอยนำมามอบให้ขณะนี้ที่ได้รับเงินแล้ว  คือจาก บ้าน ม.1 ต.สวด 3,210 บาท บ้าน ม.1 ต.ป่าคาหลวง 6,560 บาท บ้าม ม.6 บ้านทุ่งผึ้ง 7,090 บาทพร้อมนำอาหารมาเลี้ยงอีก 2 มื้อ บ้าน ม.2 ต.ป่าคาหลวง 8,480 บาท ม.7 ต.สวด 1,725 บาท ม.5 ต.ป่าคาหลวง 2,080 บาท  โดยเริ่มรับเงินที่รวบรวมตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2549   ได้นำที่รับมาไปเปิดบัญชีธนาคารฯ คือ

บัญชีเงินฝาก  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  หรือ ธกส.น่าน : ชื่อบัญชี :ศูนย์ขอรับความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษ อ.บ้านหลวง จ.น่าน  เลขที่บัญชี 054-2-01123-2

 

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
ข้อความจาก - ชาวน่าน
เมื่อ 21 มี.ค. 2549 - เวลา 22:43 น. IP - 203.188.50
ขออนุญาต คนบ้านหลวง สำเนาข้อความไปวางไว้ที่ www.gotoknow.org/nanoldtown เพราะคริ๊ปข่าวหลากหลายไว้ที่นั้น

ข้อความจาก - คนบ้านหลวง
เมื่อ 21 มี.ค. 2549 - เวลา 22:17 น. IP - 203.113.16

ขอบคุณคุณชัดเจนแทนคนบ้านหลวงทุก ๆ คน ที่ให้กำลังใจผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย
ขอบคุณจริง ๆ เชื่อว่าคุณคงเข้าใจความรู้สึกของคนที่กำลังสับสน และตกใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนบ้านหลวง ผู้ป่วยแต่ละคนอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร เวลานี้คนบ้านหลวงคงไม่ต่างจากคนที่กำลังเดินหลงทาง มีแต่ความกลัว ความกังวล หาทางกลับบ้านไม่ถูก และกำลังรอ...รอให้พวกท่านช่วยพาพวกเรากลับไปส่งถึงบ้านด้วยความปลอดภัยขอขอบพระคุณ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ องค์กร ที่กำลังหาวิธีการช่วยเหลือในการรักษา ทราบข่าวจาก TV ยาที่รักษาแพงมาก แต่ทุกหน่วยงานก็ทุ่มเทช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ และขอขอบพระคุณผู้สื่อข่าวทุกท่าน ที่ได้เสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง เวลานี้ท่านช่วยพวกเราแล้ว ขอความอนุเคราะห์ช่วยพาพวกเรากลับให้ถึงบ้านทุก ๆ คนด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง

 

 


นายชัดเจน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ที่โพสต์เรื่อง มติครม.21 มี.ค.2549 เพราะเห็นเป็นเรื่องใหญ่เมื่อเข้าไปดู ไม่เห็นมีการเขียนถึง เลยต้องบอก แต่เมื่อเห็น รก.รมว.สธ.พินิจ จารุสมบัติ ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว รายการคุยคุ้ยข่าวคืนนี้นำเสนอ ทำให้สบายใจขึ้น  บอกย้ำเสมอว่า การช่วยเหลือควรได้คำนึงถึงน้ำจิต น้ำใจ การเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง  แล้วควรอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก ครอบครัว ประชาชนได้รับทราบด้วย  ไม่เช่นนั้นจะยุ่งกันใหญ่

ขณะเดียวกัน บรรดาทีมแพทย์มาจากต่างประเทศ ในประเทศต่างถิ่น ต่างที่มาอยู่ จ.น่าน  มีข้อคิดดี ๆ จาก นพ.ชาตรี เจริญศิริ ที่สนทนาและจะเสนอผู้บริหารว่า  ทีมที่ช่วยเหลือจากมาแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ร่วมกัน  จะเรียกว่า สโมสรผู้มาช่วยเหลือหรืออะไรก็ได้  ให้เขาเหล่านั้นได้มารู้จักกันแลกเปลี่ยนความรู้กันขณะเดียวกันกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับความช่วยเหลือ  หากมีแกนนำหรือตัวแทนชาวบ้านหลวง  มาร่วมรับรู้แผนการรักษาไปบอกพี่น้อง  หากทำได้เป็นนี้จะเป็นการรักษาแบบมีส่วนร่วม  จะทำให้ทีม รพ.น่าน  รับทราบข้อมูลของประชาชน และประชาชนจะเข้าในภารกิจทีมรักษา

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
ครม.อนุมัติงบ33ล้านซื้อวัคซีนช่วยผู้รับเชื้อแบคทีเรีย ครม.อนุมัติงบ 33 ล้านซื้อวัคซีนช่วยผู้รับเชื้อแบคทีเรียจากหน่อไม้หลังชาวบ้านจ.น่านบริโภคล้มป่วย นายกฯสั่งสาธารณสุขเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงอันตราย-วิธีบริโภค

 

นายอนุทิน ชาญวีระกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผลการประชุมว่าก่อนเข้าสู่วาระการประชุมวันนี้นายกฯแสดงความเป็นห่วงกรณีหน่อไม้ ปนเปื้อนสารพิษทำให้ประชาชน จังหวัดน่านป่วยร้อยกว่าคน โดยนายกฯสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงอันตรายและวิธีบริโภค

ทั้งนี้ที่ประชุมครม.อนุมัติงบกลาง 33 ล้านบาทเพื่อช่วย ผู้ได้รับเชื้อแบคทีเรีย เพราะวัคซีนแอนตี้ทอกซิน ที่จะนำมาฉีด โดสละ 1 แสนบาทโดยต้องสั่งซื้อจากอเมริกาและอังกฤษเพื่อฉีดคนไข้ที่อาการหนัก ตอนนี้มี 40 กว่าคนและคนไข้ที่เหลือก็ไม่รู้ว่าจะมีอาการหนักขึ้นหรือไม่เพราะเชื้อตัวนี้ค่อนข้างรุนแรงและไม่ตายง่าย ๆ ดังนั้นเวลาต้ม ต้องต้มน้ำเดือด 100องศานาน 10-20 นาที และไม่ควรบริโภคดิบ

ในส่วนของวัคซีนำได้เข้าแล้ว 70 โดส และจะสั่งอีก 150 โดส ซึ่งงบประมาณที่อนุมัติไป 33 ล้านบาทก็เพื่อสั่งซื้อวัคซีน เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเย่นเหลว และค่าใช้จ่ายแพทย์และพยาบาลที่ดูแล และการของบเพิ่มครั้งนี้ก็เพื่อป้องกันเพราะสถานการณ์อาจจะรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้กรมอนามัยและอย.ยังต้องตรวจสอบกรรมวิธีการผลิตถูกต้องตามหลักสุขอนามัยหรือไม่ ซึ่งระยะยาว นายกฯสั่งการให้กรมอนามัยเข้าไปดูแลประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รู้ถึงโทษ ของโรคชนิดนี้ เพราะหน่อไม้ดอง เป็นสินค้าโอทอปด้วย ดังนั้นต้องดำเนินการ แต่สินค้าโอทอปนี้ยังไม่ได้วางขายอย่างแพร่หลาย ดังนั้นกรมอนามัยกับอย.จะต้องตรวจอย่างถี่ถ้วน ซึ่งขณะนี้กระทรวงได้เรียกเก็บสินค้าทั้งที่จังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียงมาตรวจสอบและทำลายหมดแล้ว ซึ่งหน่อไม้ดองเป็นที่นิยมในพื้นที่ภาคเหนืออย่างมาก ประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังส่วนพื้นที่อื่นก็มีสินค้าชนิดนี้จำหน่ายเช่นกันดังนั้นต้องประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง

http://www.komchadluek.net/news/2006/03-21/p1--68841.html

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
ขณะพิมพ์ข้อความนี้ นพ.ชาตรี เจริญศิริ กำลังดำเนินรายการ ที่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.น่าน เอฟ เอ็ม 94.75 รายการอุษาพาชื่น นำเรื่องราว สถานการณ์ การไปรู้เห็นร่วม มานำเสนอผ่านสื่อ  เสนอแนะคุณหมอฯ  สำเนาข้อมูลเสียงส่งไปให้ สถานีวิทยุสหกรณ์บ้านหลวง เพื่อจะได้ฟังความปรารถนาดีซ้ำ เรื่องราวดีแห่งความปรารถนาดีควรเสนอไปเถอะครับ.
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
เช้าวันนี้ นพ.ชาตรีฯ ยังคงนำเสนอเรื่องราว สถานการณ์ผ่านคลื่น สวท.น่าน เพื่อให้ประชาชนรับทราบ
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

สธ.ใช้ ซี 130 เร่งย้าย 20 ผู้ป่วยหน่อไม้ปี๊บ! รักษาอาการในกรุง

กรณีชาวบ้าน ต.ป่าคาหลวง และ ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน กินหน่อไม้ปี๊บและติดเชื้อ “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” นอนรักษาอยู่ รพ.น่าน รพ.บ้านหลวง และ รพ.เวียงสา กว่า 100 ราย โดยเฉพาะที่ รพ.น่าน มีผู้ป่วยอาการหนักใช้เครื่องช่วยหายใจหลายสิบราย การรักษาผู้ป่วยที่อาการหนักเบื้องต้นแพทย์ได้ใช้ยาแอนตี้ท็อกซิน ซึ่งเป็นยาที่ต้องสั่งจากต่างประเทศแล้วจำนวน 70 ราย และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ในขณะที่หลายฝ่ายได้ออกมาให้คำแนะนำในการผลิตหน่อไม้ปี๊บ ให้ถูกวิธีเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อระยะยาวนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานคืบหน้าตอนเช้าวันที่ 22 มี.ค. นายปริญญา ปานทอง ผวจ.น่าน พร้อมนางนฤมล ปานทอง นายกเหล่ากาชาด จ.น่าน ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ รพ.น่าน พบล่าสุดมีผู้ป่วยรักษาตัวใน รพ.น่าน จำนวน 82 ราย แยกเป็นผู้ป่วยหนักรักษาตัวในห้องไอซียู จำนวน 27 ราย ส่วนใหญ่อาการยังทรงตัว และมีผู้ป่วย 4 ราย อาการอยู่ในขั้นน่าวิตก แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ. เชียงใหม่ราม จ.เชียงใหม่ 2 ราย ชื่อนายนาวิน ปะละวุธ อายุ 27 ปี และนางวี เชื้อหมอ อายุ 42 ปี และ รพ.ศูนย์ ลำปาง 2 ราย ชื่อนางใบสอน เชื้อหมอ อายุ 26 ปี และนายเงิน เขียวดี อายุ 62 ปี ขณะเดียวกัน ได้มีผู้ป่วยจาก รพ.บ้านหลวง อีก 2 ราย อาการหนักถูกส่งมารักษาที่ รพ.น่าน แพทย์นำเข้าห้องไอซียู และมีผู้ป่วยอาการดีขึ้น แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านอีก 2 ราย คือนายบุญเรียน เชื้อหมอ และนายทนงศักดิ์ มังคละ ส่วนผู้ป่วยที่ รพ.บ้านหลวง มีจำนวน 42 ราย และ รพ.เวียงสา 1 ราย

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงวิทย์ ได้เดินทางมาที่ รพ.บ้านหลวง อ.น่าน เพื่อให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้ป่วยและชาวบ้านทั่วไป เกี่ยวกับการป้องกันเชื้อโรคดังกล่าว รวมทั้งวิธีการทำหน่อไม้ปี๊บที่ถูกวิธี เพื่อเป็นการป้องกันระยะยาวด้วย ด้าน น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังทรงตัว ได้จัดทีมแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช. สาธารณสุข เผยว่า ได้สั่งการให้กรมการแพทย์วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจาก จ.น่าน เข้ามารักษาในโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ที่ กทม. เนื่องจาก รพ.น่านมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งจำนวนบุคลากรและเครื่องมือแพทย์ หากต้องดูแลเฉพาะผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากหน่อไม้มากกว่า 100 ราย และหลายรายยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งจะต้องใช้เวลารักษานาน 2-3 เดือน อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยโรคอื่นๆ

รมช.สาธารณสุขกล่าวต่อว่า ในวันที่ 23 มี.ค. นี้ ได้ประสานงานไปยังกองทัพอากาศจัดเครื่องบิน ซี 130 พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลไปรับตัวผู้ป่วยต้องการดูแลอย่างใกล้ชิดมาดูแลรักษาที่ รพ.เลิดสิน รพ.นพรัตนราชธานี รพ.ราชวิถี รพ.ศิริราช รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ. รามาธิบดี วชิรพยาบาล รพ.ภูมิพล รพ.พระมงกุฎเกล้า สถาบันโรคทรวงอก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยมี รพ.ราชวิถี เป็นศูนย์กลาง

ด้าน น.พ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ก่อนจะรับตัวผู้ป่วยมาในวันนี้ กรมการแพทย์ได้ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบหายใจ ด้านพิษวิทยา และระบบประสาท จาก รพ.ราชวิถี และประสานทีมผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รวม 5 คน เดินทางล่วงหน้าไปประเมินอาการผู้ป่วยที่ รพ.น่าน เพื่อวางแผนส่งตัวมารักษาโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่เดิม เช่น ความดันโลหิตสูง โรคปอด จะต้องให้การดูแลเป็นกรณีพิเศษเพราะอาจมีผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เท่าที่ได้รับรายงานผลการประเมินเบื้องต้นน่าจะย้ายได้จำนวน 20 ราย ในจำนวนนี้จะต้องเข้าห้องไอซียู 11 ราย คือ รพ. ศิริราช 5 ราย รพ.ภูมิพล 3 ราย และ รพ.พระมงกุฎเกล้า 3 ราย ส่วนที่เหลือจะกระจายไปโรงพยาบาลอื่นๆ

http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/page1/mar/23/p1_8.php

          

          ปีที่ 57 ฉบับที่ 17593 วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2549

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ข่าวจาก นสพ.เดลินิวส์  เชิญติดตามอ่าน...............

อนุมัติ 33ล.ซื้อซีรั่มช่วยเหยื่อหน่อไม้ปี๊บ
    ครม.กำชับ สธ. ยอดผู้ป่วยหนักพุ่งเป็น 42ราย

ยอดผู้ป่วยหนักจาก “โรคโบทูลิซึ่ม” จากหน่อไม้อัดปี๊บที่น่านเพิ่มขึ้นเป็น 42 ราย อาการทรุดเพราะเจอโรคแทรกซ้อน คาดต้องเจาะคอเพื่อช่วยหายใจ ขณะที่ครม.อนุมัติงบ 33 ล้าน รับมือโรคโบทูลิซึ่มจากหน่อไม้อัดปี๊บ ใช้ซื้อซีรั่มต้านพิษจากต่างประเทศมาใช้รักษา และซื้อเครื่องช่วยหายใจเพิ่มเติม “แม้ว” สั่งกำชับ สธ.เร่งแก้ปัญหาด่วน ทำแผนประชาสัมพันธ์เรื่องการกินหน่อไม้ ด้าน สธ.เน้นประชาสัมพันธ์ผู้บริโภคหน่อไม้อย่างปลอดภัย แนะก่อนกินต้องต้มสุก อย.สั่งอายัดหน่อไม้ปี๊บเจ้าปัญหาไปตรวจพิสูจน์และทำลายแล้ว เผยเชื้อโรคร้ายแรงมาก มีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 60 ส่วน สปสช.แจงให้ความช่วยเหลือผู้ถือบัตรทองรักษาฟรีจนกว่าจะหาย ศูนย์พิษวิทยาเปิดสายด่วน 1330 ขี้แจงข้อสงสัย

กรณีชาวบ้าน ต.ป่าคาหลวง และ ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน จำนวน 143 ราย ถูกหามส่งโรงพยาบาล หลังไปร่วมงานพระธาตุเมล็ดข้าว ที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ต.ป่าคาหลวง แล้วเกิดคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หลังรับประทานหน่อไม้อัดปี๊บที่นำมาทำอาหารเลี้ยง บางรายอาการสาหัสถึงขั้นระบบทางเดินหายใจล้มเหลว โดยสาเหตุเกิดจากหน่อไม้ปี๊บมีเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียม บอทูลินั่ม หรือเชื้อโรค "โบทูลิซึ่ม" ปนเปื้อน ซึ่งสร้างสารพิษรุนแรง โดยปริมาณ 1 มิลลิกรัม สามารถคร่าชีวิตคนได้ถึง 5 แสนคน ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยอาการหนักต้องส่งตัวเข้าห้องไอซียูถึง 35 รายนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มี.ค. นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้ประชุมทีมแพทย์รักษาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด่วน เพื่อวางแผนการรักษาผู้ป่วยโรคโบทูลิซึ่ม หลังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และตรวจพบผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อน หลังจากนั้น นพ.พิศิษฐ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ล่าสุด ผู้ป่วยหนักหลังได้รับยาต้านพิษ "แอนตี้ ท็อกซิน" แล้ว โดยรวมมีอาการดีขึ้น แต่ก็ไม่มาก ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ โดยขณะนี้มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 150 ราย เป็น 161 ราย โดยเข้ารักษาตัว 118 ราย แยกรักษาที่ รพ.น่าน 86 ราย รพ.บ้านหลวง 31 ราย และ รพ.เวียงสา 1 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็น 42 ราย จากเดิม 39 ราย

ทั้งนี้เนื่องจากทีมแพทย์ต้องนำยาต้าน พิษมารักษาให้กับผู้ป่วยหนักก่อน ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการในระดับปานกลางมีอาการทรุดลง นอกจากนี้ตรวจพบว่าผู้ป่วยบางรายมีโรคแทรกซ้อนทางปอดและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะต้องเจาะคอผู้ป่วยประมาณ 4-5 คน เพื่อดูดเสมหะและช่วยหายใจ โดยในวันนี้ได้ประชุมทีมแพทย์รักษาเพื่อวางแผนการรักษา ซึ่งหากต้องใช้เครื่องหายใจเป็นเวลานาน ก็จะต้องวางแผนด้านโภชนาการ โดยให้อาหารทางเส้นเลือดในผู้ป่วยที่ทานอาหารไม่ได้ประมาณ 20 กว่าคน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม.เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาจากศาลากลาง จ.เชียงราย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์ของผู้ป่วยติดเชื้อจากการบริโภคหน่อไม้ปี๊บที่ จ.น่าน ให้ ครม.ทราบ โดยระบุว่าขณะนี้มีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาพักอยู่ในโรงพยาบาล 143 ราย ส่วนใหญ่ยังคงมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดมวนท้อง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งเครื่องช่วยหายใจไปแล้ว โดยขนส่งทางเครื่องบินซี 130 ทั้งนี้ครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยมีอาการหนัก ต้องใช้แอนตี้ท็อกซิน ซึ่งเราไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องติดต่อหน่วยงานในต่างประเทศช่วยจัดส่งมาให้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เรียกเก็บหน่อไม้ปี๊บที่ จ.น่าน และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อทำการตรวจพิสูจน์และทำลายแล้ว ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำให้กระทรวงสาธารณสุขไปเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว และให้กระทรวงเร่งจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในเรื่องการทานหน่อไม้

ส่วนนายพินิจ จารุสมบัติ รมว. สาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติงบ กลางจำนวน 33 ล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อนำมาแก้ปัญหาประชาชนได้รับพิษจากเชื้อคลอสติเดียม บอทูลินั่ม ทั้งการจัดซื้อซีรั่มต้านพิษโบทูลิซึ่มเพิ่มเติมจากประเทศญี่ปุ่นจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจเป็นกองกลาง สำหรับส่งช่วยเหลือพื้นที่ที่มีปัญหา ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับซีรั่มพบว่าอาการฟื้นดีขึ้นตามลำดับ ไม่น่าเป็นห่วง แต่มีผู้ป่วยแสดงอาการเพิ่มขึ้นภายหลังการรับประทานหน่อไม้เป็นไปตามที่แพทย์คาดการณ์ไว้ จึงต้องสั่งซื้อซีรั่มและเครื่องช่วยหายใจเพิ่ม

ขณะที่ ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เปิดเผยว่า ได้สั่งให้สาธารณสุขจังหวัดน่าน สั่งให้ชาวบ้านใน อ.บ้านหลวง หยุดผลิตหน่อไม้ปี๊บ และสั่งอายัดหน่อไม้ที่ผลิตในรุ่นเดียวกันกับที่ทำให้ชาวบ้าน กว่า 200 คนเจ็บป่วย เพราะหน่อไม้ปี๊บที่ชาวบ้านผลิตกันเองในหมู่บ้านเป็นวิธีที่อันตรายมาก มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียมบอทูลินั่ม ได้สูง

ขณะเดียวกัน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยด้วยว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เตรียมขอข้อมูลเพิ่มเติมจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน เพื่อให้การช่วยเหลือทางด้านงบประมาณเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นกรณีไม่ปกติที่มีผู้เจ็บป่วยคราวเดียวกันเป็นจำนวนมากในลักษณะโรคระบาด

"สปสช. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้ บริโภคหน่อไม้ทุกคน ทั้งนี้ผู้ถือบัตรทองหากจำเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาในหน่วยบริการที่มีอุปกรณ์ที่มีศักยภาพสูงกว่า สปสช. ก็พร้อม จะให้การช่วยเหลือและดูแล จนกว่าผู้ป่วยที่ ได้รับสารพิษจะหายเป็นปกติ โดย สปสช. จะนำเรื่องนี้ของบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมจาก คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใน วันที่ 27 มี.ค. นี้" เลขาธิการ สปสช.กล่าวและว่า ขณะนี้ สปสช. ร่วมกับศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี เปิดสายด่วนให้บริการเรื่องสารพิษ หากประชาชนสงสัยเกี่ยวกับการได้รับสารพิษภายในบ้าน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1330 กด 5 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.

วันที่ : 22 มีนาคม 2549

http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=83226&NewsType=1&Template=2

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

นำผู้ป่วยโบทูลิซึ่มจากน่านเข้า กทม. แล้ว 17 ราย
[ 13:41 น. ]

 

เครื่องบินกองทัพอากาศลำเลียงผู้ป่วยกินหน่อไม้ปี๊บติดเชื้อโรคโบทูลิซึ่มจากโรงพยาบาลน่าน 17 ราย เข้ารักษาต่อที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมีโรคประจำตัวและมีอาการแทรกซ้อน นอกจากนี้ ยังส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียงอีก 5 ราย

นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า กองทัพอากาศจัดเครื่องบิน ซี 130 ลำเลียงผู้ป่วยจากจังหวัดน่านเข้าสู่กรุงเทพฯ แล้วจำนวน 17 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและมีอาการแทรกซ้อน เพื่อเข้าดูแลรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี คือ นางขันคำ ปิจดี โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้แก่ นางจ๋อม ชมพูชนะภัย นางสมบูรณ์ สุดสม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่ นางอำพร เขียวดี นางมูล ปิจดี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้แก่ นายบุญหยก แสนทะนะ นางสุพรรณบัฎ จันทร์เขียว นางไข อายุยืน โรงพยาบาลศิริราช ได้แก่ นางปิง อายุยืน นางศรีคำ ศิริเพราะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้แก่ นางแก้ว สุดสม นางแดง แสนทะนะ และโรงพยาบาลราชวิถี ได้แก่ นางวนิดา พอใจ นางรัชนี เชื้อหมอ นางสุริยะการณ์ พอใจ ซึ่งการขนย้ายผู้ป่วยค่อนข้างลำบาก เพราะผู้ป่วยทุกรายต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวด้วยว่า มีผู้ป่วยอีก 5 ราย ที่ถูกส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียง คือ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง 2 ราย และโรงพยาบาลพิษณุโลก 1 ราย ส่วนโรงพยาบาลน่านมีผู้ป่วยเหลืออยู่ 75 ราย ในจำนวนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอีก 20 ราย

พ.ต.สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ อ.เมือง จ.น่าน กล่าวว่า การขนย้ายผู้ป่วยทางเครื่องบินซี 130 ทุกขั้นตอนได้วางแผนไว้อย่างดี เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

 http://203.154.97.18/breaking/read.php?lang=th&newsid=121812

จากสำนักข่าวเนชั่น กรุงเทพธุรกิจ และ นสพ.คมชัดลึกวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2549

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
แนะต้มหน่อไม้ปี๊บ10นาทีทำลายสาร"โบทูลินั่มท๊อกซิน" ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ในอาหารย้ำโบทูลินั่มท๊อกซินสุดอันตราย แค่ 0.001 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวก็ตายได้ ชี้เกิดในหน่อไม้ปิ๊บเพราะค่าพีเอชเกิน 4.5 แนะชาวบ้านอย่า ตื่นตระหนกฆ่าพิษง่ายแค่ต้ม 10 นาที

 

ดร.สกุลณี บวรสมบัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ในอาหาร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า สารพิษโบทูลินั่มท๊อกซิน ไม่ว่าจะเกิดจากการเพาะเชื้อขึ้นเองหรือเกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติ มีความรุนแรงไม่ต่างกัน เช่นกรณี สารพิษโบลูทินั่มท๊อกซินที่เกิดขึ้นใน จ.น่าน เกิดจากจุลินทรีย์ Clostidium Botulinum ที่อยู่ในดิน เมื่อปนเปื้อนมากับหน่อไม้ทำให้เจริญเติบโตและผลิตสารพิษ โบทูลินั่มท๊อกซิน ออกมา

ปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากอากาศและอุณหภูมิแล้ว ค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือค่าพีเอช ถือเป็นปัจจัย สำคัญอย่างยิ่ง โดยสารพิษนี้จะไม่เจริญเติบโตในอาหารที่มีค่าพีเอชต่ำกว่า 4.5 การที่ชาวบ้านนำหน่อไม้บรรจุปิ๊บโดย ที่ไม่มีความรู้ในการปรับค่าพีเอช จึงทำให้ค่าพีเอชของหน่อไม้ในปิ๊บสูงกว่า 4.5 ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ Clostidium Botulinum เจริญเติบ โตจนผลิตสารพิษอันตรายได้

สำหรับความรุนแรงของสารพิษ โบทูลินั่มท๊อกซิน ถือว่ามีความรุนแรงมาก โดยศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา ระบุว่าสารพิษ ดังกล่าวหากเข้าสู่ร่างกายเพียง 0.001 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว หรือหากใครมีน้ำหนัก 50 กิโลกกรัม รับสารพิษดังกล่าวเข้าไป 0.05 ไมโครกรัม ก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยที่ผ่านมาในต่างประเทศ เคยมีผู้เสียชีวิตหลายครั้ง เช่นที่ประเทศเม็กซิโก มีครอบครัวที่กินพริกดองเข้าไปและเสียชีวติจากสารพิษชนิดนี้แบบยกครัวถึง 8 คน เมื่อเป็นเช่นนี้ ตามเนื้อความในข่าวที่สื่อมวลชนระบุว่าโบทูลินั่มท๊อกซิน เพียง 1 มิลลิกรัมสามารถฆ่าคนได้ 2-5 แสนคนจึงไม่เกินเลยความจริง

ดร.สกุลณี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แม้จะมีความรุนแรงน่ากลัว แต่ประชาชนก็ไม่ควรตื่นตระหนกมากจนเกินไป การกำจัดสารพิษ โบทูลินั่มท๊อกซิน ทำได้ง่ายเพียงแค่นำอาหารที่สงสัยมาต้มให้สุกเพียง 10 นาที ก่อนรับประทานเท่านั้นก็จะปลอดภัยจากสาร โบทูลินั่มท๊อกซิน.

http://www.komchadluek.net/news/2006/03-23/p1--68915.html

 

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2549 จาก นสพ.คมชัดลึก

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
นำผู้ป่วยโบทูลิซึ่มจากน่านเข้า กทม. แล้ว 17 ราย

 

เครื่องบินกองทัพอากาศลำเลียงผู้ป่วยกินหน่อไม้ปี๊บติดเชื้อโรคโบทูลิซึ่มจากโรงพยาบาลน่าน 17 ราย เข้ารักษาต่อที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมีโรคประจำตัวและมีอาการแทรกซ้อน นอกจากนี้ ยังส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียงอีก 5 ราย

นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า กองทัพอากาศจัดเครื่องบิน ซี 130 ลำเลียงผู้ป่วยจากจังหวัดน่านเข้าสู่กรุงเทพฯ แล้วจำนวน 17 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและมีอาการแทรกซ้อน เพื่อเข้าดูแลรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี คือ นางขันคำ ปิจดี โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้แก่ นางจ๋อม ชมพูชนะภัย นางสมบูรณ์ สุดสม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่ นางอำพร เขียวดี นางมูล ปิจดี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้แก่ นายบุญหยก แสนทะนะ นางสุพรรณบัฎ จันทร์เขียว นางไข อายุยืน โรงพยาบาลศิริราช ได้แก่ นางปิง อายุยืน นางศรีคำ ศิริเพราะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้แก่ นางแก้ว สุดสม นางแดง แสนทะนะ และโรงพยาบาลราชวิถี ได้แก่ นางวนิดา พอใจ นางรัชนี เชื้อหมอ นางสุริยะการณ์ พอใจ ซึ่งการขนย้ายผู้ป่วยค่อนข้างลำบาก เพราะผู้ป่วยทุกรายต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวด้วยว่า มีผู้ป่วยอีก 5 ราย ที่ถูกส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียง คือ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง 2 ราย และโรงพยาบาลพิษณุโลก 1 ราย ส่วนโรงพยาบาลน่านมีผู้ป่วยเหลืออยู่ 75 ราย ในจำนวนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอีก 20 ราย

พ.ต.สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ อ.เมือง จ.น่าน กล่าวว่า การขนย้ายผู้ป่วยทางเครื่องบินซี 130 ทุกขั้นตอนได้วางแผนไว้อย่างดี เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

http://www.bangkokbiznews.com/nws/scripts/hotnewskt.php?lang=th&newsid=121812&type=ktmo
23 มีนาคม 2549 เวลา 13:41:21

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
แพทย์เฝ้าระวังผู้ป่วยทานหน่อไม้ใกล้ชิด หวั่นติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 มีนาคม 2549 15:51 น.
              นายแพทย์ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงอาการล่าสุดของผู้ป่วยที่ได้รับสารโบทูลินัม จากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บที่จังหวัดน่าน ทั้ง 17 ราย ที่เดินทางมารักษาในกรุงเทพมหานครในโรงพยาบาลทั้ง 7 แห่งวานนี้ ว่า อาการในวันนี้ยังทรงตัว ทุกรายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยทั้งหมดอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานกว่า 2 เดือน ซึ่งระหว่างนี้คณะแพทย์ต่างเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อน โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ระบบปัสสาวะ และดูแลการให้สารอาหาร น้ำและเกลือแร่ ส่วนผู้ป่วยหนักที่จังหวัดน่านอีก 20 ราย ยังไม่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปรักษาที่ใด เพราะเวชภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งแพทย์และพยาบาลมีเพียงพอ ยืนยันว่าโรงพยาบาลน่านสามารถดูแลผู้ป่วยทั้งหมดนี้ได้
        ด้านนายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ได้รับพิษโบทูลินัมทั้ง 3 ราย ที่มารักษา อาการล่าสุดยังอยู่ในเกณฑ์หายใจเองไม่ได้ และจะต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะต้องใส่เครื่องหายใจต่อเนื่อง ซึ่งคณะแพทย์ได้ให้การดูแลอย่างเต็มที่

ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
 
 
  ลำเลียงเหยื่อหน่อไม้เข้ากรุง
    17รายกระจายรักษาตามรพ.ชื่อดัง

5 ผู้ป่วยพิษหน่อไม้ปี๊บอาการเข้าขั้นโคม่า ร่างกายไม่ตอบสนองแล้ว หลังกองทัพอากาศส่งเครื่องบิน ซี 130 ลำเลียงผู้ป่วยจากน่านเข้ากรุง 17 ราย กระจายไปรักษาตามรพ.รัฐชื่อดังต่างๆ เผยแต่ละรายล้วนอาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แถมมีอาการแทรกซ้อน ขณะที่ รพ.น่านได้ส่งผู้ป่วย 5 รายไปรักษาตามรพ.ในจังหวัดใกล้เคียง แต่ยังเหลือผู้ป่วยอีกเกือบ 100 ราย ให้ยาต้านพิษ “แอนตี้ท็อกซิล” แล้วอาการดีขึ้น ด้านตัวแทนชาวบ้านกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือในด้านการรักษาและค่าใช้จ่าย

กรณีชาวบ้าน ต.ป่าคาหลวง และ ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน เกือบ 200 คน ถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง หลังไปร่วมงานพระธาตุเมล็ดข้าว ที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง แล้วรับประทานหน่อไม้อัดปี๊บที่นำมาทำอาหารเลี้ยง บางรายอาการสาหัสถึงขั้นระบบทางเดินหายใจล้มเหลว โดยสาเหตุเกิดจากหน่อไม้ปี๊บมีเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียม โบทูลินั่ม ทำให้ป่วยเป็นโรค "โบทูลิซึ่ม" ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 42 ราย ขณะที่ทางจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่ อ.บ้านหลวง เป็นเขตภัยพิบัติมีโรคระบาดแล้ว โดยสั่งห้ามขนย้ายและจำหน่ายหน่อไม้อัดปี๊บทั้งหมดในพื้นที่ พร้อมทั้งอายัดมาเก็บไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านหลวง ตามที่ได้เสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น. วัน ที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศ ได้จัดส่งเครื่องบิน ซี 130 พร้อมทีมแพทย์ มาขนย้ายผู้ป่วยโรคโบทูลิซึ่มที่มีอาการหนัก 17 ราย จาก รพ.น่าน ไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและมีอาการแทรก ซ้อน โดยได้กระจายผู้ป่วยไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ 7 แห่งดังนี้ รพ.รามาธิบดี 3 ราย คือ นางขันคำ ปิจดี นายอิทธิพล ศรีเทพ นางปวีณา อายุยืน รพ.วชิรพยาบาล 2 ราย คือ นางจ๋อม ชมพูชนะภัย นางสมบูรณ์ สุดสม รพ.ภูมิพล 2 ราย คือ นางอำพร เขียวดี นางมูล ปิจดี รพ. พระมงกุฎ 3 ราย คือ นายบุญหยก แสนทะนะ นางสุพรรณบัฎ จันทร์เขียว นางไข อายุยืน รพ. ศิริราช 2 ราย คือ นางปิง อายุยืน นางศรีคำ ศิริเพราะ รพ.จุฬาลงกรณ์ 2 ราย นางแก้ว สุดสม นางแดง แสนทะนะ และ รพ.ราชวิถี 3 ราย คือ นางวนิดา พอใจ นางรัชนี เชื้อหมอ และนางสุริยะการณ์ พอใจ

สำหรับการขนย้ายผู้ป่วยในครั้งนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากผู้ป่วยทุกรายต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา โดยในผู้ป่วย 17 รายดังกล่าว มี 5 ราย ที่มีอาการหนักมาก คือร่างกายไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบกาย และไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้เลย ส่วนที่ รพ.น่าน ได้มีการส่งตัวผู้ป่วย 5 ราย ไปรักษาตัวยัง รพ. ในจังหวัดใกล้เคียง ประกอบด้วย รพ.มหาราช จ.เชียงใหม่ 2 ราย รพ.ศูนย์ลำปาง 2 ราย และ รพ.พิษณุโลก 1 ราย ทำให้ขณะนี้ยังมีผู้ป่วยเหลืออยู่ที่ รพ. น่านอีก 75 ราย โดยหลายรายหลังได้รับยาต้าน พิษ "แอนตี้ท็อกซิล" มีอาการดีขึ้นตามลำดับ ยังคงเหลืออีกประมาณ 20 ราย ที่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ แต่ไม่มีอาการแทรกซ้อนของโรคอื่น

ขณะที่นายศักดา ศรีเทพ ตัวแทน ชาวบ้าน อ.บ้านหลวง ได้กล่าวขอบคุณที่ทุกฝ่ายได้ให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด และค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งก็สร้างความมั่นใจให้แก่ญาติผู้ป่วยเป็นอย่างดี.
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ปีที่ 57 ฉบับที่ 17596 วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2549

 จาก นสพ.ไทยรัฐ

 

น่านผวา 'หน่อไม้ปี๊บ' ส่งจิตแพทย์ช่วยด่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

25 มีนาคม 2549 : เผยคนไข้ ที่ติดเชื้อ 'หน่อไม้' อาการดี

 

 

ด่วน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. น.พ. ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าสถานการณ์ ผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) หลังกินหน่อไม้อัดปี๊บที่ จ.น่าน ว่ายังไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม สรุปแล้วจากเหตุการณ์ ครั้งนี้ มีผู้ได้รับพิษทั้งหมด 163 ราย เป็นชาย 50 ราย ที่เหลือเป็นหญิง อายุระหว่าง 13-75 ปี นอนรักษาที่โรงพยาบาล 105 ราย โดยอยู่ที่ รพ.น่าน 79 ราย อยู่ รพ.ในกรุงเทพฯ 17 ราย และอีก 9 ราย อยู่ที่ รพ.ใน ลำปาง เชียงใหม่ และพิษณุโลก ส่วนใหญ่อาการดีขึ้น ไม่มีผู้เสียชีวิต และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีผู้ป่วยที่ รพ.น่าน ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 15 ราย ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจากทั้งหมด 15 ราย มี 2 รายที่สามารถหายใจได้เอง ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้ว

น.พ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึงอาการของคนไข้ที่ถูกส่งตัวมารักษาที่กรุงเทพฯ ว่า ทั้ง 17 รายยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจทุกราย บางรายมีอาการของปอดอักเสบ โดยเฉพาะรายที่ รพ.ราชวิถี คนไข้ที่ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ 2 ราย มีอาการดีขึ้นเล็กน้อย ส่วนในรายของคนไข้ที่ปอดอักเสบ แพทย์เริ่มให้ยาปฏิชีวนะบ้างแล้ว ทั้งนี้ เพราะคนไข้ที่มีอาการของระบบทางเดินหายใจ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานๆ มีโอกาสจะเกิดปอดอักเสบอยู่แล้ว

ด้าน น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า ทางจังหวัดยังตั้งศูนย์ปฏิบัติการคลี่คลายปัญหา และให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม อย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่ยังต้องดำเนินการต่อไป คือการสร้างความเข้าใจประชาชนในเรื่องของพิษจากเชื้อดังกล่าว ประชาชนหลายรายยังมีความเครียดวิตกกังวลเรื่องอาการ โดยเฉพาะพิษของ ระบบประสาท เพราะหลายรายเห็นผู้ป่วยทรุดลงหลังกินหน่อไม้อัดปี๊บไปต่อหน้าต่อตา บางรายกังวลจนไม่กล้าหลับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้จัดส่งทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยาเข้าไปให้ความรู้เพื่อคลี่คลายความวิตกกังวล และประชาสัมพันธ์ความรู้ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงท้องถิ่น และวิทยุชุมชนทุกแห่งทุกวัน โดยผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อดังกล่าวเข้าไปจนมีอาการทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อนั้น พิษของเชื้อจะไม่สะสมในร่างกาย แต่จะค่อยๆขับออกมาตามธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ขอให้ผู้ป่วยและญาติทุกรายวางใจได้ ทั้งนี้ ในวันที่ 27 มี.ค. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะจัดเวทีชาวบ้านพูดคุยกันที่ ต.ป่า-คาหลวง เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ

 


และจาก นสพ.เดลินิวส์

ส่งทีมจิตแพทย์คลายความวิตกพิษ"หน่อไม้ปี๊บ"

เผยพบประชาชนมีความเครียดและหวาดกลัวพิษหน่อไม้ปี๊บจำนวนมาก บางรายถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ สาธารณสุขจังหวัดน่านต้องส่งทีมจิตแพทย์เข้าไปคลี่คลายความวิตกกังวลด่วน ยันพิษไม่สะสมในร่างกาย จะค่อย ๆ ขับพิษออกมาเองตามธรรมชาติ ขณะที่ผู้ป่วยที่ รพ.น่านอาการดีขึ้น แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 15 ราย ส่วนผู้ป่วย 15 รายที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ สามารถหายใจได้เองแล้ว 2 ราย ที่เหลือดีขึ้น ขยับแขาขา-ลืมตาได้ ด้านผู้ป่วยหนัก 17 รายที่เข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องใช้เวลารักษาอีกนาน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นพ.ปราชญ์ บุณย วงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้า สถานการณ์ผู้ป่วยจาก ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน ที่ได้รับพิษจากเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม หลังกินหน่อไม้อัดปี๊บว่า หลังเกิดเหตุเมื่อ วันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา สถานการณ์ดีขึ้นยังไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม สรุปแล้วจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับพิษทั้งหมด 163 ราย เป็นชาย 50 ราย ที่เหลือเป็นหญิงอายุระหว่าง 13-75 ปี นอนรักษาที่โรงพยาบาลทั้งหมด 105 ราย โดยอยู่ที่ รพ.น่าน 79 ราย อยู่ รพ.ในกรุงเทพฯ 17 ราย และอีก 9 ราย อยู่ที่ รพ.ใน จ.ลำปาง เชียงใหม่ และพิษณุโลก ทุกรายยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่อาการดีขึ้น ไม่มีผู้เสียชีวิต

รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า สำหรับที่ รพ.น่าน ในวันเดียวกันนี้มีผู้ป่วยที่อาการปลอดภัยและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 15 ราย ส่วนในกลุ่มของผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จากเดิมมีทั้งหมด 15 ราย ในวันนี้ 2 ราย สามารถหายใจได้เองแพทย์จึงถอดเครื่องช่วยหายใจออก ส่วนที่เหลืออาการโดยทั่วไปดีขึ้น สามารถขยับแขนขาและลืมตาได้ ทั้งนี้มีผู้ป่วย 2-3 ราย ที่เริ่มมี ไข้ต่ำ ๆ แพทย์ให้ยาปฏิชีวนะแล้วปรากฏว่าอาการดีขึ้น

ด้าน นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่านกล่าวว่า ทางจังหวัดยังตั้งศูนย์ปฏิบัติการคลี่คลายปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเชื้อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม อย่างต่อเนื่อง จากการประเมินสถานการณ์พบว่าแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามพบว่าประชาชนหลายราย ยังมีความเครียด และวิตกกังวลในเรื่องของอาการ โดยเฉพาะพิษต่อระบบประสาท บางรายกังวลจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้จัดส่งทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาเข้าไปให้ความรู้เพื่อคลี่คลายความวิตกกังวล พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ โดยในวันจันทร์ที่ 27 มี.ค. นี้จะจัดเวทีชาวบ้าน พูดคุยกันที่ ต.ป่าคาหลวง เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ ทั้งนี้ผู้ป่วยที่ได้รับจากเชื้อดังกล่าวจนมีอาการทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อนั้น พิษของเชื้อจะไม่สะสมในร่างกายแต่จะค่อย ๆ ขับพิษออกมาเองตามธรรมชาติ โดยใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ขอให้ผู้ป่วยและญาติทุกรายวางใจได้

ส่วน นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรม การแพทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดพบว่าผู้ป่วยทั้ง 17 ราย ที่รักษา ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ 7 แห่ง ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และบางรายมีอาการติดเชื้อที่ปอด รวมทั้งมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้ และการฟื้นตัวของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนอาจจะใช้เวลาไม่นาน แต่อย่างน้อยต้องเป็นสัปดาห์ แต่บางรายต้องใช้เวลานาน 1-2 เดือน ทั้งนี้อาการต่าง ๆ จะไม่เปลี่ยนแปลงเป็นรายวัน เพราะต้องใช้เวลาค่อย ๆ ฟื้นตัวตามธรรมชาติ

"คนไข้ทุกคนยังไม่พ้นขีดอันตราย ยังต้องใช้เวลารักษาเป็นเวลานาน แต่ผู้ป่วยที่น่านอาการจะเบากว่า ส่วนกรณีคนไข้จะหายทุกรายหรือไม่นั้นไม่มีใครการันตีได้ เพราะรายงานในอเมริกาที่พบมีอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่ได้ รับพิษนี้ร้อยละ 10 แม้ว่าจะมีเครื่องมือและ บุคลากรพร้อมก็ตาม" นพ.ชาตรี กล่าว.
 
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
เหยื่อหน่อไม้น่านยังป่วยหนักอีก8ราย ผู้ว่าฯเตือนอย่าตื่นตระหนกกินได้ให้ถูกวิธี

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายพิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขน่าน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโรคโบทูลิซึม กรณีชาว ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน ล้มป่วยจากการรับประทานหน่อไม้อัดปี๊บ ในงานเลี้ยงฉลองทำบุญพระธาตุเมล็ดข้าวของชุมชนว่า ล่าสุดมีผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลน่าน 59 ราย ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 5 ราย ส่วนผู้ป่วยหนักที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ 11 ราย ก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจออกได้อีก 3 ราย คงเหลือผู้ป่วยหนัก 8 ราย

ด้านนายปริญญา ปานทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ชาว อ.บ้านหลวง ล้มป่วยโรคโบทูลิซึม ได้รับการร้องเรียนว่าหลายคนไม่กล้ารับประทานหน่อไม้ทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของ จ.น่าน ได้สั่งการให้ทุกอำเภอประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนก หน่อไม้สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยหากผลิตและนำมาประกอบอาหารอย่างถูกวิธี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นวิกฤตที่จะสร้างโอกาสให้ชาวบ้านเลิกค่านิยมการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ไปพร้อมกันเลย

หน้า 13

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0119280349&day=2006/03/28
ชาวน่าน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
สธ.ชี้จ.น่านพื้นที่ศึกษาวิจัยโรคโบทูลินัมทั่วโลก
[ 20:33 น. ]

 

นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม จากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บที่จังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม จนถึงวันนี้ (31) ว่า ทีมแพทย์ให้ผู้ป่วยที่รักษาในโรงพยาบาลน่าน กลับบ้านอีก 8 ราย ขณะนี้ ยังคงมีผู้ป่วยนอนพักรักษาอยู่ 18 ราย โดยผู้ป่วยห้อง ไอ.ซี.ยู. 6 ราย ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่อาการทั่วไปดีขึ้น

 

สำหรับผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่ได้ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี มีเด็กชายอายุ 14 ปี ขณะนี้อาการดีขึ้นมาก คาดว่าจะได้กลับบ้านอีก 4-5 วัน สำหรับผู้ป่วยที่ ร.พ.ราชวิถี ร.พ.วชิรพยาบาลและ ร.พ.ภูมิ พล ทุกคนอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วยเหลือตนเองได้ ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ ส่วนที่ ร.พ.ศิริราช ร.พ.ลำปาง และ ร.พ.พิษณุโลก ผู้ป่วยถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว แห่งละ 1 ราย

 

รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พื้นที่ จ.น่าน เป็นแหล่งศึกษาการเกิดเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม เพื่อจะได้นำไปพัฒนาการวิจัยการรักษา และแนวทางการป้องกันให้แก่วงการแพทย์ และสาธารณสุข ได้เป็นอย่างดี

http://203.154.97.18/breaking/read.php?lang=th&newsid=130130

สำเนาข่าวจาก สำนักข่าวเนชั่นฯ

nan_future
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

วันนี้ครบ 1 เดือนที่มีการเขียนบันทึกและรวบรวมเรื่องราวหัวข้อนี้ แล้วยังเป็นวันที่คุณหมอ พร้อมภรรยา และบุตรชายมาเยี่ยม ด้วยป่วยมาหลายวัน   นอกจากเก็บข้อมูลไว้ที่นี่แล้ว ยังเก็บไว้ที่ เว็ปบอร์ด เมนู กระดานข่าว นสพ.เสียงชาวน่าน ไว้อีกครับ  http://www.chownan.com/board/index.php?board=2;action=display;threadid=591