วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2549

Nation Group Newsเดอะเนชั่นกรุงเทพธุรกิจคม-ชัด-ลึกเนชั่นสุดสัปดาห์ทีวี + วิทยุเนชั่นแชนแนลเนชั่นเรดิโอหางานเนชั่นอีจ๊อบส์วัยรุ่นเนชั่นจูเนียร์เนชั่นคอมิกส์ท่องเที่ยวไทยแลนด์ดอทคอมซื้อคอมพิวเตอร์คอมเซฟวิ่งเนชั่นกรุ๊ป GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

หน่อไม่ปิ๊บเป็นพิษกินป่วย168วัคซีนไม่พอ สธ.เร่งขนวัคซินแอนตีท็อกซิน จากประเทศอังกฤษ ช่วยเหลือชาวบ้าน 143 คน หลังเปิบหน่อไม้ปี๊บจิ้มกับน้ำพริกกะปิ เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียน แพทย์ชี้ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นโรคโบทูลิซึ่ม ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียมีพิษในหน่อไม้ จะมีผลต่อระบบประสาท เพราะแค่ 1 มิลลิกรัม สามารถทำลายชีวิตคนได้ถึงห้าแสนคน

เหตุชาวบ้านกินหน่อไม้ปี๊บจนอาเจียนและท้องเสียครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มีนาคม น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะแพทย์ พร้อมวัคซีนแอนตีท็อกซินที่สั่งตรงจากประเทศอังกฤษไปช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวน 143 ราย ป่วยเป็นโรคโบทูลิซึ่ม ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เพาะอยู่ในหน่อไม้ปี๊ป ผู้ป่วยทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่ตึกผู้ป่วยหนักตึกชยานันท์ ตึกพิทักษ์ไทย โรงพยาบาลน่าน

 

น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคโบทูลิซึ่ม ซึ่งเกิดจากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ จำนวน 143 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 33 ราย ที่ผ่านโรงพยาบาลน่านต้องขอรับการสนับสนุนเครื่องช่วยหายใจจากโรงพยาบาลแพร่และโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เนื่องจากที่โรงพยาบาลน่านมีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ

"ขณะนี้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บหน่อไม้ปี๊บบริเวณ อ.บ้านหลวง เพื่อทำลายแล้ว พร้อมกับส่งตรวจอย่างละเอียดเช่นกัน สำหรับค่าใช้จ่ายต้องใช้งบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ยาปฏิชีวนะ เวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลผู้ป่วย ค่าชดเชยซื้อหน่อไม้อัดปี๊บเพื่อทำลาย จะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 10,519,500 บาท"

น.พ.พิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโรคโบทูลิซึ่ม เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการสร้างสปอร์ และสามารถผลิตสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาทได้ เมื่อสปอร์เจริญเติบโตจะสร้างสารพิษขึ้น สารพิษนี้มีความรุนแรงมากแค่เพียง 1 มิลลิกรัม สามารถทำลายชีวิตคนถึงห้าแสนคน มีพิษต่อระบบประสาทและพิษดังกล่าวมักจะเข้าสู่ร่างกายจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าว มีระยะฟักตัวระหว่าง 12-36 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่รับประทาน จากนั้นจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง แน่นในคอ ปวดมวนท้อง สำหรับรายที่รุนแรงจะมีอาการทางระบบประสาท เช่น มองภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน เนื่องจากกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต ลืมตาไม่ขึ้น ตากระตุก หายใจขัด

น.พ.พิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า โรคนี้มีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 60 กรณีที่ผู้ป่วยไม่เสียชีวิตก็จะต้องใช้เวลารักษานานหลายเดือน ดังนั้นจึงขอเตือนให้ประชาชนทุกคนอย่าตื่นตระหนก เพราะขณะนี้ประสานงานไปยังองค์การอนามัยโลก เพื่อขอวัคซีนแอนตีท็อกซินจากประเทศอังกฤษ แต่วัคซีนมีจำนวนจำกัดและมีราคาสูง จึงได้มาเพียง 20 โดส สามารถใช้กับผู้ป่วย 20 ราย ทำให้แพทย์ต้องใช้ดุลพินิจในการรักษา ล่าสุดองค์การอนามัยโลกกำลังรวบรวมวัคซีนจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในค่ายทหารและจะส่งตามมา นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้วัคซีนแอนตีท็อกซิน

น.พ.ปราชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องนำหน่อไม้ปี๊ปที่มีอยู่ในจ.น่าน ทั้งหมดมาทำลาย เบื้องต้นแนะนำให้นำไปปรุงให้สุก เนื่องจากเชื้อโรคโบทูลิซึ่มหรือเชื้อโรคอื่นๆ จะไม่สามารถทนต่อความร้อนหรืออุณหภูมิสูงถึง 100 องศาได้ หากจะกินอาหารประเภทหน่อไม้ปี๊บจะต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน หรือต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ และการเลือกซื้ออาหารบรรจุกระป๋อง ควรเลือกกระป๋องที่ไม่บุบ บวมหรือมีสนิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 18 มีนาคม พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค 3 ส่งเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกขนเครื่องช่วยหายใจจาก รพ.พระพุทธชินราช รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวร จ.พิษณุโลก รพ.ค่ายทหาร จ.พะเยา รพ.ค่ายพญาสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง รพ.ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อนำเครื่องช่วยหายใจจำนวน 15 เครื่อง พร้อมด้วยอายุรแพทย์ที่ผ่านการฝึกด้านสงครามเชื้อโรคจากต่างประเทศ มาให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ มี พ.ต.สมัย ขำพันธ์ ผอ.รพ.ค่ายสุริยพงศ์ จังหวัดทหารบกน่าน เป็นผู้ประสานงาน พร้อมทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วได้แก่ เฮลิคอปเตอร์และนายแพทย์ส่งกำลังทางอากาศ เตรียมพร้อมช่วยเหลือหากมีคนไข้ที่จะต้องรักษาอาการอย่างเร่งด่วน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อ รพ.บ้านหลวง อ.บ้านหลวง และ รพ.เวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน รับผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 168 ราย เข้ารับการรักษาอาการ โดยทั้งหมดเป็นชาวบ้าน ต.ป่าคา และ ต.สวด และจากการตรวจสอบพบว่า อาการเกิดจากการกินหน่อไม้ปี๊บจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นอาหารมื้อกลางวันที่ อบต.ป่าคา จัดเลี้ยงในงานวันขึ้นพระธาตุเมล็ดข้าว

นางสุพรรณ จันทร์เขียว อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 5 บ้านนาหวายใหม่ ผู้ป่วยรายหนึ่งและเป็นสมาชิกกลุ่มแม่บ้านที่ทำหน่อไม้ปี๊บขายเป็นสินค้าโอท็อป กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มได้ทำหน่อไม้กว่า 50 ปี๊บขายให้ประชาชน ต่อมา อบต.ป่าคา เป็นเจ้าภาพจัดงานบุญได้สั่งซื้อหน่อไม้อัดปี๊บ จำนวน 2 ปี๊บเพื่อนำไปจิ้มน้ำพริกกะปิ ในช่วงที่เปิดปี๊บได้ลองชิมพบว่ามีรสเปรี้ยวผิดสังเกต ซึ่งธรรมดาจะไม่มีรสเปรี้ยวแต่แม่ครัว อบต.ป่าคา ยืนยันว่าไม่เป็นไร จากนั้นนำหน่อไม้ไปล้างน้ำ แล้วนำมาหั่นเพื่อนำไปจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งตนเองนั้นชิมเพียงเล็กน้อย จากนั้นมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียน ปากชา ลิ้นแข็ง พูดไม่คล่อง ท้องอืด และต้องเข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลน่านทันที

 

http://www.komchadluek.net/news/2006/03-20/p1--17603.html
คริ๊ปจาก นสพ.คมชัดลึก ขอขอบพระคุณครับ