หากหน้าที่หลักของเราคือการดูแลผู้ป่วย คุณภาพที่สำคัญคือคุณภาพการดูแลผู้ป่วย  เราจะมองอย่างไรจึงจะเห็นคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน

          ถ้าเริ่มต้นด้วยการใช้ flow chart ของกระบวนการดูแลผู้ป่วยเป็นกรอบในการมอง เราจะมีวิธีการใดบ้างที่จะเห็นคุณภาพในขั้นตอนต่างๆ  จะพบว่าเครื่องมือคุณภาพหลายอย่างที่ พรพ.แนะนำไว้ สามารถนำมาใช้สะท้อนคุณภาพของการดูแลในแต่ละขั้นตอนได้

 

 

 

ภาพที่ 1 กระบวนการดูแลผู้ป่วย

 

          เครื่องมือคุณภาพเหล่านี้ บางอย่างจะเน้นที่กระบวนการหรือขั้นตอนในการดูแล เช่น การประเมินคุณภาพจากเวชระเบียน บางอย่างจะเน้นที่กลุ่มผู้ป่วย เช่น clinical tracer บางอย่างจะเน้นที่ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง  และบางอย่างก็จะเน้นหลายๆ มิติร่วมกัน  ซึ่งสามารถนำมาสร้างแผนภูมิในลักษณะ 3 มิติ (การเน้นกระบวนการ, การเน้นกลุ่มผู้ป่วย, การเน้นคนเป็นศูนย์กลาง) ดังภาพที่ 2

 

 

  

ภาพที่ 2 เครื่องมือเพื่อประเมินคุณภาพการดูแลผู้ป่วย

 

          1. Clinical Tracer เป็นการดูคุณภาพของการดูแลผู้ป่วยที่มาด้วยโรคใดโรคหนึ่งอย่างครบวงจร เป็นการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันและบทเรียนในอดีตเพื่อหาโอกาสพัฒนาและความสำเร็จ  การใช้โรคเป็นตัวตั้งทำให้เห็นปัญหาและโอกาสในการเชื่อมต่อการดูแลระหว่างหน่วยงาน/ทีมงานต่างๆ และทำให้เห็นว่าในแต่ละโรคนั้น น้ำหนักความสำคัญของแต่ละขั้นตอนอาจจะแตกต่างกัน

          2. Proxy Disease เป็นการที่เราเริ่มจากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการดูแลผู้ป่วย แล้วตั้งคำถามว่ามีโรคใดที่สามารถนำมาเป็นตัวแทนในการแสดงคุณภาพการดูแลขั้นตอนนั้นได้บ้าง เช่น ในขั้นตอนของการเข้าถึง อาจจะนึกถึงการเข้าถึงบริการฉุกเฉิน การเข้าถึงคำปรึกษา การเข้าถึงการดูแลจนสิ้นสุดการรักษา ฯลฯ ซึ่งการเข้าถึงแต่ละอย่างนั้น ทำให้เรานึกถึงโรคที่แตกต่างกันออกไป

          3. Adverse Event เป็นการที่เราเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ แล้วปรับปรุงระบบงานหรือกระบวนการดูแลผู้ป่วยให้รัดกุมยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่าจะต้องมีการวิเคราะห์จนเกิดความเข้าใจในสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง (root cause)  วิธีการที่จะได้มาซึ่งเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ควรเป็นวิธีการที่มีความไว และใช้หลายๆ วิธีควบคู่กัน  เช่น trigger tool, กิจกรรมทบทวนคุณภาพ, การรายงานอุบัติการณ์ 

          4. Patient Safety Goals: SIMPLE เป็นการที่เราตามรอยการปฏิบัติตามแนวทางที่แนะนำไว้ใน Patient Safety Goals ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการนำมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยมาใช้อย่างตรงประเด็นและเป็นรูปธรรม 

          5. Medical Record Review เป็นการทบทวนเวชระเบียนโดยมุ่งพิจารณาว่าได้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานในแต่ละขั้นตอนหรือไม่ ดังตัวอย่าง

 

III-3.2 การวางแผนจำหน่าย

Y

N

P

NA

1)       มีการประเมินความจำเป็นในการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยรายนี้ตั้งแต่เริ่มแรก

 

 

 

 

2)       ผู้เกี่ยวข้อง (แพทย์ พยาบาล วิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ผู้ป่วยและครอบครัว) มีส่วนร่วมในการวางแผนจำหน่าย

 

 

 

 

3)       มีการระบุปัญหา/ความต้องการของผู้ป่วยที่จะเกิดขึ้นหลังจำหน่าย

 

 

 

 

4)       มีการนำแผนจำหน่ายที่วางไว้ไปปฏิบัติ

 

 

 

 

5)       มีการประเมินว่าผู้ป่วยมีศักยภาพและความมั่นใจในการดูแลตนเอง

 

 

 

 

 

          6. Bedside Review การทบทวนข้างเตียงหรือการใช้ C3THER จะช่วยให้เรามองเห็นช่องโหว่ต่างๆ ในการดูแลผู้ป่วยแต่ละราย  ทั้งในด้านความเสี่ยงทางคลินิก การประสานงาน และความต้องการด้านจิตสังคม

 

          จะเป็นการดีหรือไม่ หากเราจะใช้เครื่องมือดังกล่าวในทุกโอกาสที่เป็นไปได้ แล้วนำบทเรียนที่ได้มาร้อยเรียงเข้าด้วยกันตามกระบวนการดูแลผู้ป่วยในภาพที่ 1  เราจะเห็นคุณภาพของงานที่เราทำและโอกาสพัฒนาได้ชัดเจนขึ้นหรือไม่

  

 

นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล

สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล