29  กรกฎาคม  ของทุกปี  วันภาษาไทยแห่งชาติ ขอระลึก  และตระหนักในการใช้คำภาษาไทยอย่างถูกต้องค่ะ  โดยขอนำเสนอ  คำสุภาพ  ที่ควรทราบ  ดังนี้ค่ะ

วัว  คำสุภาพ  คือ    โค

ควาย  คำสุภาพ  คือ   กระบือ

หมู  คำสุภาพ  คือ    สุกร

ปลาช่อน  คำสุภาพ  คือ    ปลาหาง

หมา  คำสุภาพ  คือ    สุนัข

ไส้เดือน  คำสุภาพ  คือ    รากดิน

ช้างตัวผู้  คำสุภาพ  คือ    พลาย

ช้างตัวเมีย  คำสุภาพ  คือ    พัง

วัว  คำสุภาพ  คือ    โค

ใส่เสื้อ  คำสุภาพ  คือ    สวมเสื้อ

ปลาร้า  คำสุภาพ  คือ    ปลามัจฉะ

ออกลูก  คำสุภาพ  คือ    คลอดบุตร

กล้วยบวชชี  คำสุภาพ  คือ    นารีจำศีล

ถั่วงอก  คำสุภาพ  คือ    ถั่วเพาะ

ผักบุ้ง  คำสุภาพ  คือ    ผักทอดยอด

แตงโม  คำสุภาพ  คือ  ผลอุลิด

ฟักทอง  คำสุภาพ  คือ  ฟักเหลือง

หมอตำแย  คำสุภาพ  คือ  ผดุงครรภ์

เห็ดปลวก  คำสุภาพ  คือ  เห็ดโคน

สากกระบือ  คำสุภาพ  คือ  ไม้ตีพริก

       

คำสุภาพมีลักษณะดังต่อไปนี้

1. ไม่เป็นคำห้วนหรือคำกระด้าง  ฟังดูเหมือนไม่แสดงความเคารพ เช่น พูดคำอุทาน โว้ย

    หา  เอ เป็นต้น  หรือคำพูดสั้นๆ ห้วนๆ เช่น  เปล่า  ไม่มี  ไม่ใช่  เป็นต้น

2. ไม่เป็นคำหยาบ  ฟังดูแล้วไม่ไพเราะ  เช่น  มึง  กู  อ้าย  อี  อ้ายนั่น  อ้ายนี่  เป็นต้น

3. ไม่เป็นคำพูดที่มีความหมายหยาบหรือเปรียบเทียบกับของหยาบ เช่น  ตีน

4.  ไม่เป็นคำผวน คือคำที่เมื่อกลับคำแล้วความหมายหยาบคาย เช่น เห็นควรด้วย

                                                  

ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปราย ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.. ๒๕๐๕ ในงานวันกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรสฯทรงเปิด อภิปรายในหัวข้อเรื่อง "ปัญหาการใช้คำไทย" และได้ทรงแสดงความห่วงใยการใช้ภาษาไทยดังความตอนหนึ่ง จากกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานในการทรงร่วมอภิปรายเรื่องปัญหาการใช้คำไทย ว่า "ภาษานั้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดี ประเทศไทยนั้นมีภาษาเป็นของเราเอง ซึ่งต้องหวงแหน ประเทศใกล้เคียงของเราหลายประเทศมีภาษาของตนเอง แต่ว่าเขาก็ไม่ค่อยแข็งแรง เขาต้องพยายามหาทางที่จะสร้างภาษาของตนเองไว้ให้มั่นคง เราโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาลจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้..."

นอกจากนี้ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ..๒๕๐๒ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิต ซึ่งแสดงความห่วงใยถึงการใช้ภาษาไทย ดังความตอนหนึ่งว่า "ในปัจจุบันนี้ ปรากฏว่า ได้มีการใช้ถ้อยคำออกจะฟุ่มเฟือยและไม่ตรงกับความหมายจริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคน จึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้น จึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกัน เพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ"

และในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าถวายฯ ชัยมงคล ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.. ๒๕๓๕ ดังความตอนหนึ่งว่า "นอกจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงของวรรณยุกต์ เสียงจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เสียงโทกลายเป็นเสียงตรี เสียงตรีกลายเป็นเสียงจัตวา เลยทำให้ฟังดูแปลก เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร..."

ดังนั้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายชวนหลีกภัย จึงเห็นชอบและมีมติให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ตามการเสนอของทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง และสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ด้านภาษาไทย และเพื่อกระตุ้นให้สถาบันการศึกษา องค์กรหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนให้ตระหนักในความสำคัญของภาษาไทย และร่วมใจกันใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง

 

คำที่มักเขียนผิด

กาลเทศะ  กะทัดรัด  ขะมักเขม้น

บิณฑบาต บาตร  โลกาภิวัตน์

อนุญาต จรรโลง  บรรเจิด

สังสรรค์ สรรสร้าง แกงบวด 

ผัดวันประกันพรุ่ง ลายเซ็น

รสชาติ เพียบพร้อม 

อเนกประสงค์  อาเพศ

เจตนารมณ์  สีสัน

สับปะรด สิงโต

อิสรภาพ อุโมงค์ กล้วยบวชชี

ขอบคุณและอ่านเพิ่มเติมhttp://www.nuanphun.com/no112.html  

http://www.pccnst.ac.th/sittisak/data4/2.ppt

http://www.ku.ac.th/kuthai/thaitoday.htm