ในแต่ละองค์กร มักจะเกิดความขัดแย้งกันได้ง่าย ระหว่างนักวิชาการและนักบริหาร และสาเหตุที่สำคัญที่นำมาซึ่งความขัดแย้ง นั่นคือ มุมมองของแต่ละฝ่ายที่ไม่เหมือนกัน
นักวิชาการ จะมีมุมมองงานในเชิงลึก แต่ไม่กว้าง นั่นคือ นักวิชาการจะมองงานของตนเองด้านเดียวอย่างลึกซึ้ง โดยไม่มองงานอื่น หรือ เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ นักบริหาร จะมีมุมมองงานในเชิงกว้าง แต่ไม่ลึก นั่นคือ นักบริหารจะมองงานกว้างๆ ในทุกงาน และ ทุกเรื่องในองค์กร แต่จะไม่มองลึกซึ้งเท่านักวิชาการ
ถ้าแต่ละฝ่ายต่างยึด “มุมมอง” ของตนเอง ก็จะได้ออกมาว่า
นักวิชาการ จะถือว่างานของตนเองนั้น ตนเองเป็นผู้รู้ดีกว่าผู้บริหารและเป็นงานที่สำคัญที่ผู้บริหารควรที่จะต้องคิดตามและทำตาม
ขณะเดียวกัน นักบริหารก็จะถือว่าตนเองเป็นผู้รู้ดีในการบริหารองค์กร และงานที่สำคัญขององค์กรคืองานบริหาร ที่นักวิชาการจะต้องคิดตามและทำตาม
ถ้าแต่ละฝ่าย คิดอย่างนั้น ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ง่าย และ อาจจะบานปลายจนยากที่จะประสาน
ผมมีมุมมองในการทำงานอย่างนี้ครับ นั่นคือ
นักวิชาการ เป็นผู้เสนอทางเลือก และ นักบริหารเป็นผู้เลือกทางเลือกของนักวิชาการ
ดังนั้น นักวิชาการคงจะต้องทำงานตามทางเลือกที่ตนเองเสนอไปให้ผู้บริหารเลือก
เมื่อผู้บริหาร “ตอบรับ” นักวิชาการก็ลุยงานไปได้เต็มที่
แต่ถ้าผู้บริหาร “ปฏิเสธ” นักวิชาการก็ต้อง “จำใจถอย” ครับ
ปัญหาของนักวิชาการก็คือ ทำอย่างไรให้นักบริหาร “ตอบรับ” งานของตนเอง
ปัญหานี้ ผมขอตอบว่า นักวิชาการก็ต้องยอม “ลดทิฐิ และ ลดอัตตา” ของตนเองลงมาบ้าง
ขณะเดียวกัน ปัญหาของนักบริหาร ก็คือ ทำอย่างไรให้นักวิชาการยอมรับการ “ตอบปฏิเสธ” ของตนเอง
คำตอบของผู้บริหาร ก็คือ “ต้องพูดคุยชี้แจงในเชิงวิชาการให้นักวิชาการเข้าใจ” ในการตัดสินใจของตนเอง
ทุกคน และ ทุกฝ่ายในองค์กร ต่างก็ต้องการพัฒนาองค์กรทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่ว่ามุมมองไม่เหมือนกัน
ถ้าแต่ละคน แต่ละฝ่าย “ปรับมุมมอง” ให้ “บูรณาการ” กันได้
ความขัดแย้ง ก็นำมาสู่ความสร้างสรรค์ ดังหลักคิดที่ว่า
No Conflict No Progress
สวัสดีครับท่านอาจารย์
ความเหมือน..ในความต่าง
แม้มีมุมมองต่างกัน...
แต่ก็เป้าหมายเดียวกัน คือ การพัฒนาค่ะ
ความเข้าใจ ร่วมมือ ร่วมใจ.
ทำให้เกิดกาพัฒนา อย่างแท้จริง
ขอบคุณค่ะ...สุขภาพแข็งแรง
ต่างความคิด ต่างมุมมอง...แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ก็น่าจะลด Conflict ได้นะค่ะ
ตอนนี้ ผมทำงานอยู่ 2 สถานะ คือ นักวิชาการ(รศ.) และนักบริหาร (รองคณบดี)...ท่านอาจารย์ของผม ท่านแนะนำผมว่า....ให้ทำงานวิชาการด้วยหลักการบริหาร....ให้ทำงานบริหารด้วยหลักวิชาการ...ครับ
ขอขอบคุณมากครับ สำหรับข้อคิดเห็น
ที่อาจารย์ว่า นักวิชาการ ฉลาดลึก แต่โง่กว้าง
ผมเสริมว่า นักบริหาร ฉลาดกว้าง แต่โง่ลึก
จะได้เท่าเทียมกันครับ
ความเข้าใจ ร่วมมือ ร่วมใจ.
ทำให้เกิดการพัฒนา อย่างแท้จริง
มันยากตรงที่จุดเริ่มที่ "ความเข้าใจ" นี่แหละครับ
ถ้าต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน มันก็ดีไปหมดแหละครับ
ขอบคุณครับ
ถ้ามุ่งตรงไปที่เป้าหมายเดียวกัน ก็คงพอคุยกันได้ครับ
ขอบคุณครับ
ผมชอบตรงนี้ครับ
ให้ทำงานวิชาการด้วยหลักการบริหาร....ให้ทำงานบริหารด้วยหลักวิชาการ
ขออนุญาตนำไปใช้ คงไม่สงวนสิทธิ์นะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับท่านสมอลแมน
ขัดแย้ง...ยังดีกว่า...ไปข้าง ๆ คู ๆ...
ขอบคุณครับ
ห่างหายกันไปนานเลยนะครับ
ขัดแย้ง...ยังดีกว่า...ไปข้าง ๆ คู ๆ...
หลายคนก็สีข้างถลอกปอกเปิกเลยครับ
เพราะชอบเอา "สีข้างเข้าถู"
ขอบคุณครับ
มาเยี่ยม คุณ small man
ออ...เอาอย่างอาจารย์ว่าก็แล้วกัน ผมนึกไม่ถึงตรงจุดนี้..ผู้บริหารตอบผมเองเมื่อคุยกันวันนี้นะ ฮิ ฮิ ฮิ
ผมชอบมองภาพปราชญ์จีนนั่งบนเรือแล้วตกเบ็ดในลำน้ำลึกแวดล้อมไปด้วยขุนเขาที่กว้างไกลนะนี่
ฮิ ฮิ ฮิ...
สวัสดีครับอาจารย์ที่เคารพ
ผมมองในมุมของ การบูรณาการ และผมมองศักยภาพของบุคคลที่เชี่ยวชาญยุทธ์ที่ต่างกัน การทำงานที่สอดคล้องกับความถนัด รวมถึงบรรยากาศที่ดี
หากผู้บริหารเป็นนักวิชาการด้วยก็จะดีนะครับ หรือไม่เรียกว่านักวิชาการก็ได้ครับ ขอเรียกว่าเป็น "บุคคลเรียนรู้" ดีกว่า
เหมือนกับผู้ที่ก้าวขึ้นสู่ผู้บริหาร ผ่านงานภาคปฏิบัติมาอย่างโชกโชน จะเข้าใจ เข้าถึงคนทำงาน...นำไปสู่ความสมานฉันท์และผลสัมฤทธิ์ของงานที่ดีครับ
ท่านอาจารย์ UMI ได้ผู้บริหารที่น่ารักมากครับ
ขอบคุณครับ
ผมเห็นสอดคล้องกันครับว่า ถ้าผู้บริหารเป็นนักวิชาการด้วยก็จะดี
แต่ทีนี้ บางครั้ง ผู้บริหารมักจะไม่ชอบงานวิชาการ แต่ชอบที่จะไปบริหาร "อำนาจ" เสียมากกว่า
และก็เป็นหลักการอย่างหนึ่งที่ผมพบมา คือ คนเป็นนักวิชาการ มักจะไม่ชอบขึ้นไปเป็นผู้บริหาร
ขณะเดียวกัน คนที่เป็นผู้บริหาร ก็มักจะไม่ชอบงานวิชาการ
ถ้าได้คนเป็นนักวิชาการที่โชกโชนและเชี่ยวชาญ ขึ้นไปเป็นผู้บริหารบ้าง อย่างที่คุณจตุพรว่ามาก็จะดีมากครับ
(เป็นมุมมองของผมคนเดียวนะครับ)
ขอบคุณครับ
สวัสดีคะ..(โอ้ว..เราก็ผู้น้อย..)
ถ้าเป็นอย่างนี่หนูของมองในมุมมองของผู้นอยมองผู้บริหาร ก็แล้วกันนะคะ
หนูคิดว่า การที่องค์กรต่างๆ ในบ้านเราที่มีปัญหากัน ...ส่วนใหญ่ มักจะบริหารคน วิเคราะห์งานกันไม่ค่อยถูก...555...
โดยที่มักจะ วางงาน ให้ตรง กับคน ซึ่งที่จริงนั้น
น่าจะ วางคน ให้ตรง กับงาน มากกว่า
ขอบคุณค้า
ขอขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม
put the right man on the right job
ทุกอย่างเริ่มต้นที่คน
ใช่ใหมครับ
สวัสดีค่ะท่าน small man
ครับ ความขัดแย้งนำมาสู่ความเจริญได้ครับ
แต่ต้องฟังกันบ้าง
ขอบคุณครับ