ปีการศึกษา 2551  ผู้วิจัย(นายนุรักษ์  สิงห์ศิลป์ มือถือ 089-7174088,087-2485992)ได้ทดลองสอนการขับร้องประสานเสียงแบบสองแนว  กับนักเรียนในโรงเรียนบ้านศาลา  อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ  โดยทดลองสอนกับกลุ่มตัวอย่าง 2  กลุ่ม คือ

1.  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6  จำนวน  20 คน

      กลุ่มตัวอย่างนี้ได้มาโดยวิธีการให้นักเรียนสมัครใจ  ไม่มีการคัดเลือกหรือทดสอบความสามารถทางดนตรีใดๆ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนนักเรียนมีน้อย   กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนที่ไม่เคยมีการเรียนโน้ตสากลมาเลย ทดลองสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบให้นักเรียนร้องตาม และจดจำ  ทำตามแบบ  สอดคล้องกับแนวการสอนของซูซูกิ  คือใช้หลักการให้ผู้เรียนเลียนแบบครูผู้สอนทุกอย่าง ฝึกจนคล่องจนชำนาญ แต่ผู้วิจัยประยุกต์ใช้โดยยังไม่สอนโน้ตสากลเนื่องจากเวลาน้อย เน้นให้ผู้เรียนจดจำว่า  ช่วงใดเสียงสั้น เสียงยาว เสียงสูง เสียงต่ำ   ผู้วิจัยทดลองสอน 1 สัปดาห์ (7 วัน) วันละ 1 ชั่วโมง  โดยสอนขับร้องเพลงประสานเสียงสองแนวเพลงพระราชนิพนธ์  สายฝน(คีย์ซีเมเจอร์)  และ พรปีใหม่(คีย์ซีเมเจอร์) 

ข้อค้นพบในการวิจัยครั้งนี้

     1.1  นักเรียนควบคุมจังหวะหลัก(BEAT)ไม่ได้  ยิ่งเพลงใกล้จบ  นักเรียนยิ่งเร่งจังหวะ

     1.2   ทำนองทั้งแนวหลักและแนวประสานเพี้ยนบ้างบางช่วงบางตัวโน้ต

     1.3   นักร้องแนวประสานสอดรับแนวหลักไม่กลมกลืน และขับร้องไม่ครบตามอัตราจังหวะของตัวโน้ต

     1.4   การออกเสียงระดับเสียงต่ำ(LOW  PITCH) ตั้งแต่เสียง B1 ลงมา  ยังออกเสียงเพี้ยนอยู่มาก

     1.5  แนวประสานชอบตะโกนในขณะร้องเพลง ทำให้คุณภาพเสียงไม่ไพเราะ

     1.6   นักเรียนส่วนมาก  มีความสุข และสนุกสนานในการร้องเพลง

ข้อเสนอแนะ

     1.1   จังหวะหลัก(BEAT)  เป็นหัวใจของดนตรี ดังนั้นผู้สอนต้องสอนเรื่องจังหวะให้นักเรียนเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรก  เน้นเสมอว่า จังหวะต้องดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอไปเรื่อยๆ จนจบเพลง

     1.2   การฝึกออกเสียงให้ถูกต้องตามระดับเสียงของโน้ตแต่ละตัว  ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนค่อนข้างมาก ดังนั้นเสียงเพี้ยนจะพบได้ตลอดเวลา  ถ้านักร้องไม่มีการฝึกซ้อมที่ถูกต้องและจริงจังเท่าที่ควร

      1.3   ความสั้น-ยาว  ของอัตราจังหวะตัวโน้ตสากลจึงมีความสำคัญ การเรียนรู้เรื่องอัตราจังหวะจึงมีความสำคัญ ถ้านักเรียนอ่านโน้ตได้ เข้าใจอัตราจังหวะ  ก็สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามไปด้วย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องสอนโน้ตสากลให้ผู้เรียนด้วย

       1.4  นักเรียนระดับประถมศึกษาจะมีปัญหาเรื่องเสียงต่ำเป็นส่วนมาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการประสานเสียงที่มีเสียงต่ำมากๆ มาใช้ฝึกผู้เรียนในระดับประถมศึกษา

        1.5   นักเรียนชอบตะโกน(ร้อง)เพลง ทั้งนี้เพราะนักเรียนกลัวจะร้องไม่ทันจึงตะโกน  และปัญหาที่ตามมาคือ เร่งความของอัตราจังหวะ(TEMPO)ไปด้วย ผู้สอนต้องเน้นย้ำบ่อยๆ ว่า การร้องเพลงให้ใช้พลังจากภายในของร่างกาย โดยเฉพาะการใช้กระบังลม ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องถึงหลักวิชาการ  การฝึกการหายใจ  การฝึกควบคุมลม ในการร้องเพลงไปด้วยโดยอัตโนมัติ

        1.6   ถึงอย่างไรก็ตามนักเรียนก็ยังมีความสุขในการร้องเพลง  ถือเป็นจุดประสงค์หรือเป้าหมายของการสอนขับร้องเพลง อีกข้อหนึ่ง จากในอีกหลายๆข้อ  ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของดนตรี ในทางวิชาการน่าจะเรียกว่า สุนทรียทางดนตรี   ครูผู้สอนจึงค่อยๆสอดแทรกสาระการเรียนรู้ด้านวิชาการทางดนตรีไปเรื่อยๆ ต่อไป ดีกว่าไม่เริ่มต้นอะไรเลย

        ผู้วิจัยหวังว่า  ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่นำเสนอคงจุดประกายให้ครูผู้สอนดนตรีได้มีกำลังใจและมุ่งพัฒนาผู้เรียนด้านสาระศิลปะ(สาระดนตรี)ให้พัฒนายิ่งๆ ต่อไป  โอกาสหน้าจะนำเสนอผลการทดลองสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นครับ  ท่านผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนขับร้องเพลงประสานเสียงท่านใดที่มีเวลา กรุณาเสนอแนะเพิ่มด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง