"เผชิญความตายอย่างสงบ"

หัวใจสีขาว มีเรื่องมาเขียนให้ท่านที่สนใจได้อ่านกันค่ะพอดีมีโอกาสไปร่วมสัมมนาวิชาการมาบอกได้เลยประทับใจมาก

 

โครงการสัมมนาวิชาการ เผชิญความตายอย่างสงบ 

22-24 ก.ค. 51 ณ ทรัพย์ไพวัลย์ปาร์ค รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล พิษณุโลก

จัดโดย ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน ครอบครัวและอาชีวเวชศาสตร์

 รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

           การทำความเข้าใจและยอมรับความตายอย่างสงบได้อย่างกล้าหาญนั้นเราจำต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ จิตใจ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันหมั่นฝึกฝนที่จะอยู่อย่างเป็นมิตรกับความตาย ฝึกจิตให้มั่นคงและมีสติตระหนักรู้ทุกเมื่อเพื่อต้อนรับกับความตาย
การจัดการภาระเพื่อเตรียมความพร้อมของชีวิตควบคู่ไปกับการฝึกฝนจิตใจอยู่เสมอเป็นประตูบานสำคัญที่ช่วยให้ความทุกข์กังวลใจเบาบางลงซึ่งส่งผลทำให้ความเจ็บปวดของร่างกายลดน้อยลงไปด้วยยิ่งหากมีคนใกล้ชิดหรือครอบครัวเพื่อนพ้องคอยเป็นกำลังใจและเอื้อเฟื้อให้เกิดบรรยากาศของความสงบ และปล่อยวางจากภาระที่คั่งค้างใจแล้วความตายอาจจะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวต่อไปอีกแต่กลับจะเป็นโอกาสทองในการพัฒนาจิตวิญญาณให้เข้าถึงธรรมะขั้นสูงหรือความจริงของธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ปัจจัยเหล่านี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรเรียนรู้และฝึกฝนเพื่อเผชิญความตายอย่างสงบ

  ความน่าสนใจในกิจกรรม

  มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความตายและการเจ็บป่วยใกล้ตายที่พึงปรารถนาและไม่พึงปรารถนารวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดสภาพนั้นๆ

 ใช้กิจกรรมผ่านประสบการณ์ให้เกิดความรู้สึกว่ากำลังเผชิญความตายเพื่อเรียนรู้ที่จะต้อนรับความตายอย่างสงบ

มีเสวนาแบบเป็นกันเองเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองเรื่องภาวะใกล้ตายและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายซึ่งจะผสมผสานความรู้ทั้งด้านการแพทย์และด้านจิตวิญญาณอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีวิทยากรที่มากด้วยประสบการณ์ ทั้งแพทย์ พยาบาล ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและจิตอาสา เป็นต้น มานำเสวนาเพื่อให้เข้าใจความตายในหลากหลายมิติยิ่งขึ้นอันจะนำไปสู่การค้นหาแนวทางการเตรียมตัวตายและการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมและเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพจำเพาะของแต่ละท่าน

 

ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนแบ่งปันในการแสวงหาวิสัยทัศน์ของชีวิตและดุลยภาพแห่งชีวิตเพื่อดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท

ฝึกฝนการทำสมาธิภาวนาและฝึกผ่อนคลายร่างกายและจิตใจด้วยดนตรีอันละมุนเพื่อให้เกิดความรู้ตัวทั่วพร้อมและความสงบของจิตใจอันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเตรียมพร้อมในการใช้ชีวิตและเผชิญความตาย

มีพิธีกรรมที่น้อมนำสู่การพิจารณาความจริงของชีวิตและธรรมชาติรวมถึงถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดไปถึงผู้ที่ล่วงลับ เช่นการทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศล การเขียนจดหมาย และการทำพินัยกรรมชีวิต เป็นต้น   

สามารถนำมาสู่การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมิติองค์รวม ในหอผู้ป่วยได้ดังนี้

1.    พัฒนาและจัดการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

2.    ให้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัวทั้งขณะอยู่รพ.จนกลับสู่บ้าน

3.    ให้คำปรึกษาทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัว

4.    ประสานความร่วมมือกับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรในทีมสุขภาพที่เกี่ยวข้องเพื่อการวางแผนและให้การดูแล ตลอดจนการประเมินผลการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบรัวที่มีปัญหาซับซ้อนหรือวิกฤตฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ

5.    ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยและครอบครัวในการเผชิญปัญหา ความรู้สึกไม่แน่นอน ความเศร้าโศก สูญเสีย และความรู้สึกหมดหนทางช่วยเหลือ

6.    ดำเนินการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่การปฎิบัติที่เป็นเลิศ โดย

·        พัฒนาผลลัพธ์ของการบริการที่มีคุณภาพและคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง

·        พัฒนานวัตกรรมและระบบการดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องในสถานพยาบาลและร่วมกับเครือข่ายในระดับปฐมภูมิ

การทำความเข้าใจและน้อมใจยอมรับความตายว่าเป็นความจริงของชีวิตอย่างกล้าหาญ ปรับทัศนคติในการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทเพื่อให้เราสามารถเผชิญความตายได้อย่างสงบ