ภาวะคลื่นสมองต่ำทำให้....การมองเห็น การตระหนักรู้ถึงเหตุการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราได้ตามที่เป็นจริง...

 

จากบันทึก อะไรคือแนวคิดเพร้าท์ (PROUT) ได้กล่าวถึง การพัฒนาปัจเจกบุคคล  ซึ่งประกอบด้วยสามส่วน คือ

 

1. การมีคุณธรรม จริยธรรม

2. การมีคลื่นสมองต่ำ 

3. การมีภาพพจน์ของตนเองในด้านบวก

 

ในบันทึกนี้จึงนำเรื่อง การมีคลื่นสมองต่ำ มาเล่าให้ฟัง เพื่อให้เห็นความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องมีคลื่นสมองต่ำ ได้ชัดเจนขึ้น

  

คลื่นสมองคืออะไร

สมองของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์สมองนับล้านๆ เซลล์ที่สร้างกระแสไฟฟ้าเล็กๆ ขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกันทำให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นสมอง โดยจะเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของจิตสำนึก

 

1. คลื่นเบต้า (Beta Wave)เป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นในสภาวะจิตสำนึกตื่นตัว มีความถี่ระหว่าง 13-40รอบต่อวินาที มีจังหวะที่ไม่แน่นอน ดังนั้นคลื่นเบต้าจึงเกิดจากจิตใจที่วุ่นวายสับสนของคนเรา

 

      2. คลื่นอัลฟา (Alpha Wave) เป็นคลื่นสมองที่เกิดในสภาพของจิตใจที่สงบและมีความตื่นตัวอยู่เสมอ มีความถี่ระหว่าง 8-13รอบต่อวินาที โดยคลื่นสมองนี้จะมีจังหวะที่แน่นอน มีขนาดใหญ่กว่าและมีพลังงานสูงกว่าคลื่นเบต้า ในสภาวะเช่นนี้จิตใจจะสงบและมีความสมดุล แต่มีความตื่นตัวพร้อมที่จะทำกิจการงานใดๆ สูง

  

3. คลื่นเตธต้า (Theta Wave) เป็นคลื่นสมองที่มีจังหวะช้าลงๆ และมีพลังงานสูงขึ้นๆ มีความถี่ประมาณ 4 รอบต่อวินาที โดยในขณะที่สมองส่งคลื่นเตธต้า คนเราจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากตัวเอง และเกิดความปิติสุขอย่างท่วมท้น

 4. คลื่นเดลต้า (Delta Wave)มีความถี่ประมาณ 1 รอบต่อวินาที ในขณะนี้พลังงานจะเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกับความปิติสุขจะเกิดขึ้นอย่างท่วมท้น จนในที่สุดคลื่นสมองของเราดูเหมือนกับว่าหยุดนิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลดูเหมือนหยุดการเคลื่อนไหว เช่นเดียวกับจิตใจของเราดูเหมือนจะหยุดการทำงานอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกแบ่งแยกว่าตัวฉันหรือพวกฉันจากสรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลไม่มีเหลืออยู่ต่อไปอีกแล้ว

    

        5. คลื่นคอสมิค (Cosmic Wave) หรือคลื่นของจักรวาล เป็นคลื่นสมองที่สั่นช้าแต่ละเอียดอ่อน มีพลังงานสูงขึ้นจนรวมตัวกันเข้ากับคลื่นของจักรวาลที่มีพลังงานมหาศาลที่สุด

        

 ทำไมต้องมีคลื่นสมองต่ำ?

      การทำให้คลื่นสมองต่ำ คือการทำให้คลื่นสมองเป็นคลื่นอัลฟา มีความถี่ 8 – 13 รอบต่อวินาที  ซึ่งเป็นภาวะที่จิตใจจะสงบ เยือกเย็น เกิดความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ และช่วยยังให้มีอารมณ์ดี ร่าเริง เบิกบาน มีความคิดสร้างสรรค์สูง มีภูมิคุ้มกันในร่างกายสูง มีจินตภาพ ความจำดี มีการผ่อนคลายสูง มีสมาธิสูง และมีพลังความคิดด้านบวกสูง นอกจากนี้ยังพบว่า ภาวะคลื่นสมองต่ำนี้มักพบในนักบวช พระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรม ผู้ที่กำลังมีความสุข ผู้ที่กำลังสวดมนตร์ ผู้ที่ปิติจากอารมณ์ต่าง ๆ รวมทั้งผู้ที่มีธรรมชาติเป็นคนมีอารมณ์เยือกเย็น

 ทำอย่างไรจึงจะมีคลื่นสมองต่ำ?

   กิจกรรมที่ทำให้คลื่นสมองต่ำ มีหลากหลายกิจกรรม ดังนี้

            1. การฟังดนตรีปรับคลื่นสมองต่ำ  โดยการฟังเพลงหรือดนตรีที่มีท่วงทำนองซึ่งส่งผลต่อคลื่นสมองให้ต่ำลง (หรือที่เรียกว่า Celestial Kiirtan)  ท่าน P.R Sarkar ได้ประพันธ์ท่วงทำนองเพลงที่ได้ทำการทดสอบและยอมรับแล้วว่าสามารถปรับให้คลื่นสมองต่ำลงได้จริง  โดยปัจุบันมีมากกว่า 8,500 ท่วงทำนอง  โดยใส่เนื้อเพลง 6 คำ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต ว่า Babanam Kevalam  แปลว่า Love is everywhere  นั่นคือ ความรักความเมตตามีอยู่ทั่วไปในโลก

 

2. โยคะ วิธีการปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจตามแนวนีโอฮิวแมนนิสนี้ มีพื้นฐานอยู่บนหลักของโยคะศาสตร์ (โยคะ แปลว่า UNION หรือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) ที่มีมาแต่โบราณ กระบวนการฝึกโยคะเป็นกระบวนการพัฒนาร่างกายและจิตใจ  โดยเฉพาะท่านอนตาย  ซึ่งเป็นท่าการฝึกผ่อนคลายอย่างลึกล้ำ เริ่มจากการเปิดเพลงคลาสสิกเบาๆ ให้จิตใจผ่อนคลาย แล้วนอนลงในท่านอนตายของโยคะ ท่านี้จะทำให้ผู้นอนมีการผ่อนคลายสูงที่สุด

 

3. สมาธิ กระบวนการปฏิบัติทางจิตใจเพื่อที่จะรู้สึกได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกสรรพสิ่งในจักรวาลนี้เรียกว่า Proto-Psycho-Spiritual  ระหว่างการทำสมาธิควรหลับตา หายใจลึก ๆ ช้า ๆ และผ่อนคลายทุกส่วนในร่างกาย

 

4. การอยู่ท่ามกลางหรือใกล้ชิดธรรมชาติ  ซึ่งอาจเป็นธรรมชาติจริง ๆ อาทิ ต้นไม้ พืชพันธุ์ ทะเล น้ำตก ภูเขา หรือใช้การจินตนาการว่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน

      

 

 

      การรักษาคลื่นสมองของเราให้เป็นคลื่นสมองที่ต่ำนั้น จึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนักและใส่ใจ  เนื่องจาก ภาวะคลื่นสมองต่ำ” มีผลดีมากมาย ทำให้จิตใจจะสงบ เยือกเย็น เกิดความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ และช่วยยังให้มีอารมณ์ดี ร่าเริง เบิกบาน มีความคิดสร้างสรรค์สูง มีภูมิคุ้มกันในร่างกายสูง มีจินตภาพ ความจำดี มีการผ่อนคลายสูง มีสมาธิสูง และมีพลังความคิดด้านบวกสูง และที่สำคัญคือการมองเห็น ตระหนักรู้ถึงเหตุการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราได้ตามที่เป็นจริง...ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข แบ่งปันความรัก ความเมตตา ความปรารถนาดี เอื้อเฟื้อ อาทรต่อคนอื่นและสังคมโลก

 

โลกคงงดงาม น่าอยู่มากขึ้น...ถ้าเราสามารถรักษาให้คลื่นสมองต่ำได้อย่างต่อเนื่อง....จริงไหมคะ?

* อ่านประวัติ P.R.Sarkar ได้ที่นี่

* ตัวอย่างทำนองดนตรีปรับคลื่นสมองต่ำ ฟังที่นี่

* ศึกษาเรื่องแนวคิดเพร้าท์ (Prout) ได้ที่นี่

อ้างอิง

วิถีแห่งพุทธะ : วิถีชีวิตแห่งความสุข.  เกียรติวรรณ อมาตยกุล พิมพ์ครั้งที่ 6 ,2542 

อัตตะสิกขา  ศาสตร์แห่งการรู้จักตัวเอง. เกียรติวรรณ อมาตยกุล พิมพ์ครั้งที่ 7 ,2542

http://www.thehigheryoga.com/koushiki-and-yoga-dance.htm

http://www.imeem.com/ocima/music/Sb8HpTjz/unknown_celestial_kirtan

ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูลและข้อคิดเห็นจากกัลยาณมิตรเพื่อเป็นประโยชน์ให้กว้างขวางขึ้นค่ะ..^__^...

P
133. drgunman
เมื่อ ส. 03 ม.ค. 2552 @ 00:02
1051356 [ลบ]

อ่านแล้วดึครับ ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน

ชอบศึกษาและปฏิบัติ สะสมไปเรื่อยๆ

ขออนุญาติให้ความเห็นเพิ่มนิดหน่อยครับ

ถ้าโยงวิทยาศาสตร์กับพุทธเข้ากันได้สบายเพราะพุทธเป็นแขนงที่เป็นวิทยาศาสตร์โดยเนื้อแท้

1.คนส่วนมากเป็นคลื่นเบต้าจริงๆครับ สับสนวุ่นวายไปวันๆรับรู้แต่สิ่งภายนอก(external)

2.อัลฟาจะเป็นคลื่นที่เชื่อมระหว่างexternalกับinternal ดีครับควรฝึกให้เกิดมากๆจะทำให้เกิดความตื่นตัว(alert)ต่อโลกภายนอก(external)ด้วยและขณะเดียวกันก็มีความสงบภายในไปด้วย(internal)(พูดง่ายๆคือเป็นส่วนผสมของการรับรู้โลกภายนอกกับโลกภายใน หรือการรู้เท่าทันนั่นเอง)ข้อสังเกตคือคลื่นนี้มักเกิดกับการทำสมาธิรูปแบบเคลื่อนไหว หรือการเดินจงกรม

คลื่นนี้ใช้มากเมื่อจะทำวิปัสสนา

3.theta กับ delta เป็นwave ที่สมาธิดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆตามลำดับ

ตัดโลกภายนอกออก(external)จนเหลือแต่โลกภายใน(internal)

นิ่งว่างอยู่อย่างนั้น เป็นสมาธิแบบฌานฤาษี หรือพรหม ทำแล้วได้ สุขสงบ สบาย

ได้พละกำลัง แต่ไม่ได้ปัญญาทางธรรม

คลื่นนี้น่าจะเกิดมากเมื่อทำสมถะ หรือการนั่งสมาธิแบบทำจิตให้นิ่งนั่นเอง

การปฏิบัตฺภาวนา คือการหมั่นทำคลื่นอัลฟากับธีตาให้เกิดบ่อยๆเท่านั้น

ทำสลับกันไปขึ้นกับว่าตอนนั้นอยากได้กำลังหรือปัญญา(ทางธรรม)

ถ้าอยากได้กำลัง หรืออยากจะพัก ก็ไปทำสมถะ

ถ้าอยากได้ปัญญาก็ต้องขึ้นวิปัสสนาให้ได้

ปัญญาทางธรรมไม่ได้เกิดจากการอ่านแน่นอน

เพราะการอ่านต้องผ่านกระบวนการคิด

ปัญญาทางธรรมต้องได้จากการฝึกกระบวนการรู้สึก ..ไม่ใช่คิด

หุหุ การอ่านเวบมากๆ ต่อให้เป็นเรื่องดี ก็ยังเป็นเบตาเวฟครับ (เป็นห่วงแฟนๆ gotoknow)

แหมเม้นท์ซะยาวเหมือนเป็นบล็อกตัวเองเลย ต้องขอโทษด้วย

ขอเวลาไปทำคลื่นอัลฟากับธีตาเวฟก่อนนะครับ บาย