การศึกษาไทยตายแล้ว!!!
|
ปรับกระบวนทัศน์การศึกษาขั้นพื้นฐานเน้นวิจัยเชื่อมครู-ท้องถิ่น |
| การศึกษาไทยตายแล้ว!!! ประโยคนี้เคยบั่นทอนกำลังใจของทั้งครูและกลุ่มคนในแวดวงการศึกษาเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกเหนือจาก คำว่า การศึกษาไทยตายแล้ว ยังปรากฏถ้อยความในเชิงปรามาสตามมาอีกเป็นระยะๆ และนอกจากนั้นในสภาวะที่ครูทั่วประเทศกำลัง ลังเล ว่าจะ ไป หรือ ไม่ไป อยู่ในสังกัดของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ด้วยแล้ว ทั้งหมดทั้งมวลจึงทำให้ภาพของการศึกษาไทย โดยเฉพาะในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐานเริ่มที่จะอยู่ในสภาวะที่ ต้องกลับมา ทบทวน ประเด็นก็คือ จะต้องกลับมาทบทวนเรื่องอะไร....ในวงสัมมนา ฐานคิด ทิศทางสู่การปรับกระบวนการบริหาร และจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านเม็กดำ อำเภอ พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานภาค เมื่อไม่นานมานี้ แม้คำตอบของการหันกลับมาทบทวนจะยังไม่กระจ่างชัด เนื่องเพราะยังต้องมีการพูดคุยกันซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายครั้งหลายหน แต่อย่างไรก็ตาม การสนทนาใต้ร่มไม้ท่ามกลางลมร้อนก็ช่วยให้บรรดาครูบาอาจารย์ที่ เข้ามานั่งฟังในวันนั้นได้เห็นทิศทางของการก้าวเดิน และทิศทางการจัดการเรียนการสอนในอนาคตได้เป็นอย่างดี เป็นจังหวะเหมาะที่สุดที่เราจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุย ศักดิ์พงษ์ หอมหวล ผู้อำนวยการ (หมาดๆ ) โรงเรียนบ้านเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เปิดประเด็น และกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวาระที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานภาค ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ และเชื่อมั่นว่าครูระดับ ประถม จะสามารถขับเคลื่อนแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในชุดประเด็นการ ศึกษากับชุมชนได้ ด้วยการสนับสนุนให้เปิดศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นชุดการ ศึกษาโดยชุมชน เพราะฉะนั้นการเปิดวงสัมมนาในวันนี้ก็เพื่อให้เห็นทิศทางในการก ้าวเดิน และให้มองเห็นประเด็นในการวิจัยเป็นสิ่งสำคัญ อีกประการคือ การสัมมนาในวันนี้ เกิดขึ้นเพราะเครือข่ายพันธมิตรในแวดวงการศึกษาที่มีความตระหนั กและเห็นความสำคัญของหลักการจัดการศึกษาที่ชุมชนมีส่วนร่วมและเ หมาะสมกับสภาพท้องถิ่นและเห็นว่า ความรู้ไม่ได้มีเฉพาะในรั้วโรงเรียนจึงมีความเห็นร่วมกันว่าควร มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่จะนำไปสู่การปรับฐานคิดและทิศทางขอ งการบริหารและจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง วงสัมมนาประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านจากหลายภาคส่วน อาทิ ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญาพฤทธิ์, ครูบัวเรียน วาปีสา ครูภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน, ทองใบ ทองเปาด์ ทนายความแม็กไซไซ, สุรัตน์ ดวงชาทม ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมหาสารคาม เขต 2 ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ผอ.สกว. และนักวิชาการด้านการศึกษาในจังหวัดมหาสารคามอีกหลายท่านที่ได้ ร่วมกันเสนอแนวคิด ทางออกแก่บรรดาครูอาจารย์ที่มาร่วมฟังนับร้อยคน โดยเฉพาะจุด กระตุก ที่ปราชญ์ชาวบ้านอย่าง ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญาพฤทธิ์ ที่คนทั่วภาคอีสานต่างให้ความเคารพศรัทธา ได้วิเคราะห์ว่า เหตุผลที่ปัญหาการศึกษาไม่ถูกแก้ไขนั้น เพราะหลายฝ่ายต่างโยนภาระไปให้ครูเพียงฝ่ายเดียว ปัญหาที่คุยกันแล้วมันไม่ลงเอย และแก้ไม่ได้คือ เราโยนเรื่องของการศึกษาไปให้โรงเรียน ให้ครู ซึ่งมันไม่ถูกเสียทีเดียว...เราจะเห็นว่าเด็กชนบทรุ่นใหม่ให้มั นไปตักน้ำขุดดินเหมือนพ่อแม่สมัยก่อนนั้นมันเป็นไปไม่ได้แน่นอน พ่อแม่ต้องพัฒนาอาชีพขึ้นมารองรับลูก ก็แทนที่จะไปหาบน้ำ ก็เปิดสปริงเกอร์... กรณีนี้มีตัวอย่างที่ดีคือเด็กๆ ในหลายๆ พื้นที่เรียนเสร็จก็มาช่วยพ่อแม่ทำงาน มาช่วยกันพัฒนาอาชีพ พ่อแม่ก็ใช้ความรู้จากลูกๆ มาพัฒนาอาชีพต่อ พอมาทำด้วยกันมันก็เกิดการแลกเปลี่ยน มีการโยงความรู้กัน แต่เดี๋ยวนี้เวลาเราพูดถึงการศึกษาเราจะผ่ากันออกมา ครูต้องอย่างนั้น โรงเรียนต้องทำอย่างนี้ ชุมชนไปทาง เด็กก็ไปทาง โรงเรียนก็ไม่ชัด ชุมชนก็ไม่ชัด ยังดื้อตาใส ปัญหาของการศึกษาก็เลยแก้ไม่ได้ เกาไม่ถูกที่คัน ครูบาเสนอว่า ไหนๆ ครูก็ต้องรับภาระ ครูต้องไปตั้งโจทย์ว่า ทำอย่างไรลูกศิษย์จะเรียนอย่างมีความสุข มีชีวิตชีวา จะเอาความรู้ หรือเอาวิทยาการอะไรมาใส่ในวิชาเรียน ขณะเดียวกันก็ต้องคิดเพิ่มว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ตัวหนังสือมันกระโดดออกมาจากหน้ากระดาษ เรียนแบบมีชีวิตชีวา ครูก็มีความสุข ผู้บริหารก็มีความสุข เด็กก็มีความสุข ขณะเดียวกันถ้ามองว่าท้องถิ่นยังไม่พร้อม ครูก็ต้องคิดในเชิงรุก ครูต้องศึกษาการทำงานบนฐานของความไม่พร้อม ต้องลงมานั่งจับเข่าคุยกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เอาความทุกข์ยากของลูกหลาน ของผู้ปกครอง ที่ตกทุกข์อยู่กับการศึกษามาคุยกัน... ที่ผ่านมาเราไม่มีเจ้าภาพที่จะมาแบ่งทุกข์ทางการศึกษาของลูกหลา นคนอีสาน..แต่ตอนนี้เรามีแล้วคือ สกว. เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนโดยเฉพาะ ครู ท้องถิ่น และชุมชน ต้องมาพูดคุยกันให้มาก พูดคุยเพื่อให้เกิดแนวคิดที่จะนำไปเสนอต่อภาครัฐได้ว่าหากต้องก ารให้การศึกษาดีรัฐบาลต้องเข้ามาส่งเสริมอย่างไรบ้าง ตรงนี้ต้องมาคุยต้องมาหารือกัน ที่มันมีปัญหาเพราะคุณลอยแพการศึกษา คุณไม่จริงจังกับการศึกษา การเรียนการสอนมันถึงเป็นแบบนี้... ครูบาสุทธินันท์ สรุป ด้าน สุรัตน์ เดชาทม ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมหาสารคาม เขต 2 กล่าวว่า เป็นโอกาสทองที่ความคิด และภูมิปัญญาของชาวชนบทจะได้รับการสนับสนุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาช นอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องคิดใหม่ เราต้องคืนการศึกษากลับไปที่ชุมชน ให้การศึกษาเป็นของชุมชนอย่างแท้จริง และการจัดการศึกษานั้นจะต้องมุ่งเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง ทำให้คนคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น ถึงตรงนี้อาจต้องมาออกแบบใหม่ ต้องเอาความรู้ที่เป็นสากลมาใส่ให้คนท้องถิ่นมีโอกาสทัดเทียมกั บคนข้างนอก ขณะเดียวกัน ความรู้ที่เป็นไทย และความรู้ในส่วนวิจัยท้องถิ่นซึ่งเป็นของใหม่อาจต้องเอามาบรรจ ุเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้เด็กมีความรู้ ความสามารถ ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข เมื่อมีแนวคิด ประเด็นถัดมาคือเรื่องการ จัดการ ผอ.สุรัตน์ เสนอว่า ควรจะต้องใช้การจัดการที่เอาโรงเรียนเป็นฐาน ให้โรงเรียนเป็นอิสระ และมีอำนาจในการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมที่แท้จริง ต่อประเด็นเดี่ยวกัน รศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครให้ข้อคิดว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 8 บอกไว้ชัดว่าในการจัดการศึกษาให้ยึดหลัก ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และต้องสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้น ... ถ้าเราพูดว่าการบริหารจัดการศึกษาควรมีฐานคิดอย่างไร กระบวนการดังกล่าวมันจะนำไปสู่ทิศทางใดได้ ผมก็ให้ข้อสังเกตว่า เราต้องแยกออกเป็นประเด็นเพื่อตอบโจทย์...ประเด็นแรก คือฐานคิดและทิศทางที่จะเดินนั้นเราจะเอาแค่ไหน ประเด็นที่สอง คือหลักหรือแนวทางใหญ่ที่ต้องยึดถือในการจัดการศึกษา ควรจะมีขอบข่ายอย่างไร ประเด็นที่สาม บทบาทและกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มันน่าจะทำอย่างไร และประเด็นที่สี่ แล้วเราจะเคลื่อนกระบวนการโดยใช้การบริหารจัดการ ที่ดีเพื่อให้มันประสบความสำเร็จ น่าจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้ามองถึงทิศทางที่จะดำเนินไปมันขึ้นอยู่กับว่าเราต ั้งเป้าไว้แค่ไหน ถ้าคิดว่าให้การศึกษาระดับขั้นพื้นฐานแค่เพียงการพัฒนาศักดิ์ศร ีอาจจะต้องคิดต่อว่าทำอย่างไรให้เด็กมีคุณภาพ ทำอย่างไรให้เขามีคุณค่าต่อสังคม และเขาก็จะเป็นคนที่ไปมีศักดิ์ศรี ไปมีคุณภาพ ไปมีคุณค่าในสังคม และก็วกกลับมาสู่ท้องถิ่น พื้นที่ มันก็จะช่วยจรรโลงสังคม และพื้นที่ที่เขาสังกัด ทั้งหมดคือแนวคิด หรือบางครั้งอาจจะเป็นทางออกสำหรับการพัฒนารูปแบบ และการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อที่เป็น ไม้หนึ่ง ส่งต่อไปยังระดับการศึกษาอื่นๆ ที่จะนำไปต่อยอด ส่งเสริมให้ความรู้แก่เด็กๆ ในอนาคต |
| แหล่งที่มา : www.manager.co.th |
ถ้ามีอะไรที่ผมจะมีส่วนร่วมในการที่จะเป็นประโยชน์ให้กับทีมงานได้บ้าง ผมยินดีนะครับ
สวัสดียามเช้าค่ะ ขอบคุณคุณชยพรค่ะ ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นขุมทรัพย์ทางการศึกษาค่ะ
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ คุณยายคนสวย
ขอบคุณค่ะ หลานยายน่ารักกกกกก