พอจบแบบทดสอบที่ ๑ เราก็มาต่อแบบทดสอบที่สอง คราวนี้เป็นการใช้สมองซีกขวา ส่วนของความคิดสร้างสรรค์ สมองซีกนี้จะเป็น ART เคยฟังโน้ต อุดม พูดเรื่อง ART ในเดี่ยว ๗ บ้างไหม สุดยอด....(ยกตัวอย่างปลากะพง ๑ ตัว คนไทยเอามาทอดทำปลาราดพริก ขายตัวละ ๓๐๐ บาท ญี่ปุ่นเอามาแล่สดๆ ๔ ชิ้น ไม่ต้องปรุงอะไร ใส่จานกระเบื้อง จานใหญ่ มีผักประดับบนจาน มีหัวไชเท้าฝอยๆ ผักชี แครอทให้มีสีสัน ขายจานละ ๑,๒๐๐ บาท Art ไหมครับ เพราะ ART นี่แหละที่ทำให้มันแพง...อิอิ) เรามาต่อที่บทเรียนคำสั่งมีว่า “ให้คุณลองคิดว่า ไม้แขวนเสื้อใช้ทำอะไรได้บ้างนอกจากแขวนเสื้อผ้า เขียนสั้นๆไม่ต้องอธิบาย พยายามนึกให้ได้หลากหลายที่สุด ใน ๓ นาที
คราวนี้คำถามไม่สับสน แต่คิดไม่ค่อยออก อิอิ (ไม่มีข้อแก้ตัว) ผมตอบว่า ใช้ทำที่เขี่ยสิ่งของตกอยู่ในซอก,คล้องประตู,มัดต้นไม้,ไล่แมว,เกาหลัง,เหล็กแหลม,สะกิดสาว,ทำของเล่น,แกนของหมุนๆ,วงเวียน,ไม้บรรทัด,อา..ใช้คนไข่....อิอิ (พอดีจะทำไข่เจียว หาที่คนไม่ได้ก็เลยเอาไม้แขวนผ้าคน อ๊ะ..ใช้ได้...).ได้ตั้ง ๑๒ แน่ะ พออาจารย์อิ้งเฉลย กลับบอกว่าค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ ๓๓ ฮ่าๆ น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานตั้งเยอะ คราวนี้พี่อิ้ง ไม่ถามผมแล้ว คงประมาณการได้ว่าไอ้นี่ ท่าดีทีเหลว ฮา.....
แล้ว อาจารย์อิ้งก็บรรยายต่อ ในเรื่อง “แผนที่ความคิด” MIND MAP คือเครื่องมือในการจัดระบบความคิดที่มีประสิทธิภาพสูงและเรียบง่ายที่สุด นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกหลายๆท่านใช้ MIND MAP เช่น ไอสไตน์,คุณหมอประเวศ วะสี เป็นต้น
ลักษณะของ MIND MAP ก็เหมือนแผนที่ของเมือง ที่มีถนนสายหลัก สายรอง วิ่งออกมาจากในเมือง เหมือนกับความคิดหลักกับความคิดรองลดหลั่นกันลงมาและโยงใยต่อไปเรื่อย อาจจะมีรูปภาพหรือสัญญลักษณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ เป็นพิเศษก็ได้ เพราะการทำ MIND MAP นี้จะช่วยให้เกิดการจดจำที่ดี และนำทางวิธีคิดและปฏิบัติอย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ
การทำ MIND MAP จะทำให้เห็นภาพรวมและกว้าง มีหัวข้อใหญ่ มีขอบเขตของเรื่อง ทำให้สามารถวางแผนเส้นทาง ตัดสินใจอย่างมีสติ รู้ว่าอยู่ที่ตำแหน่งใด จะไปที่ไหน ผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งยังเป็นการเอาข้อมูลที่มีมากมายมาลงกระดาษแผ่นเดียว การทำอย่างนี้จะกระตุ้นให้เกิดการคิดแก้ปัญหาเปิดโอกาสให้มีทางเลือกใหม่ๆ อ่านง่าย จำง่าย ปลดปล่อยความคิดและจินตนาการให้โลดแล่นได้มากที่สุด ประหยัดเวลา จัดระเบียบความคิดคน ใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน
พอเรารู้ว่า MIND MAP มีประโยชน์อย่างไร คราวนี้ก็มาถึงการเขียน MIND MAP อาจารย์ติ้งก็บอกแนวทางการเขียนไว้ ๗ ขั้นตอน คือ
๑.ให้เริ่มต้นจากกลางกระดาษ
๒.ใช้รูปภาพและสัญญลักษณ์แทนหัวข้อใหญ่ เป็นแก่นแกน ให้มีสีสัน และไม่ควรล้อมกรอบ
๓.ใช้สีที่โดนใจ เร้าอารมณ์
๔.เชื่อมโยงกิ่งแก้ว (ประเด็นสำคัญ) เข้ากับแก่นแกน ให้เหมือนแตกแขนงจากแก่นแกน เชื่อมกิ่งก้อยเข้ากับกิ่งแก้ว(ประเด็นรอง) ใช้สีเดียวกับกิ่งแก้ว
๕.วาดกิ่งแก้วเป็นเส้นโค้งเหมือนกับกิ่งไม้ รากไม้ ส่วนกิ่งก้อยก็เขียนให้โค้งลื่นไหลเป็นธรรมชาติ อย่าเขียนเป็นเส้นตรง
๖.ใช้คำมูลเพียงสั้นๆสะท้อนประเด็นบนกิ่งเดียว
๗.ใช้รูปภาพประกอบให้มากกว่าคำ
เริ่มต้นก็ให้เราเขียน MIND MAP เกี่ยวกับตัวเราเอง ก็สนุกดี จากนั้นก็เป็นงานกลุ่มโดยเอากลุ่มที่เราจะไปลงพื้นที่ที่ระยองมาหัดลองการทำงานร่วมกันโดยเขียน MIND MAP ชื่อ “แห่งความขัดแย้งอันงดงาม” อันเป็นผลงานของ ดร.โสรีย์ โพธิแก้ว
บทความนี้ ยาว ๒ หน้ากว่าๆ เอามาให้เราเขียนกัน ผมมีหน้าที่เป็นเลขากลุ่ม ต้องเขียนภาพตามที่เพื่อนร่วมกลุ่มบอก ซึ่งเขียนแล้วผมว่าถูกมั่งไม่ถูกมั่ง ว่ากันตามเสียงส่วนใหญ่ อิอิ ผมกลับมาถึงภูเก็ต บังเอิญไปได้โปรแกรม MINDMAP 5.4 PRO มา ก็เลยเอามาลองทำเรื่องนี้ดู แล้วก็ออกมาเป็นอย่างนี้แหละครับ ถูกผิดไม่ทราบ ช่วยกันเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ โหลดไปดูชัดๆที่นี่ครับ
การให้ทำmind map เหมือนกับจะบอกกับพวกเราว่า เห็นไหมทั้งหมดทั้งปวงนี่ข้อมูลเยอะเกือบสามหน้าแต่มาย่อสรุปให้เหลือกระดาษแผ่นเดียว อ้อ..ไม่ต้องเกรงใจว่าผมจะอย่างโน้นอย่างนี้ ผมรับฟังความจริงได้ครับ ถ้า MIND MAP ผมผิดก็บอกได้ตรงๆเลยครับว่าท่านเห็นว่าผิดเพราะอะไร เราจะได้มีการแลกเปลี่ยนกันครับ อ้อ..กลุ่มของผมมีสาวๆอยู่ ๒ สาว เลยตั้งชื่อกลุ่มว่า “สองสาวสวย” อิอิ
แต่กลุ่มที่อาจารย์ชมมากคือกลุ่ม “ข้าฯมากับพระ” ไม่บอกก็รู้ว่ามากับหลวงพี่ติ๊ก..อิอิ มีการนำเสนอแฝงธรรมะเข้ามาด้วย คนนำเสนอคือพี่อั้ม หรือคุณอมรา เจ้าแม่แตงโม เห็นยิ้มๆ เงียบๆ แต่นำเสนอได้สุดยอด คล่องมาก น่าชื่นชม.....

เป็นการเรียนที่สนุก แถมบรรยากาศการเรียนที่เอาผู้เรียนขึ้นไปผลัดเปลี่ยนกันสอน มันจะช่วยให้ความสนใจมีมากขึ้น ยิ่งได้วิทยากรเก่งๆก็ยิ่งมัน บันทึกต่อไปจะเล่าให้ฟังการเรียนกับพี่แจ๋ หรืออาจารย์จิราพร บุนนาค ซึ่งเป็นวิทยากรที่ผมบันทึกข้อมูลได้มากที่สุดเท่าที่ฟังบรรยายมา..และพี่แจ๋ก็เล่นเชิญคุณพิภพ ธงไชย ขึ้นบนเวทีบรรยายด้วย เสียดายที่วันที่เรียนฝ่ายรัฐบาลติดธุระไม่ได้มาร่วมด้วย ไม่งั้นมันส์สะแด่ว..แน่ๆ...อิอิ
สวัสดีครับพี่อัยการชาวเกาะ
ในห้องเรียนมีทั้งฝ่านค้านและรัฐบาล เราก็มีโอกาสได้เห็นการประลองปัญญาที่ผมไม่ต้องไปชมไหนไกลเลย เพียงแค่เป็นนักเรียนหลังห้อง แอบเรียนตามพี่ๆทุกท่านครับ
ลุงเอกไปอเมริกา ยังส่งการบ้านมากระตุ้นตลอดเวลา อีกทั้ง SMS ที่ส่งมาเตือนการตั้งกลุ่มอีกนั้น...ลุงเอกได้ใช้พลังมากเหลือเกิน ขอให้กำลังใจลุงเอกไปยังอเมริกา ผ่านบันทึกนี้ด้วยครับ
สำหรับพี่อัยการ...ช่วงที่ผมไม่ได้อยู่ที่สถาบันฯ เห็นบรรยากาศแล้ว อดเสียดายไม่ได้ครับ แต่ที่ดีที่สุดก็คือ ได้ติดตามผ่านทางบันทึกนี้
โอกาสหน้า กระผมแอบเรียนหลังห้องอีก ผมจะเขียนบันทึกช่วยพี่อัยการอีกแรงนะครับ
เรื่องไปดูงานที่ภาคตะวันออกนั้น กำลังเร่งมืออย่างหนักครับ คาดว่า แถวระยอง ชลบุรี ไปนอนแช่น้ำทะเลให้ผิวออกแทนซะหน่อย ไปชิมอาหารทะเลเพิ่มคอเลสเตอรอลในเลือดพอให้ตื่นเต้น และค่อยออกกำลังกายพุงตามหาด ดูวิวทั้งคนทั้งทะเล
...
เขียนเท่านี้ก่อนครับ ก่อนที่กระผมจะพร่ำไปเรื่อย ประสาหนุ่มขี้โม้ ใจจริงอยากมาเขียนให้กำลังใจพี่อัยการครับ...พร้อมกันนั้นขออนุญาตโหลด mind mapเวอร์ชั่นนี้ไปทดลองใช้ดูครับ ..
ขอบพระคุณมากครับ
ใครที่เห็นลุงเอกทำงานแล้วต้องซูฮกเลยครับ ขนาดผมทำโน่นทำนี่เขียนบันทึกมั่ง ตรวจอุทธรณ์ฎีกามั่ง ว่าเยอะแล้วนะ ผมยังเหนื่อยใจแทนลุงเอกเลยครับ
ดีครับถ้าน้องเอกได้ช่วยบันทึกด้วย เพราะบางท่านบรรยายบันทึกไม่ทันครับ แต่ต่อให้เก่งอย่างไรฟังพี่อิ้งบรรยายแล้วรับรอง มือค้าง..555 ผมถามพวกที่เปิดโน้ตบุ๊คจดคำบรรยาย พอถามว่าจดทันไหน ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า...555...
กำลังเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับเมืองอุตสาหกรรมยั่งยืนอยู่ครับ
mind map ที่ผมเอามาเวอร์ชั่น 5 เมื่อกี้แป๊ดโทร.มาบอกว่าเขามีถึงเวอร์ชั่น 7 แล้วและจะส่งไปให้ครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ ลุงอัยการ
อิอิ มารับความรู้กับลุงอัยการคนเก่ง คิดถึงลุง กอดดดดดดดดดดดด รักลุงเด้อจ้า รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ *----->น้องจิ ^_^
หาก File - mind map ขนาดใหญ่ ผมมารับเอาที่ สถาบันพระปกเกล้าได้นะครับ (ในช่วงที่พี่มาเรียน)
ลุงเอกต้องรีบทำการบ้านพร้อมกระตุ้น นศ.ให้เกิดไฟแห่งการเรียนรู้ อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ครับ
เด็กๆที่ทำงานก็ช่วยกันเต็มที่แม้มีคนน้อย ลุงเอกทำหน้าที่ Coaching เอาให้ดีให้ได้ อย๊ากอยากเขียนบล็อก แต่ไม่มีเวลาเลยครับ
ตอนนี้อยู่ที่วอชิงตัน ดีซี กลับไป 20 ลงไปยะลาอีก 3 วัน
มันจริงๆชีวิต คนมีกรรมก็อย่างนี้
ลุงเอก
ครับ
กรรมที่ว่านี่กรรมดีใช่มั้ยครับ เอาเป็นว่าผมมาได้ร่วมกรรมด้วย
เจอกันที่ ใต้ครับผม
จริงๆผมรอชมภาพ ห้องสมุดที่ วอชิงตัน ดีซี อยู่นะครับ กล้องถ่ายรูปดิจิตัลของลุงต้องมือนิ่งๆ เวลาจะถ่ายภาพต้องกลั้นหายใจนิดหน่อยนะครับ ภาพจะนิ่งสวย แต่อย่ากลั้นนานจะเป็นลมเอาครับ :)
สวัสดีครับ
เรื่องแผนที่ความคิด มีข้อสังเกตุว่า แม้จะเป็นเครื่องมือที่ดี แต่น่าจะเหมาะกับคนที่มีฐานการศึกษาที่เป็นระบบอยู่แล้ว
ที่ผมคิดต่อไปก็คือ การจะนำเอามาใช้กับคนไทยทั่วไปอย่างไร
คนไทยทั่วไปไม่นิยมทำแผนที่ความคิดแบบนี้
ดังนั้นจึงต้องหาวิธีหรือรูปแบบสำหรับคนทั่วไปที่จะใช้เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ในระดับชาวบ้าน
เป้นการคิดดังๆ ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีหลานจิ
เป็นไงบ้าง รู้สึกว่าจะเริ่มปรับตัวได้แล้วใช่ไหม อิอิ
เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันแล้ว คราวหน้าถ้ามีเวลาลุงเอกบอกว่าจะพาไปเยี่ยมหลานจิกัน เพราะรู้สึกว่าคราวหน้าที่มานอนกลิ้งกันที่กทม.ห้องลุงกับห้องพ่อครู มีป้าหมอเจ๊ก็ไปอบรมช่วงนั้น น้าหนิง ก็จะไป เดี๋ยวต้องเช็คข่าวอีกทีนะ
คิดถึงเช่นกัน กอดดดดดดด
รอแผ่นจากน้องแป๊ดเป็นเวอร์ชั่น ๗ แล้วจะเอาไปฝากครับ
ลุงเอกครับ
ตอนนี้มีประกาศจากแกนนำขบวนการใต้ดินภาคใต้ แต่เป็นกลุ่มไหนก็ไม่มีใครทราบแถลงหยุดยิงตั้งแต่วันที่ ๑๔ ก.ค.เป็นต้นไป แต่น่าแปลกว่ามีการเจรจากับรัฐบาลหรือไม่ ถ้าเจรจากับรัฐบาลทำไมรัฐบาลไม่แถลง แสดงว่าไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล อิอิ ตอนนี้ยังวิเคราะห์ให้ชัดเจนไม่ได้ แต่ข่าวนี้ทำให้คนไทยสบายใจขึ้นเยอะเลยครับ....
ท่านอัครราชฑูตครับ
ผมเห็นเวลาวิทยากรไปอบรมตามหมู่บ้านต่างๆเดี๋ยวนี้ก็นิยมเอา mind map ให้ชาวบ้านทำเหมือนกันครับ แต่ส่วนใหญ่มักจะมีวิทยากรเป็นตัวช่วย(เขียนให้) โดยมีชาวบ้านเป็นคนคิดว่ามันเป็นอย่างโน้น มันเป็นอย่างนี้ มันจะไปที่ไหนได้ต่อ อะไรทำนองนี้ครับ แม้มันจะไม่ได้ตามที่หวัง 100 % แต่ความคิดของชาวบ้านบางทีทำเอาวิทยากรทึ่งไปเลยก็มีครับ เหมือนกับที่ว่าอเมริกันส่งนักบินอวกาศขึ้นไปในอวกาศและมีปากกาไปด้วย แต่ในชั้นบรรยากาศปากกาเขียนไม่ออก อเมริกันต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวิจัยเพื่อทำปากกาให้เขียนได้ในชั้บรรยากาศ นับแสนเหรียญ แต่รัสเซียแก้ปัญหาโดยให้นักบินอวกาศใช้ดินสอ...:)
ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
สวัสดีค่ะ
ขออนุญาตเพิ่มเติมหน้าที่ของไม้แขวนเสื้อให้อีกข้อค่ะ เอาไว้ตีลูกค่ะ อิอิ (จะโดนข้อหาใช้ความรุนแรงในครอบครัวมั๊ยล่ะเนี่ย)
เห็นด้วยเรื่อง mind map ค่ะว่ามีประโยชน์มากในการจัดกลุ่มความคิดที่กระจัดกระจายค่ะ การจำเป็นภาพก็ง่ายกว่าจำเป็นตัวอักษรทีละมากๆ เราสามารถสร้างวิธีการคิดแบบนี้อย่างง่ายๆ กับเด็กเล็กๆ ได้ค่ะ อ้อยได้ลองใช้กับลูกตัวเอง 7 ขวบ เช่น การทำแผนที่ง่ายๆ เกี่ยวกับตารางเรียน การทำกิจกรรม ในหนึ่งสัปดาห์ ว่าหนึ่งวัน เรียนอะไรแล้วก็ย่อยๆ ออกไปเป็นกิ่งเล็กๆ ใช้มือนี่แหละค่ะ ใช้สีหลายๆ สี แยกความต่าง วาดแปะไว้ฝาบ้าน ซึ่งอาจไม่ลึกซึ้งเท่าเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ก็ฝึกการจัดกลุ่มความคิดให้ได้ แล้วต่อไปเด็กก็จะแยกองค์ประกอบ หรือคิดต่อยอดได้เองว่า ในแต่ละหัวข้อหลัก เรื่องย่อยใด อยู่ตรงกลุ่มไหน อันนี้ ต่อไปน่าจะช่วยได้เมื่อเขาโตขึ้น
ข้อเสนอนี้ อาจช่วยเสริมข้อคิดเห็นของท่าน อท.พลเดช ได้นะคะ และสมัยที่เคยสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย เราได้สอนเรื่องเครื่องมือนี้ให้กับนิสิตปี 1 ทุกคนค่ะ ในวิชาทักษะพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ เราแทรกเข้าไปในเรื่องทักษะการคิด เป็นต้นค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ท่านอัยการ
คุณ อ้อย ครับ
สวัสดีครับ สบายดีนะครับชีวิตในต่างแดน
สิ่งที่ผมคิดเรื่อง Mind Map ก็คือ ที่บอกว่าคนไทยทั่วไปอาจไม่นิยมทำแผนผังเป็นระบบมากนัก
ก็เลยคิดเล่นๆ ว่าอะไรที่ง่ายกว่านั้น เช่นที่คุณอ้อยพูดถึงแผนที่ง่ายๆ สำหรับเด็ก เห็นด้วยครับเพราะก็ได้ใช้กับลูกๆ เช่นกันซึ่งได้ผลดี
แต่ที่ผมกำลังคิดเล่นๆ ในใจ เป็นการคิดดังๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกันนะครับ หากจะใช้เป็นต้นไม้แทนจะได้ไหม
Mind Map ออกไปทางแนวนอนทั้งข้างและบนล่าง
หากจะใช้เป็นต้นไม้ ขึ้นไปในแนวสูง จะได้ไหม โดยเอาโคนต้นที่พื้นดินเป็นฐานของเรื่อง แตกแขนงขึ้นไปสูง เป็นกิ่งใหญ่และกิ่งเล็ก ก็จะได้ภาพแผนผังความคิดที่สวยงามน่าดูเช่นกันครับ
ผมเพียงคิดว่า Mind Map เป็นเหมือนของนำเข้า (จากนอก) หากหาอะไรที่คนไทยทั่วไปคุ้นเคย เป็นไทยๆ แต่ได้โครงสร้างแบบและผลแบบเดียวกันก็น่าจะดีเพราะอะไรก็ตามที่คิดว่าดี แต่คนไม่นำไปใช้เลย ก็ถือว่าไม่มีประโยชน์ครับ
โครงสร้างต้นไม้แบบนี้ใช้กันมากในการแสดงสายของครอบครัวและบรรพบุรุษ
ก็เพียงลองคิดดังๆ ดูนะครับ
สวัสดีค่ะท่าน อท.พลเดช
ขออนุญาตท่านอัยการชาวเกาะอาศัยบล๊อคท่านตอบท่าน อท.นะคะ
ชีวิตที่นี่สบายดีค่ะ ขอบพระคุณนะคะ ท่าน อท.สบายดีเช่นกันนะคะ อ้อยคิดว่าเคยรบกวนขอข้อมูลจากท่าน อท.สมัยที่ท่านประจำอยู่ใน กต.นะคะ หวังว่าท่านอาจพอนึกถึง จนท.กมต.สลน.ของทำเนียบฯ ได้บ้างนะคะ (ชอบรบกวนข้อมูลเพื่อทำ talking point ประจำเวลามี แขกมาพบผู้ใหญ่น่ะค่ะ)และก็ได้รับความกรุณาจากทางท่านเสมอ
เรื่องแผนผังความคิด เห็นเช่นเดียวกับที่ท่านว่าไว้ ทั้งนี้ คงสุดแล้วแต่ความสะดวก และความเหมาะสมกับเรื่องที่เราจะ map ไม่ว่าจะเป็น แผนภูมิต้นไม้ แผนภูมิก้างปลา หรือ mind map น่าส่งเสริมให้นำมาใช้ทั้งนั้นค่ะ
ท่านอัยการคะ แฟนคลับรอตอนต่อไปแล้วค่ะ อิอิ ตอนนี้ ต้องเปิดอ่านบล็อคท่านก่อนอ่านข่าวเช้าประเทศไทยเลยนะคะเนี่ย บันทึกเยี่ยมจริงๆ ค่ะ
link เพื่อดาวน์โหลด Mind Manager 7 ให้ทางอีเมลล์ด้วยแล้ว ได้รับไหมคะ อาจเป็นอีกทางที่จะได้ใช้ไวขึ้น โดยไม่ต้องรอแผ่น หรือส่งต่อคนอื่นได้นะคะ
เคยมีนักศึกษามีความเห็นน่าสนใจเกี่ยวกับโปรแกรมนี้
ลองอ่านไหมคะ
http://learners.in.th/blog/notes-of-archanwell-on-private-international-law/83282
สวัสดีครับพี่หมอเจ๊
ยังเป็นนักเรียนที่ดีตามมาอ่านทุกตอน อิอิ
ขอบคุณครับ
อ.อ้อย ครับ ฮ่าๆๆ
ลืมไม้แขวนที่ถูกแม่เอามาหวดก้นได้ไง อิอิ
การทำ mind map น่าจะสอนให้เด็กทำทุกคนนะครับ ในแง่ของการเรียนก็น่าจะได้ผลดีหากเขาใช้ mind map สรุปย่อวิชาที่เขาเรียนมา
เห็นด้วยที่สอนให้ลูกและนศ.ได้เรียนรู้การเขียน mind map
ขอนำแนวคิดนี้ไปนำเสนอให้นักเรียนโรงเรียนสตรีภูเก็ตได้ฝึกเขียนกันทุกคนเพราะจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง
ขอบคุณครับ
สวัสดีมณีแดง
การทำ mind map ผมว่าต้องหัดทำบ่อยๆ แล้วจะเข้าใจ concept ของมัน เห็นอะไรจะนึกเป็น mind map ได้เลย อย่างนั้นถือว่าบรรลุธรรม อิอิ
สบายดีนะครับ