โรคอ้วน
สมัยนี้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลาย หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นโดยเฉพาะโรคอ้วน เนื่องจากโรคอ้วนเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ มากมาย นอกจากนี้โรคอ้วนยังทำให้เกิดความไม่คล่องตัว รูปร่างไม่สวยงาม หาเสื้อผ้าใส่ยาก โดนล้อจนทำให้ขาดความมั่นใจ ในสมัยก่อนผู้คนมักจะมีความคิดในการลดความอ้วนแบบผิดๆ เช่น การใช้ยา การฉีดยา การฝังเข็ม ฯลฯ เพราะค่านิยม การถูกชักจูงและโฆษณาชวนเชื่อ แต่การลดความอ้วนแบบนี้จะไม่ถาวร แต่กลับจะทำให้อ้วนมากขึ้น
ในปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาสนใจการรักษาโดยวิธีอื่น ๆ เช่น การรับประทานอาหารชีวจิต การฝึกโยคะ การรับประทานอาหารมังสวิรัต และการรับประทานอาหารเสริม
โรคอ้วนคืออะไร
โรคอ้วนเป็นโรคที่เกิดจากการมีไขมันในร่างกายมากกว่าปกติ ซึ่งไขมันส่วนเกินเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยผู้ชายส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ที่พุงทำให้อ้วนลงพุง ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่จะอ้วนทั้งตัว
สาเหตุของโรคอ้วนอาจเกิดได้ดังนี้
1. อาหาร รับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป จะทำให้ไขมันส่วนเกินไปสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
2. กรรมพันธุ์ โรคอ้วนอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย
โรคอ้วนมีผลร้ายต่อสุขภาพ
คนที่เป็นโรคอ้วนจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย และมีอัตราการตายสูงกว่าคนปกติ เพราะโรคอ้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย เช่น โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคไขข้อ และโรคมะเร็ง
การป้องกันโรคอ้วน
1. เลิกนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น
- การกินจุบจิบ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานมากกว่าปกติ เช่น ช็อคโกแลต , ฝอยทอง , ทองหยิบ และทองหยอด
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ เช่น เบียร์ ไวน์ และเหล้า
2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินของร่างกาย ทำให้ไม่มีการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย
3. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผักและผลไม้ เนื่องจากผักและผลไม้มีใยอาหารช่วยให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติ แต่ผลไม้บางชนิดก็ไม่ควรรับประทานมาก เช่น ทุเรียน ละมุด และมะม่วงสุก
การบำบัดโรคอ้วน
เมื่อเป็นโรคอ้วนแล้วเราสามารถที่จะบำบัดได้โดยใช้หลักปฏิบัติดังนี้
- การควบคุมอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ในทางปฏิบัติต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมากเกินไป เช่น หมูสามชั้น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู แกงกะทิ อาหารประเภททอด เพราะอาหารเหล่านี้เป็นสารที่ให้พลังงานสูงเกินไป ดังนั้นควรหันมาบริโภคอาหารอย่างอื่นทดแทน เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ซึ่งมีไขมันน้อยกว่าเนื้อหมู
- ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและขนมหวาน
- รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ นอกจากจะให้วิตามินและเกลือแร่แล้ว ยังมีใยอาหารซึ่งทำให้ท้องไม่ผูก
- ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกาย
- ห้ามอดมื้อกินมื้อ เพราะการอดอาหารอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร คือ การเพิ่มการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทั้งในเวลาทำงาน และเวลาว่างร่วมกับการออกกำลังกาย ตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกาย
ดังนั้น การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก ฉะนั้น การรับประทานยาร่วมกับการควบคุมอาหาร และเพิ่มการออกกำลังกาย จะทำให้การควบคุม น้ำหนักได้ผลดี แต่การลดน้ำหนักจะต้องมีกำลังใจ แรงจูงใจ จึงจะสามารถกระทำได้อย่างต่อเนื่อง
อ่านแล้วได้รับความรู้มากเลย
อ่านแล้วตระหนักในตัวเองมากขึ้น ขอความรู้อย่างนี้อีกครับ