การบังคับใช้กฎหมาย: พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กับบทบาทของผู้ให้บริการ
ฐานความผิดและบทลงโทษสำหรับการกระทำโดยมิชอบเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีอยู่หลายมาตราด้วยกัน ได้แก่
มาตราที่ 5 การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์
มาตราที่ 6 การล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึง
มาตราที่ 7 การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์
มาตราที่ 8 การดักข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
มาตราที่ 9 การรบกวนข้อมูลคอมพิวเตอร์
มาตราที่ 10 การรบกวนระบบคอมพิวเตอร์
มาตราที่ 11 สแปมเมล์ (Spam Mail)
มาตราที่ 12 การกระทำความผิดต่อความมั่นคง
มาตราที่ 13 การจำหน่าย/เผยแพร่ชุดคำสั่งเพื่อใช้กระทำความผิด
มาตราที่ 14 การปลอมแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์/เผยแพร่เนื้อหาอันไม่
เหมาะสม
มาตราที่ 15 ความรับผิดของผู้ให้บริการ
มาตราที่ 16 การเผยแพร่ภาพจากการตัดต่อ/ดัดแปลง
การกระทำความผิด พ.ร.บ.เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แต่ละมาตราที่ได้กล่าวมาจะมีโทษของแต่ละมาตราดังนี้ มาตราที่ 5 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกินหนี่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตราที่ 6 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตราที่ 7 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่น บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตราที่ 8 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตราที่ 9 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตราที่ 10 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (เหตุผล การกำหนดฐานความผิดคำนึงถึงการก่อให้เกิดการปฏิเสธการให้บริการ (Denial of Service) เป็นสำคัญ) มาตราที่ 11 โทษคือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท มาตราที่ 12 ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี (เหตุผล กำหนดโทษหนักขึ้นตามความเสียหายที่เกิดขึ้น) มาตราที่ 13 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (เหตุผล จำกัดเฉพาะกรณีโปรแกรมคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซึ่งแต่เดิมรวมถึงฮาร์ดแวร์ (อุปกรณ์) ด้วย) มาตราที่ 14 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตราที่ 15 โทษคือ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14 มาตราที่ 16 โทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
อาชญากรรมที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบในการกระทำความผิดทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในหลาบรูปแบบ ดังนี้
· ใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
· เป็นเป้าหมายในการกระทำความผิด
· ใช้ในการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
1. อาชญากรรมแบบดั้งเดิมที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการกระทำความผิด
อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เป็นการใช้เทคโนโลยีช่วยในการกระทำความผิดในรูปแบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถปรับใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันดำเนินคดีได้แก่
· คดีข่มขู่ หมิ่นประมาท ก่อความเดือดร้อนรำคาญ
· ฉ้อโกง
· การพนัน
· ขายสินค้าผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์
· จำหน่าย เผยแพร่ ช่วยให้เผยแพร่ ภาพลามกอนาจาร
2. อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
เป็นอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งกฎหมายที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอที่จะปรับใช้และดำเนินคดีได้ ต้องใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ได้แก่
· การเจาะระบบคอมพิวเตอร์
· การดักรับข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์
· การขโมย เพิ่ม แก้ไข เปลี่ยนแปลง ทำลายข้อมูล
· Spam Mail
· การก่อการร้ายทางไซเบอร์
จะเห็นได้ว่าการกระทำการดังกล่าวเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กับบทบาทของผู้ให้บริการ ซึ่งกฎหมายเหล่านี้มีโทษที่ร้ายแรงมาก
ขอบคุณค่ะ เนื้อหาละเอียดและชัดเจนมาก