"หมัก" เข้าตาจน งัดมุกเก่า "ทักษิณ" โปรยประชานิยมรอบใหม่ หวังซื้อใจชาวบ้าน ยึดหน้าจอ NBT แถลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เล็งลดเลิกค่าสาธารณูปโภคน้ำไฟ ภาษีก๊าซหุงต้ม น้ำมันดีเซล ค่าโดยสารรถเมล์ ขณะที่โผ "ครม.ใหม่" ยังวุ่น "สิงห์เหลิม" ชื่อโผล่คุมกระทรวงคุณหมอ "สมชาย" เขินข่าวเสียบเก้าอี้นายกฯ "โหรวารินทร์" เผยบ้านเมืองมีกรรม ต้องช่วยกันประคอง
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 14 ก.ค. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือประชาชนว่า หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 ก.ค. จะแถลงข่าวเรื่องสำคัญผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (NBT) โดยขอให้รอฟังช่วง 13.30 น. เมื่อถามว่า เป็นนโยบายประชานิยมรอบใหม่ใช่หรือไม่ นายสมัครกล่าวว่า เขาไม่ให้บอกล่วงหน้า เมื่อซักว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ใช่ ๆ
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะแถลงข่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ตามที่พูดไว้ในรายการสนทนาประสาสมัคร หลังจาก ครม.มีมติ เพื่อให้สามารถบรรเทาทุกข์ประชาชนในกรณีที่เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ค่าครองชีพสูง โดยเป็นชุดมาตรการตามความร่วมมือของหลายกระทรวง "บางมาตรการสามารถดำเนินการได้เร็วและทันที บางมาตรการต้องมีระเบียบปฏิบัติเพื่อให้มีผลด้านกฎหมาย รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องจะพิจารณากำหนดวันเวลาที่จะสามารถเริ่มมาตรการ ขณะเดียวกันส่วนของกรอบมาตรการใหม่นี้จะสามารถเข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้หรือไม่นั้น โดยหลักเห็นชัดเจนว่าอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเดือนที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง 8.9 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงในรอบทศวรรษ เป็นเหตุให้กระทรวงต่าง ๆ หารือกันแล้วว่าสมควรจะมีมาตรการเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนทั่วไปยืนอยู่ได้ภายใต้เศรษฐกิจแบบนี้" นพ.สุรพงษ์กล่าว
ข่าวแจ้งว่า ในการประชุม ครม.อังคารนี้ นายกรัฐมนตรีจะเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่สูงขึ้น ประกอบด้วย 1.ในส่วนของก๊าซหุงต้มและน้ำมันดีเซลที่ราคาแพงนั้น จะแก้ไขด้วยการยกเลิกภาษีสรรพสามิต เพื่อให้ราคาในตลาดต่ำลง 2.กำหนดให้ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 150 หน่วย ไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 3.กำหนดให้ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาต่ำกว่า 50 หน่วย ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ 4.กำหนดให้ประชาชนที่ใช้บริการรถไฟชั้น 3 ใช้บริการ โดยไม่ต้องจ่ายค่าโดยสาร และ 5.กำหนดให้รถเมล์ในกรุงเทพฯ จำนวนร้อยละ 50 เปิดให้บริการรับ-ส่งประชาชน โดยไม่เก็บค่าโดยสาร
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับมาตรการทางภาษีที่กระทรวงการคลังจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.เบื้องต้น จะเป็นมาตรการที่เน้นการลดรายจ่ายให้กับประชาชน จากอัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และภาวะค่าครองชีพ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยมาตรการที่จะนำเสนอในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการดูแลประชาชนระดับกลางและล่างเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่รายได้และรายจ่ายยังปรับตัวไม่สอดคล้องกันกับสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ใช้เป็นการชั่วคราวในระยะ 3 เดือนถึง 6 เดือน โดยรัฐบาลพร้อมจะยกเลิกมาตรการต่าง ๆ ทันที หากพบว่าราคาน้ำมันเลิกผันผวน สภาวะเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะถ้ามีสัญญาณที่ดีขึ้นในเรื่องรายได้ของประชาชน
นอกจากนี้ จะมีแนวทางลดรายจ่ายให้กับประชาชนในเบื้องต้น แบ่งเป็น การดูแลในส่วนของภาคสาธารณูปโภค เช่น การปรับลดค่าน้ำค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยรัฐบาลคาดว่าวิธีดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับ เนื่องจากมีการแบ่งประเภทของผู้ใช้น้ำและไฟฟ้าไว้ชัดเจนแล้ว ขณะเดียวกัน การคิดค่าบริการก็มีระบบมิเตอร์ที่นับตามการใช้จริง ดังนั้น การจะปรับลดอัตราค่าน้ำหรือไฟฟ้าจึงสามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งแตกต่างจากโครงการคูปองคนจนที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องเกณฑ์การคัดเลือกคนจนที่จะเข้าร่วมโครงการ "ในส่วนระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ รัฐบาลจะเสนอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยสามารถใช้บริการได้ฟรีทุกขบวน ขบวนละ 1 โบกี้ (ตู้) หรือ ในกรณีที่ผู้มีรายได้น้อยไม่ต้องการจะเบียดเสียดในโบกี้ที่ ร.ฟ.ท.ให้บริการฟรี ก็สามารถที่จะเลือกจ่ายเงินค่าโดยสาร ในชั้นโดยสารอื่น ๆ ในราคาพิเศษได้ เช่น อาจจะจ่ายเงินเพียง 50% หรือ 70% ของอัตราค่าโดยสารจริง ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน
ขณะที่ พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีจะนำน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย 3 แสนตันต่อเดือนมาขายว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีน่าจะนำมาหารือในที่ประชุม ครม. ซึ่งกระทรวงพลังงานพร้อมดำเนินการตามนโยบาย
อย่างไรก็ตาม นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน กล่าวว่า การแก้ปัญหาราคาน้ำมันโดยนำเข้าจากรัสเซียเป็นเรื่องดี แต่น้ำมันดีเซลจากรัสเซียมีค่ากำมะถันสูงเท่ากับน้ำมันที่ไทยเคยยกเลิกไป เพราะเป็นห่วงเรื่องสภาพมลพิษทางอากาศ แต่ถ้าใช้ในต่างจังหวัดหรือการประมงไม่น่ามีปัญหาเรื่องมลพิษกับเครื่องยนต์ และจำนวน ที่รัฐบาลประกาศนำเข้าน่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าราคาที่นำเข้าจะต่ำกว่าราคาตลาด 8 บาทต่อลิตรหรือไม่ เพราะยังไม่ทราบราคาที่รวมภาษีแล้ว
ที่ จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เดินทางไปตรวจราชการพร้อมมอบนโยบายให้หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประธาน อบต.จ.อุบลราชธานี โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ผมเป็น หลานกำนันที่สามารถเป็น รมว.มหาดไทยได้เป็นคนแรกของประเทศ จึงให้ความสำคัญกับนักปกครองท้องถิ่น และ ได้เสนอให้กรมการปกครองปรับขึ้นเงินเดือนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กำนันจะได้รับเงินเดือนเพิ่มเป็นเดือนละ 10,000 บาท ส่วนผู้ใหญ่บ้านจากเดือนละ 4,000 บาท เป็น 8,000 บาท "นี่ไม่ใช่การหาเสียง แต่มาหาคะแนนล่วงหน้า เพราะเป็นเรื่องปกติของนักการเมืองทุกยุคทุกสมัย" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ส่วนความคืบหน้าการปรับ ครม.นั้น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 15 ก.ค.นี้ คงยังไม่มีการเสนอปรับ ครม. เพราะอาจจะเร็วเกินไปเนื่องจากการปรับ ครม.คงไม่เร็วอย่างนั้น
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การปรับ ครม. ทางพรรค ได้มอบให้เป็นสิทธิในการตัดสินใจของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ หลังจากนายสมัครตัดสินใจ ในเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงจะมีการบอกกล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ "ตอนนี้รัฐบาลขาดรัฐมนตรีไปหลายคน การปรับ ครม.จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ส่วนรัฐมนตรีจะเป็นคนนอกพรรคหรือพรรคร่วมรัฐบาลตามโควตาเดิมหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะขึ้นกับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีที่จะเป็นผู้ตัดสินใจโดยตรง" นายสมชายกล่าว
เมื่อถามว่า มีการคาดหมายอาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแทนนายสมัคร รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่อยากคิด เพราะนายสมัครมีคุณสมบัติและความสามารถที่ดี เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะสามารถนำพารัฐบาลและบริหารประเทศต่อไปได้อย่างแน่นอน
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวถึงกระแสข่าวจะถูกปรับออกจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทยว่า ทั้งหมดอยู่ที่มติของพรรค หากปรับออกก็ออก ปรับขึ้นก็ขึ้น หรือให้ทำงานที่เดิมก็ทำต่อไป ซึ่งรัฐบาลต้องปรับ ครม.อย่างแน่นอน เพราะมีตำแหน่งรัฐมนตรีว่าง 3 ตำแหน่ง
มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับโผ ครม.ใหม่ที่คาดว่านายสมัครจะปรับนั้น มีชื่อนายวิกรม คุ้มภัยโรจน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กรรมการบอร์ดสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี จะมานั่งเป็น รมว.การต่างประเทศ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย จะโยกจาก รมว.มหาดไทย มาเป็น รมว.สาธารณสุข เพื่ออยู่ใกล้ชิดกับนายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ที่เป็นที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข
ขณะที่ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ มีความเป็นไปได้สูงที่ นายทนง พิทยะจะกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังควบเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพียงคนเดียว หากศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้องเรื่องคดีหวยบนดิน จนทำให้ นพ.สุรพงษ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็มีข่าวว่าอาจจะมี นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่จะมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจ หรือเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ
ส่วนนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายสุรพงษ์ สืบวงษ์ลี) อดีตแกนนำคณะทำงานนโยบายพรรคไทยรักไทย จะขึ้นชั้นเป็น รมว.พาณิชย์ หลังจากที่มีชื่อการปรับ ครม.มาทุกสมัย ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะขยับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ไปเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ เพื่อกำกับดูแลสื่อเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนหลายแขนง
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวว่า การปรับ ครม.เป็นเพียงการอุดรูรั่วของเรือ ซึ่ง ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเรือกำลังจะจม ส่วนคนนอกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจที่จะเข้าร่วมรัฐบาลบริหารประเทศ เชื่อว่าเข้ามาก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ เพราะทุกอย่างอยู่ภายใต้คำสั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคนนอกที่เข้ามาก็คงเกี่ยวโยงทางธุรกิจกับพรรคพลังประชาชน "หากเปิดรายชื่อออกมาก็จะรู้ว่าใครมาอย่างไร และมั่นใจว่ารัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ และคาดว่าไม่เกิน 2-3 สัปดาห์รัฐบาลคงต้องหาทางลง เมื่อคดี พ.ต.ท.ทักษิณเสร็จสิ้นส่วนพันธมิตรฯก็ยืนยันว่าจะปักหลักชุมนุมต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะลาออก"ผู้ประสานงานพันธมิตรฯระบุ
อย่างไรก็ตาม อาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรคนดังแห่งสำนักสุขิโต กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ที่เกิดความวุ่นวายในขณะนี้ว่า การทำบุญจะช่วยทำให้สถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลายได้ในระดับหนึ่ง แต่ส่วนมาก ก็จะใช้กรรมให้หมดเสียก่อน ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองเราจะต้องช่วยกันประคอง โดยปี 2552 บ้านเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติ ดังนั้นในขณะนี้จะต้องช่วยกันประคองของทุกฝ่าย
ไทยโพสต์ สยามรัฐ 15 กรกฏาคม 2551