ผมมุ่งหน้าเดินทางไปอำเภอรามัน จังหวัดยะลาในตอนบ่ายของวันฟ้าครึ้ม ... ธรรมชาติสองข้างทางระหว่างยะลา ถึงรามัน เขียวสดด้วยพรรณไม้ วิถีชีวิตที่นี่ยังคงเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย หากไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ยะลา และ ๓ จังหวัดชายแดนใต้น่าจะเป็นพื้นที่ที่เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำ อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรหล่อเลี้ยงคนในพื้นที่และเมืองใหญ่
ธรรมดาของฟ้าครึ้ม เมฆที่หม่นบรรยากาศของฤดูฝน ในใจของผมจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในขณะนี้ เป้าหมายที่ผมจะไปพบในช่วงบ่ายนี้ เป็นทหารพรานได้รับการติดต่อมาจากผู้ประสานงานในพื้นที่อีกที
ทหารพรานถือว่าเป็นนักรบในพื้นที่ที่เป็นแนวหน้า ภาพฉายของทหารพรานจึงถูกมายาคติบางอย่าง สร้างภาพลักษณ์ให้กับพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรม และแล้วแต่สายตาคนนอกจะมอง ก่อนหน้านั้นกลุ่มเป้าหมายหลากหลายที่ผมเคยไปสัมภาษณ์กล่าวถึง "นักรบชุดดำ" ไม่สู้จะดีนัก
รถของผมเลี้ยวเข้าค่าย ตชด. (กองร้อยทหารพรานที่ ๔๑ กองกำลังทหารพราน กองทัพบกที่ ๔) ที่เราต้องลดกระจก พร้อมบอกวัตถุประสงค์การมาสัมภาษณ์เป้าหมาย การเดินทางเข้าค่ายทหารต้องมีพิธีรีตองพอสมควรในสภาวะไม่ปกติเช่นนี้ แต่ทางผู้ประสานงานได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว
ผมรอไม่นาน ทางทหารพรานได้เชิญไปนั่งพูดคุยยังอาคารรับรอง ผมได้พบกับทหารสองท่าน เป็นชายหนึ่งนาย และ ทหารพรานผู้หญิงหนึ่งนาย เราได้ทำความรู้จัก และพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมกับแนวทางการทำงานยุทธวิธี-ยุทธการ และคุยกันมากในประเด็นงานพัฒนาซึ่งทางทหารพรานมีชุดพัฒนาสันติในพื้นที่ ๑๐ ชุด และความสำเร็จของชุดพัฒนาสันติ เป็นประเด็นที่เราพูดคุยกันเป็นส่วนใหญ่
ตามจริงผมสนใจ งานยุทธการมากกว่างานพัฒนา หากมองในมุมมองในหน้าที่นักวิจัยที่จะค้นหาความจริง บางอย่าง ในภาพลักษณ์ที่ข้างนอกมองมายังทหารพรานผู้กล้า แต่เป้าหมายผมทั้งสองท่าน ช่ำชองในงานพัฒนา ปฏิบัติการจิตวิทยาในพื้นที่มากกว่า เนื้อหาโดยส่วนใหญ่จึงโพกัสที่งานพัฒนาที่ประสบความสำเร็จ...และสรุปความทุกครั้งในการพูดในแต่ละประเด็นว่าต้อง "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"
จ่าสิบเอกทวี สุณี ทหารพรานชายที่ผมพูดคุยด้วย บอกผมว่า งานพัฒนาในชุมชน เราต้องได้ใจชาวบ้าน การเดินทางเข้าไปพัฒนาจึงเป็นภารกิจแสดงความจริงใจในการที่สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องชาวบ้าน "พอเขารักเรา เขาก็จะดูแลเรา" จ่าทวีฉายให้ผมเห็นถึงความสำเร็จในการเข้าถึงใจของชาวบ้านที่มีชุดสันติพัฒนาของทหารพรานเข้าไป
ทหารพรานที่มาพบในวันนี้ หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวที่มีอาชีพเช่นเดียวกับจ่าทวี สิ่งที่อยู่ในความสนใจและผมอยากถามอยากเรียนรู้ ก็คือ ชีวิตการเข้ามาเป็นทหารพรานหญิง ของหญิงสาวน่าตาดีที่นั่งอยู่ใกล้กับผมขณะนี้ เธอตัวแบบบาง ขนตางอนงาม ผิวไม่ขาวมาก คมเข้มตามแบบฉบับสาวชาวใต้ทั่วไป...ผมนั่งแอบมองเธอด้วยความสนใจ
"อยากเป็นทหาร เป็นความรู้สึกที่มีมาตั้งนาน เพราะพ่อ และลุงเป็นทหาร ประกอบกับชอบมีเพื่อนๆผู้ชาย อยู่กับผู้ชายส่วนใหญ่คะ" น้องเดือน (ส.ต.หญิง จริยาวดี ชูพันธ์) บอกผมถึงแรงบันดาลใจที่อยากเข้ามาเป็นทหาร อาชีพที่ไม่น่าจะเป็นอาชีพที่เลือกของหญิงสาวแบบเธอ
"ตัดสินใจสมัครเป็นทหารพรานตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี หลังจากเรียนจบ ปวช. มีคนมาสมัครเยอะ ตอนนั้นได้รับการคัดเลือก ๓ คน รวมทั้งเดือนด้วย" น้องเดือนกล่าว อย่างภูมิใจ ขณะนี้น้องเดือนอายุ ย่างเข้า ๒๓ ก็หมายถึงเธอรับราชการทหารมาเกือบ ๕ ปี สาวน้อยจาก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เธอนั่งยิ้มน้อยและผมสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างในตัวเธอ และความมุ่งมั่นภายใต้ดวงตางามของน้องเดือน
ผมสนใจวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากหญิงสาวที่ต้องมีวิถีชีวิตแบบคนอื่น กับการตัดสินใจเป็นทหารพราน การฝึกซ้อมหนักหน่วงไม่ต่างจากทหารพรานชาย อีกทั้งมีการฝึกทบทวนอยู่บ่อยๆ ลักษณะงานนอกจากจะงานพัฒนาแล้ว การปิดล้อม ตรวจค้น ทหารพรานหญิงมีบทบาทอย่างยิ่งในภาระกิจนี้...โดยเฉพาะพื้นที่ความไม่สงบในสามจังหวัด เธอยังยืนหยัด และภาคภูมิใจในอาชีพ พร้อมภาระกิจที่ได้รับมอบหมาย
ผมถามเรื่องของหัวใจว่าคนสวยๆแบบน้องเดือน มีเรื่องราวความรักอย่างไร? ดูเหมือนว่าจะนอกประเด็นไปบ้างในการสนทนา แต่ด้วยสนใจส่วนตัวว่าสาวสวยใจเหล็กแบบเธอจะคิดอย่างไร
"บังคับโสด" น้องเดือนบอกผม
คำว่า บังคับโสด หมายถึงว่าอาชีพแบบน้องเดือน เธอบอกว่า ไม่ค่อยได้พบเจอใคร นอกจากเพื่อนร่วมอาชีพ ซึ่งเธอบอกว่า หากจะมีใครสักคน น่าจะไม่ใช่ทหารพราน เพราะหากเป็นทหารพรานด้วยกันเวลาไม่ตรงกัน ก็ไม่มีเวลาให้กันอยู่แล้ว จริงๆผมคิดว่าทหารพรานด้วยกันเสียอีกที่จะเข้าใจกันมากกว่า เธอบอกผมอีกว่าเคยมีแฟนก่อนหน้านั้นแล้วก่อนมารับราชการทหารและได้เลิกกันก่อนที่เดือนจะมารับตำแหน่งที่ค่ายรามัน
"วันนี้ขอเป็นโสดเพื่อทำงานให้เต็มที่" น้องเดือนบอกถึงความในใจที่มี
ดอกไม้สวยแห่งกองทัพไม่ได้เพียงสีสวยตามรูปลักษณ์และสร้างสีสันแต่เพียงอย่างเดียว ดอกไม้เหล็กดอกนี้แกร่งและเข้มแข็ง ร่วมเป็นแรงหนึ่งที่สร้างความสมานฉันท์ สงบสุขในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้
บทสนทนาช่วงหลังจึงเน้นการพูดคุยแบบสบายๆ ผู้หมู่เดือน กับ จ่าทวี ทั้งสองท่านมีความภาคภูมิใจในอาชีพ ความรักในอาชีพ ความตั้งใจที่จะพัฒนาชาวบ้านให้อยู่ดีกินดี ตามเป้าหมายของนโยบาย และนอกเหนือจากนั้นคือความผูกพันกับพื้นที่ที่ทั้งสองต่างก็บอกกับผมว่า พื้นที่รามัน ยะลา เป็นพื้นที่เสมือนบ้านเกิด พวกเขาทั้งรักและหวงแหนพื้นที่แห่งนี้ ปรารถนาให้เกิดความสงบ สันติสุข
-------------------------------------------------------------
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ยะลา
๑๑ ก.ค.๕๑
สวัสดีค่ะ...
ขอมาเป็นกำลังใจให้ค่ะสู้ๆค่ะ
ขอบคุณมากครับ คุณ kittyjump มอบกำลังใจนี้ส่งผ่านให้เหล่านักรบชุดดำด้วยนะครับ
อ่านแล้ว เห็นแววอะไรจะสักกะอย่างหนึ่งจากผู้เขียน ฮิฮิ
ฝากให้กำลังใจทั้งทหารพรานและคณะและผู้เขียนตวยเจ้า
ส่งผ่าน กำลังใจ ถึงคุณเอก และเหล่าทหารหาญ ไปชายแดนใต้ค่ะ
* เห็นคุณเอก เงียบไป ว่าจะ แจ้งสน. ปายแล้วค่ะ :)
* ... ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ รักษาสุขภาพ ...
* จะรอติดตาม อ่านบันทีก ขอบคุณค่ะ
สวย เท่ห์ เก่ง ต้องยกให้น้องเดือน เสียสละอีกต่างหาก เยี่ยมไปเลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเอก
แวะมาส่งกำลังใจให้ทหารพรานผ่านคุณเอกนะคะ โดยเฉพาะทหารหญิง น่ารักจังค่ะ
มุมมองในบันทึกนี้เป็นอีกมุมหนึ่งที่สื่อมวลชนไม่ค่อยได้นำเสนอเท่าไหร่ ทำให้ภาพลักษณ์ที่ออกมาสู้ไม่ดีนัก ...
อยากให้กำลังใจคุณเอกที่ลงไปทำหน้าที่คนไทยคนหนึ่ง
อยากให้กำลังใจทหารหาญของชาติที่ลงไปทำหน้าที่ของตน เพื่อให้คนที่ข้างหลังอยู่กันอย่างสบายขึ้น
ขอบคุณมากครับ คุณเอก :)
ผู้หญิงสมัยนี้...ส่วนมากจะเลือกใช้ชีวิต กับงานมากกว่า..ความเท่าเทียม และความสามารถมีเท่ากับผู้ชาย...อยู่เป็นโสดเป็นเรื่องธรรมดาซะแล้วค่ะ..พี่เอก..บางท่านมองเรื่องมีคู่เป็นเรื่องยุ่งยากไม่มีอิสระด้วยซ้ำ...ยิ่งกับงานที่รัก..ขอสละทุ่มเทอย่างเต็มที่
สวัสดีค่ะ
* อ่านบันทึกนี้แล้ว...ขอชื่นชมผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้เขียนที่นำเสนอมุมมองและแง่คิด
* เป็นกำลังใจให้นะคะ
ดูแล้ว นับถือ หัวใจจริงๆ...ขอคารวะ
ขอบคุณทุกท่านครับ
ตอนนี้ผมอยู่ที่ Krabi meritime ครับ อาจตอบข้อเสนอแนะช้าไปหน่อยต้องขออภัยทุกท่านด้วยครับ
อ.อีย์ จารุวัจน์ แววความมุ่งมั่นอยากได้คำตอบของนักวิจัย เท่านั้นจริงๆครับ :)
คุณกล้วยไม้ และพี่ท้องฟ้า ผมจะส่งผ่านกำลังใจนี้ให้กับทหารหาญทุกท่านครับ ขอบคุณครับ
คุณpoo ผมมีเรื่องราวมากมายในพื้นที่ รอคอยที่จะเขียนบันทึกครับ ตอนนี้กำลังปฏิบัติงานกับ มสช.ที่กระบี่ เอาไว้ว่างกว่านี้ ติดตามอ่านได้เลยครับ
เรื่องราวที่เหนือความคาดหมาย...
รอคอยอ่านนะครับ
ผมเห็นด้วยทุกประการครับ คุณ Siriwan
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับพี่อุ๊a l i n_x a n a =)
เป็นมุมมองและเรื่องราวหนึ่งที่ผมอยากนำเสนอครับ มีเรื่องราวมากมาย ผมกำลังเรียบเรียงอยู่
ติดตามต่อนะครับผม
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับ อ.Wasawat Deemarn
มาเก็บตัวที่ใต้ครานี้ ผมพบเป้าหมายที่น่าสนใจมาก เฉลี่ยแล้ว วันละสองคนที่เข้าไปสัมภาษณ์ในพื้นที่ (ยาก ลำบาก และ น่าสนใจ) ประเด็นทั้งหมดโพกัสไปที่ กระบวนการ วิธีคิด ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ทางเลือก ทางออก แบบสันติวิธี หรือ ทางเลือกอื่นใดก็ตามที่คำนึงถึงการไม่เสียเลือดเนื้อ
ผมตระหนักเสมอในการเตรียมตัวเตรียมใจที่จะพบความหลากหลายของความคิด บนพื้นฐานของแต่ละคนที่มีประสบการณ์แตกต่างกัน
ไม่ได้ท้าทาย ไม่ได้ประมาทต่อการเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้เป็นไปด้วยความเคารพ และให้เกียรติทุกท่านที่ให้โอกาสผมเข้าไปเรียนรู้
ในชีวิตหนึ่ง...หากมีโอกาสได้เรียนรู้ในบริบทพื้นที่ คน ความคิด ที่แตกต่าง ถือว่าผมได้โอกาส
ผมคิดเสมอว่าผมจะนำเสนอ การเดินทางเรียนรู้ของผมรูปแบบใด ข้อมูลบางอย่างละเอียดอ่อน ข้อมูลบางอย่างไม่สามารถนำเสนอได้ ...
เรื่องเล่าระหว่างการเดินทางจึงหยิบเอาเรื่องเล็กเรื่องน้อยของคนผ่านทางมาบอกกล่าวกัน ตามศักยภาพและโอกาสที่พอมีครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ สำหรับกำลังใจ และมิตรภาพ
ผมสบายดี และ เข้มแข็งมากขึ้นตามเวลาที่เปลี่ยนไปครับ
ไม่กี่วันผมจะไปแลกเปลี่ยน นศ.ป.โท ที่ มช.ครับ หากมีโอกาส ที่ดีเราคงได้สนทนากันครับผม
ขอบคุณครับผม
น้อง ครูแอน ครับ
"อยู่เป็นโสดเป็นเรื่องธรรมดาซะแล้วค่ะ..พี่เอก..บางท่านมองเรื่องมีคู่เป็นเรื่องยุ่งยากไม่มีอิสระด้วยซ้ำ...ยิ่งกับงานที่รัก..ขอสละทุ่มเทอย่างเต็มที่"
อ่านแล้วผมสะท้อนในใจลึกๆ ฤา จะมีคนโสดมากขึ้น
หรือเปล่าครับ!!!
น้อง อำนวย สุดสวาสดิ์ ยินดีเสมอครับ สำหรับกำลังใจดีๆครับ
คุณครู นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง) ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ ผมขอส่งผ่านให้พี่น้อง ๓ จชต. และ ทหารหาญทุกท่าน รวมถึง จนท.ที่ทำงานเพื่อให้ใต้สันติสุขทุกท่านครับ
คนโรงงาน น้องเดือน มาอ่าน เธอคงได้กำลังใจดีๆจาก ผู้อ่านหลายๆท่าน
นับถือหัวใจเธอจริงๆครับ
บังคับโสด เพิ่งเคยได้ยิน เท่จังค่ะ