เมื่อวานเย็นขณะเก็บกวาดใบไม้หน้าบ้าน...เจ้าเพรียวอายุ ๒ ขวบกว่าลูกชายครูเรวดี...เขาส่งเสียงชวนคุย...สักพักแกก็ขี่รถจักรยาน...มีล้อแซง...ขี่ไปขี่มา..ขี่หลบรถเก๋งแม่...แล้วไปลงหลุมข้างเสาโรงรถ...รถเสียหลักตะแคงล้ม...แต่เจ้าเพรียวไม่ล้มตาม...เกาะเสาโรงรถไว้ได้....สักพักนิดๆ คงนึกขึ้นได้ว่าแม่ไม่ได้สนใจ>>แม่ยืนหันหลังให้จึงไม่เห็น<<...มีแต่เสียงป้าพรรณร้องอุ๊ย! เบา ...เจ้าเพรียวก็ส่งเสียงร้องไห้ลั่น....พร้อมกับบีบน้ำตาออกมาเป็นสาย>>> ต้องเข้าใจเด็กวัยนี้มักเรียกร้องความสนใจ..และอยากเอาชนะ<<< แม่ก็ร้องถามว่าเป็นอะไร...ไม่ต้องร้อง...ฝันไปเถอะ......

ครูพรรณานึกขึ้นได้...ก็กล่าวว่า...เร ถ้าไม่เชื่อลองดูซิ...เข้าไปจับแล้วกอดพร้อมกับเป่าพ้วง...แล้วพูดว่าโอ๋แม่เป่าให้แล้วไม่เจ็บหรอก...หายเจ็บแล้ว...ครูเรก็ลองทำตาม...เท่านั้นแหละเจ้าเพรียวติดดิ้สเบรค...พร้อมกับส่งยิ้มให้แม่ทั้งที่น้ำตายังอาบแก้ม.....งานนี้ก็เลยโดนป้าพรรณเอาจมูกเช็ดน้ำตาที่แก้มซะ

คิดถึงลูกชายทั้งสองคนของครูพรรณา....เจ้าคนโตเมื่อแม่เป่าพ้วงให้แล้วบอกว่าไม่เจ็บ...เขาก็จะตอบว่าไม่เจ็บเหรอแม่...ไม่เจ็บก็ไม่เจ็บ....ส่วนเจ้าคนเล็กจอมซนได้แผลแต่ละครั้งแม่ต้องว่าคาถาหลายครั้ง...และมักเถียงว่าแม่ไม่เป็นแผล...แม่ก็ไม่เจ็บ...แต่หนูเจ็บนี่...แม่เป่าอีกซิ...เป่าอีกๆๆ

จากตัวอย่างนี้หลายคนคงเคยประสบมาแล้ว.......ทั้งโดนเสกคาถาเข้าใส่และเป็นผู้เสกคาถานี้เข้าใส่ผู้อื่น.....จากประสบการณ์ในการเป็นเจ้าแม่คาถา......ครูพรรณาสังเกตว่า...ถ้าเด็กเจ็บ...ตกใจ...เรารีบเข้าไปดูโอบกอดลูบหลังปลอบขวัญ....แล้วว่าคาถาแล้ว...เป่าพ้วง....รับรอง...นะจังงังทุกราย...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่.....อิอิ

หมายเหตุ...คาถานี้จะคงความขลังได้ต้องมีความรักเป็นเดิมพัน...