ผมจะเล่าต่อจากเมื่อวาน ในการเจรจาแก้ไขปัญหาต้องให้ความสนใจที่จุดยืน (POSITION) ซึ่งก็คือ ทางออกที่เหมาะสมของข้อพิพาทในสายตาของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และที่จุดสนใจ (INTEREST)หรือความต้องการ ซึ่งก็คือ สิ่งที่กลุ่มต้องการหรือมีความจำเป็นต้องได้จริงๆจากการเจรจา และในการเจรจาต้องหาจุดสนใจให้พบและให้น้ำหนักไปที่จุดสนใจอาจารย์ยังได้ยกตัวอย่างกรณีการคัดค้านท่อแก๊สที่สงขลา คนจะนะเขากลัวจะเกิดมลภาวะกับหอยเสียบ และที่จะนะเขาเลี้ยงนกเขาชวา ราคาแพงตัวเก่งๆราคาเป็นล้าน เมื่อมีควันจากอินโดนีเซีย มันมีผลกระทบมาถึงภาคใต้ นกเขาชวาที่จะนะก็ไม่ขัน แสดงว่าจุดยืนคือเขาไม่ต้องการให้สร้าง จุดสนใจคือเขากลัวจะเกิดผลกระทบต่ออาชีพของเขาหรือพูดโดยสรุปว่าเขา ห่วงหอยและนกเขา ฮา....
กรณีคลองด่าน ไปดูหอยแมงภู่ที่เขาเลี้ยงแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เมื่อโรงบำบัดน้ำเสียสร้างเสร็จ แม้น้ำจะสะอาด แต่เป็นน้ำจืด หอยแมงภู่อาจจะไม่มาเกาะที่ไม้ไผ่เหมือนเดิมอีก
อาจารย์ให้ดูตัวอักษรจีน ไม่รู้อ่านว่าอย่างไร แต่แปลว่าฟังอย่างตั้งใจ พอไปดูองค์ประกอบในตัวอักษรตัวนั้นจะประกอบด้วยคำว่า หู สมอง จิตใจ แสดงว่าคนจีนเข้าใจเรื่องนี้มานาน คนเราจะเข้าใจผู้อื่นต้องรู้จักฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูดอย่างตั้งใจ ซึ่งคนพูดจะรับรู้ได้ว่าคุณพูดด้วยกับเขาหรือเปล่า เช่น ฟังไปพยักหน้าไปแล้วทำเสียง อือ ฮึ..ฮึ..อือม์.......อิอิ(อันนี้ของผม)

ภาพที่ฉายบนจอเป็นกรณีคนประจวบต่อต้านโรงไฟฟ้า “ซุกหุ้นกูไม่ว่า ซุกโรงไฟฟ้ากูไม่ยอม” ฮา...
มีคนสวมเสื้อด้านหลังเขียน “ตายสิบจักเกิดแสน –ฆ่าได้เพียงร่างกาย แต่จิตใจอุดมการณ์ เจริญนับแสนล้าน จักก่อเกิดทั่วเมืองไทอาจารย์บอกให้จำว่า“ ตอนนั้นนายเจริญ วัดอักษร แกนนำถูกฆ่า ชาวบ้านก็ยังต่อสู้เรียกร้อง
การทำอะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้อื่น ถ้าเขาหาทางออกไม่ได้มันจะเกิดปัญหา อาจารย์บอกว่า “เมื่อมนุษย์หาทางออกไม่ได้ มนุษย์จะไปหาความรุนแรง”
เราได้ศึกษาประเภทความขัดแย้งว่ามันมีอยู่ ๕ ส่วน คือ ผลประโยชน์(Interest) ข้อมูล (Data) ความสัมพันธ์ (Relationships) โครงสร้าง (Structure) ค่านิยม(Values) ส่วนที่เจรจาได้ก็คือ ๓ ส่วนแรก ส่วนที่ยากต่อการเจรจา คือสองส่วนหลัง
เรื่องความเชื่อความรู้สึก คนอิสลามไม่ทานอาหารที่มีหมู เวลาจะทานอาหารเราเห็นว่าไม่มีร้านอาหารอิสลามแถวนั้น เราบอกว่าให้เขาไปกินอาหารทีเป็นร้านธรรมดา แต่ล้างจานให้สะอาดสักสามสี่ครั้ง ก็น่าจะได้ (ลองทบทวนดูว่าเราคิดอย่างนั้นไหม?) อาจารย์บอกว่าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆถึงความรู้สึกของคนอิสลาม ก็คือเรื่องไม้จิ้มฟัน เดี๋ยวนี้มันมีแบบพลาสติก ทนด้วย ใช้แล้วล้างให้สะอาดเก็บเอามาใช้ได้อีก อันนี้อาจารย์ใช้มาแล้วสองเดือน ก่อนมานี่ล้างแล้ว ๓ ครั้งรับรองสะอาด เดี๋ยวพักเที่ยงไปทานอาหารอาจารย์จะให้ยืมเอาไหม ทุกคนส่ายหน้า...อิอิ ทีนี้เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนเราชาวอิสลามหรือยัง
อาจารย์สอนด้วยความเร่งรีบเพราะหัวข้อที่จะสอนมีเยอะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ แต่วันนี้มีเวลา ๖ ชั่วโมง ก็ต้องรีบๆ เอาแต่หลักๆแต่ก็ยังเข้าใจ
กลุ่มพันธมิตรพูดถึงอารยะขัดขืน เพื่อความเข้าใจในเรื่องนี้อาจารย์จึงยกตัวอย่างการต่อสู้ต้นแบบ คือการต่อสู้ของคานธี คานธีกับเรื่องเกลือ ในสมัยก่อนอังกฤษเอาอินเดียเป็นเมืองขึ้น ออกกฎหมายเอาเปรียบคนอินเดีย เกลือเป็นทรัพยากรของประเทศอินเดียแต่คนอินเดียทำเกลือไม่ได้ คานธีจึงต่อสู้ด้วยการต่อต้านกฎหมายทำเกลือ ชาวอินเดียก็ลุกขึ้นมาทำเกลือ แม้จะถูกจับถูกทำร้ายก็ไม่ต่อสู้ จนอังกฤษต้องยอมเจรจากับคานธีบนโต๊ะเจรจาในลักษณะเท่าเทียมกัน
เราพักทานอาหารกันแล้ว เริ่มเรียนกันต่อ อาจารย์ชวนเรามาเล่นเกมซ่อนตาดำ เพราะรู้ว่าเวลาทานอาหารเสร็จเลือดจะไปเลี้ยงที่กระเพาะส่วนเลือดที่จะไปเลี้ยงสมองก็จะน้อยลงและจะทำให้ง่วง แต่มีข้อแม้ว่าถ้าพวกเราเล่นกันเยอะ อาจารย์จะลงมาเล่นด้วย......ฮา...
สวัสดีครับ
วิชาที่เรียนนี้น่าสนใจมากและเหมาะสมกับสถานการณ์
โดยเฉพาะกรณีของอารยะขัดขืน
ประโยคสำคัญคือการเจรจา..ในฐานะเท่าเทียมกัน
คนอินเดียเก่งในเรื่องวิถีการต่อสู้และถือว่าเป็นการใช้สติปัญญาในการแก้ไขสถานการณ์กับผู้ปกครองในสมัยนั้นคืออังกฤษ
เรียกว่าเอาปัญญาเป็นอาวุธ
ดีกว่าการใช้กำลังแก้ไขปัญหาครับ
ลองนำมาเปรียบเทียบกับบ้านเรา....ยิ่งน่าสนใจครับ
ขอบคุณครับ
ทุกคนมี เค๊ก ของตัวเอง ถืออยู่ นี่เป็นตัวอย่าง ที่บอกได้ว่า หากถือประโยชน์กันคนละก้อน การต่อสู้ ย่อมเกิดขึ้น โดยเริ่มจาก เบาที่สุด ไปถึงความรุนรง..การเมืองใหฒ่ของพันธมิตร กำลัง ให้ รัฐสภา มี สส ถือ เค้ก คนละก้อน อย่าให้ใครมาแย่งไป ประชุมสภาจะไปได้ไหมเนี่ย?
ท่านอัครราชฑูตครับ
ผมไม่แน่ใจว่าอารยะขัดขืนจะเป็นคำเดียวกับสัตยาเคราะห์หรือไม่ และคำว่าอหิงสา เป็นส่วนหนึ่งของอารยะขัดขืนหรือไม่ ถ้าท่านจะกรุณาอธิบายจะเป็นพระคุณครับ
เราพูดกันว่าเป็นอารยะขัดขืน แต่เราก็ด่าฝ่ายตรงข้ามกันหยาบคาย มันจะอยู่ในความหมายของอารยะหรือ ผมไม่เก่งในเรื่องอ่านเกมการเมืองแต่ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปฝ่ายที่แพ้ก็คือประชาชนที่ต้องเดือดร้อนเพราะการต่อสู้ทางการเมือง ครับ
สวัสดีครับคุณคนโรงงาน
ผมก็รู้สึกว่ามันแหม่งๆยังไงไม่ทราบ
แล้วไม่รู้จุดจบจริงๆมันคืออะไร เรียนมาเรื่องจุดยืนกับจุดสนใจ เรื่องการต่อต้านรัฐบาล จุดยืนนะรู้ แต่จุดสนใจไม่รู้ เพราะเหมือนกับว่าพันธมิตรกำลังเอาเหตุการณ์แต่ละวันมาเป็นจุดสนใจ แล้วใครจะถอดชนวนได้ล่ะ แถมยังมีปมอีกหลายปมซ้อนกันอีก ประเทศชาติถึงเวลาต้องแตกหักกันอีกแล้วหรือ
ไม่มีใครสนใจคำว่ารู้รักสามัคคีแล้วหรือ เฮ้อ....
ท่านสิงห์ป่าสัก
ผมไม่ได้เล่นเกมกับเขาหรอก เพราะมัวแต่นั่งฟังโจ๊กใส่ไข่ อิอิ เอามาเผื่อแผ่เพื่อนฝูงน่ะ..เอิ้กๆ
ตามมาเรียนต่อด้วยค่ะท่านอัยการ ขออนุญาตนะคะ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยคนค่ะ
ศ.นพ.วันชัยฯ ก็เขียนหนังสือเรื่องที่ อ.บรรยาย ตามข้างต้นอีกเช่นกันค่ะ เผื่อสนใจอ่านรายละเอียดต่อ (มิได้ค่าโฆษณานะคะ อิอิ) ชื่อหนังสือ "ความขัดแย้ง ..หลักการและเครื่องมือแก้ปัญหา" ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ก็มีขายค่ะเคยเห็นแว็บๆๆ (มิได้ค่าโฆษณาอีกเช่นกันค่ะ)ฮ่าๆๆ ขอบคุณค่ะกับบทสรุปเรื่องเรียน จะติดตามอ่านต่อไปค่ะ /อ้อยค่ะ
ตามมาขอบคุณท่านครับที่แวะไปเยี่ยมให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับ อ.ขจิต
เรียนแบบนี้มันมีชีวิตชีวาครับ
ไม่ใช่เรียนแต่ทฤษฎีปฏิบัติไม่ได้
ยิ่งผู้บรรยายเป็นเจ้ายุทธจักรด้วยแล้วยิ่งมันครับ เสียดายที่ไม่ได้มาเรียนด้วยกัน อิอิ เดี๋ยวจะตามไปหัด speaking ครับ
อ.อ้อยครับ
สงสัยผมจะต้องบุกศูนย์หนังสือจุฬาสักตั้งแล้วละครับ เพราะทราบว่ามีหนังสือดีๆเยอะมากแต่ไม่เคยได้เข้าไปจริงๆสักทีอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ตั้งใจจะหาซื้อหนังสือกับอยากไปดูนิทรรศการภาพข่าวยอดเยี่ยม ทำได้แค่ไปดูภาพข่าวยอดเยี่ยมกับร้านคอมฯแถวเซียร์ รังสิต ครับ
โฮ้โฮ อ.อ้อย คงอ่านหนังสือเป็นตั้งๆเลยสิครับ รู้จักหนังสือเยอะเลย วันนี้มีตอนจบนะครับ อย่าลืมติดตาม อิอิ
สวัสดีครับคุณหมอเล็ก
ยินดีที่แวะมาครับ
ผมไม่แน่ใจว่าอารยะขัดขืนจะเป็นคำเดียวกับสัตยาเคราะห์หรือไม่ และคำว่าอหิงสา เป็นส่วนหนึ่งของอารยะขัดขืนหรือไม่ ถ้าท่านจะกรุณาอธิบายจะเป็นพระคุณครับ
สวัสดีครับ
คำทั้งสามคำเป็นเรื่องเดียวกันครับ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการดื้อแพ่ง อย่างเปิดเผย ต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยอมรับผลโดยไม่ใช้ความรุนแรงกลับไป
ผู้นำในโลกหลายคนได้ใช้วิธีนี้เพื่อแก้ไขความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมของตนมาแล้ว
ในประเทศไทยเอง คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเกิดมาแล้วในปี 2549
อย่างไรก็ดี การใช้วิธีนี้ ก็หมายถึงว่าไม่มีการเจรจากัน หรือเจรจาแล้วไม่ได้ผล จึงต้องดื้อแพ่งเป็นประการสุดท้ายประการเดียวเพราะเชื่อมั่นว่าการกระทำนี้ถูกต้อง ยุติธรรม
ผมมองว่าเป้นทางอกกของสังคมมนุษย์ เป็นเสรีภาพสุดท้ายที่กฏหมายทุกประเทศควรให้ความสำคัญ
ผมยังเชื่อมั่นด้วยว่า ธรรมต้องชนะอธรรมแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนั้น ถ้าตราบใดที่ยังมีความไม่ถูกต้องอยู่ ก็จะต้องมีอารยะขัดขืนอยู่ต่อไป
ผมคิดว่าหลักสูตรนี้ของสถาบันพระปกเกล้าคงต้องเรียนรู้เรื่องอารยะขัดขืน อหิงสา สัตยานุเคราะห์ให้มากซะแล้วครับ
เพราะเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดของสังคม
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านอัยการ
หากสนใจจะไปดูรายการหนังสือแต่ไม่มีเวลามาก ลองเปิดเว็บศูนย์หนังสือจุฬาฯ ดูก่อนได้นะคะ และเข้าใจว่ามีบริการส่งไปรษณีย์ เราก็รูดปื้ดๆ (รูดบัตรเครดิตจ่ายไปค่ะ)(มีน้องคนหนึ่งเคยบอกมา แต่ตัวเองก็ยังไม่เคยลองวิธีนี้ค่ะ) แล้วจะไปติดตามอ่านบันทึกต่อค่ะ/อ้อยค่ะ
สวัสดีครับท่าน ผอ.ประจักษ์
หลานน่ารักนะครับ
ขอบพระคุณท่านอัครราชฑูตครับ
อารยะขัดขืนก็อยู่ในหัวข้อที่จะเรียนต่อๆไปครับ คงจะได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อครับ
คุณสะมะนึก
วันนี้คุณเล่นซ่อนตาดำหรือยัง อิอิ
ขอบคุณพี่อ้อยมาครับ จะลองดูครับ