ฝึกฝน กระบวนการคิด 3 ขั้นตอน
วิธีคิดตัดสินใจแบบพุทธ
ในยามที่เราจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างหนึ่ง อย่าเพิ่งผลีผลามด่วนคิดตัดสินใจไปตามความชอบใจ หรือความไม่ชอบใจของตนเอง เพราะมีโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้มาก
ชาวพุทธที่มีจิตสำนึกฝึกตน ควรฝึกฝน กระบวนการคิด 3 ขั้นตอน อันเป็นกระบวนการคิดที่จะทำให้ เราได้การตัดสินใจที่ดีที่สุด เท่าที่สติปัญญาของแต่ละคนจะสามารถทำได้
ดังมีขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ ๑
-
ก่อนที่จะคิดตัดสินใจกระทำอะไรลงไป ให้คิดถึงข้อดี ในสิ่งที่ต้องการจะกระทำนั้น ว่า มันมีข้อดีอะไรบ้าง แจกแจงออกมาให้หมด
ขั้นตอนที่ ๒
-
จากนั้นให้คิดถึงแง่เสีย ข้อด้อย ข้อบกพร่องของมันว่าน่าจะมีอะไรบ้าง แจกแจงออกมาให้หมดเช่นเดียวกัน
ขั้นตอนที่ ๓
-
คิดหาวิธีทางออก ทางเลือกใหม่ ๆ วิธีการที่เหมาะสม ที่ได้รับผลดีมากที่สุด โดยที่ได้รับผลเสียน้อยที่สุด
ยกตัวอย่าง
อึมม์...วันนี้เราจะโดดเรียนดีไหมหว่า !
ขั้นตอนที่ ๑ คิดข้อดีก่อน
-
เราจะได้ไปดูหนังให้สนุกไปเลย
-
ดีสิ..ไม่ต้องเซ็งทั้งวันกับการเรียนที่น่าเบื่อ
-
เผื่อจะได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ที่รู้ใจกัน
ขั้นตอนที่ ๒ แต่มีข้อเสียที่ว่า
-
ขืนหนีเรียน คงเรียนไม่ทันเพื่อนแน่..แถมไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก
-
สงสารคุณพ่อคุณแม่ ถ้าท่านรู้คงเสียใจแย่
-
อีกหน่อยคงถลำลึกไปเรื่อยๆ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนดีกับเขาแน่
-
อยู่ดีไม่ว่าดี ชอบหาเรื่องเสียเงินเสียทอง
ขั้นตอนที่ ๓ คิดหาทางออกที่ดีกว่า
-
คิดเอาเองครับ ของอย่างนี้ คิดแทนให้กันไม่ได้
-
ไม่ต้องรอคนอื่นมาคิดให้ เอาเลยครับ นำข้อดีข้อเสียมาชั่งกันดู สุดท้ายจะคิดตัดสินใจหาทางออกที่ดีที่สุดกันอย่างไร มันก็เป็นผลงานจากสติปัญญาแท้ ๆ ของคุณเองครับ..สวัสดี
ฯลฯ
จากผู้หวังดี ส่งมาให้อีกแล้วค่ะ
โชดดีจังค่ะที่ได้อ่านวิธีคิดตัดสินใจแบบพุทธ เพราะว่าเพิ่งจะเกิดกับตัวเองไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เองค่ะ
เรื่องก็มีอยู่ว่า ใกล้ถึงฤดูกาลของการเบิกเงินโครงการวิจัยจากงบประมาณแผ่นดินปี 49 แล้วและการส่งรายงานความก้าวหน้าของโครงการวิจัยด้วย แต่รายงานที่นักวิจัยส่งมานั้นงานวิจัยไม่ได้ตรวจสอบอย่างจริงจังและก็ไม่สามารถช่วยนักวิจัยแก้ปัญหาในส่วนของเนื้องานได้เลย (ข้าน้อยมี(นา)จังกึมไร่ความสามารถจริง ๆ) ก็เลยคิดวิธีที่จะให้นักวิจัยมานำเสนอรายงานความก้าวหน้าด้วยตนเองและจัดหาผู้ทรงคุณวุฒิเก่ง ๆ มาช่วยนักวิจัย แต่โครงการนี้ไม่มีอยู่ในแผน ไม่รู้ว่าเสนอไปแล้วจะมีเงินทำหรือเปล่า และถ้าถูกถามว่าจะไปทำไมและจะได้ผลอะไร ก็เลยนั่งแจงเป็นตารางถึงผลดีของการจัดงานและผลเสียของการไม่จัดงานและตั้งคำถามที่คิดว่าจะต้องถูกถามและเขียนเป็นคำตอบไว้ด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้นถูกหรือไม่ถูก จนมาได้อ่านblog ของอาจารย์นี่แหละค่ะ รู้สึกประทับใจมากและมีกำลังใจที่จะทำงานให้มหาวิทยาลัยต่อไปค่ะ
ปล.งานที่หนูคิดไว้ได้นำเสนอ อ.เสมอและอ.วิบูลย์แล้ว ผ่านฉลุยค่ะ และ อ.เสมอยังรับปากที่จะหาเงินให้ด้วยค่ะ (งานจะจัดในวันที่ 28 เม.ย. 49 นี้ค่ะ)
อย่างนี้ไม่เรียกว่าไร้ความสามารถดอกค่ะ ควรจะเรียกว่า ไร้เทียมทานมากกว่า ยินดีเหลือเกินในความสำเร็จ
คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว เพราะมีคนเอามาพูดกันมาก พอมีคนที่ลงมือทำได้อย่างกรณีนี้ของมีนาก็เป็นเรื่องที่น่าให้กำลังใจซึ่งกันและกันต่อไปครับ
ให้กำลังใจและขอสนับสนุนโครงการคุณมีนานะคะ ผลดีย่อมมากกว่าผลเสียแน่นอนค่ะ