วันที่เราคืนดีกัน มันหวานชื่น ไปทั้งโลก พลอยทำให้ หมู่เพื่อนคนอื่นๆ พลอยสนุกสนาน ร่าเริง สบายใจไปด้วยทันที

   เขียนถึงสมัยเด็กๆ แล้วก็พาลให้คิดย้อนเรื่องราว ที่เกิดขึ้นอีกมากมายและได้ผ่านพ้นไปแล้ว ดูความสุข ความทุกข์ของเยาว์วัย จะคุ้นเคยกันดี เวลาได้สุข ถูกใจ ก็หัวเราะไม่อายฟันหลอ บทจะโศก ก็น้ำหูน้ำตาไหล ปาดยาวไปถึงหู ไม่อายใคร เคยเป็นทั้งคนโกรธ และคนถูกโกรธ นับครั้งไม่ถ้วน ถ้าเป็นในยามนี้ ก็คงจะมีเสียงเยาะเย้ย อาการที่กล่าวมา อย่างให้ได้อาย โตๆกันแล้ว ต้องรู้จักตกแต่งใบหน้าอารมณ์ ดูกันไม่ออก ว่าที่กำลังพาทีอยู่นี้ แท้จริงแล้ว กำลังขุ่นข้องกันอยู่หรือเปล่า

  ใช้ชีวิตที่ยากขึ้นทุกที เพื่อนที่แสนรัก และโหยหากัน ก็มีอันเป็นแค่คนรู้จัก จะโอบกอดกันสักครั้ง ก็ดูจะไม่งาม จะให้ขนมก้อนที่กินไปครึ่งหนึ่งแล้ว ก็กลัวจะว่าดูถูก จะง้อก็กลัวจะเป็นผู้แพ้ จะให้อภัยก็กลัวจะเป็นคนอ่อนแอ ที่เขาพูดกันว่า เอาไว้โตเสียก่อน อยากทำอะไรก็ทำนั้น ผู้เขียนเริ่มไม่แน่ใจตนเอง ว่าการที่เราพ้นวัยเด็กมาแล้ว ทำให้เราจะได้ทำอะไรง่ายขึ้น จริงหรือ

  ประสบการณ์ในวัยเด็ก ของคนบ้านนอก อย่างผู้เขียน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตกับเพื่อนได้มากพอสมควร ไม่ใช่คนที่มามีเพื่อนเอาเมื่อเข้าอนุบาลนะ มีตั้งแต่ยังจำความไม่ได้โน่น มีหลายครั้งนะ ที่ผู้เขียนงอนไม่พูดกับเพื่อน ที่มาทำให้เราโกรธ เสียใจ แล้วเขาก็เฝ้างอนง้อ ชวนพูดชวนคุย เอาขนมมาแบ่งให้กิน มาชวนไปเล่นในสนุกๆ ที่เราชอบเล่นกัน แม้ตั้งใจไว้แล้วว่า จะโกรธให้นานที่สุด แต่ไม่เคยข้ามวันสักที ผู้เขียนก็ใจอ่อน เดินตามเขาต้อยๆ ไปเล่นกันอีก

 บางครั้งผู้เขียนก็เป็นผู้ถูกเพื่อนโกรธ คราวนี้ทำให้ซาบซึ้งในใจดีว่า การง้อคนนี้ มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ต้องลดทิฏฐิมานะจนหมด ยอมใช้เสียงที่คิดว่าอ่อนหวานที่สุด ที่จะสะกดให้เพื่อนหยุดฟังเรา ต้องเดาใจให้ออกว่าเพื่อนเราชอบอะไรนะ ที่จะทำให้อารมณ์ เขาดีขึ้นทันที และที่สำคัญ ขออย่าให้เขาเดินหนีเราไปเลย เพราะการจากกัน ขณะที่ไม่เข้าใจกัน คงเป็นความรู้สึก เหมือนมีหนามทิ่มหัวใจเราตลอดไป

 ผู้เขียนลืมไปว่า เด็กๆนั้น เรามีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ อภัยกันง่าย หายโกรธกันเร็ว ลืมเรื่องที่ถูกทำให้เจ็บใจได้อย่างรวดเร็ว ไม่คิดว่ามีการแพ้ ชนะ ขอเพียงสักคำหนึ่งที่ถูกใจ หรือถ้ายังไม่ยิ้ม ก็จะใช้วิธีการถึงตัว ขอกอดสักหน่อยนะ เท่านั้นแหละ กำแพงใจของเด็กน้อย ก็ทะลายลงทันที กลับมา คุยจ้อ จูงมือวิ่งตี๋อ เหมือนคนที่จากกันไปนาน กลับมาพบกันอีกครั้งเป็นครั้งแรก จำได้ดีถึงวันนั้น วันที่เราคืนดีกัน มันหวานชื่น ไปทั้งโลก พลอยทำให้ หมู่เพื่อนคนอื่นๆ พลอยสนุกสนาน ร่าเริง สบายใจไปด้วยทันที

  มาถึงวันนี้ ไม่ได้โกรธใคร หรือง้อใคร เป็นกิจจะ ลักษณะ มานานแล้ว ไม่ทราบว่า ถ้าถึงคราวเกิดเรื่อง ยังจะทำเหมือนสมัยเด็กๆอยู่ได้ไหม หรือศักดิ์ศรีในตัวเอง มันจะทำให้ผู้เขียนก้มหัวไม่เป็นแล้วก็ไม่รู้ คำของ้อ ขอเป็นเพื่อนต่อไป ตามที่ใจตั้งความปรารถนาไว้ เมื่อมาอยู่ต่อหน้า คนที่ผู้เขียนจะขออภัยเขา คำขอโทษมันจะหลุดพ้นริมฝีปากไปได้ไหม หรือผู้เขียน จะมีแต่ความแข็งขืน เอาใจใครไม่ได้เสียแล้ว ทั้งที่เพื่อนเราคนนั้น อาจรอ รอ รอเรา แต่มันอาจนานเกินไป จนเขากลับหลังหันจากไปแล้ว

  ถึงเวลานั้น ผู้เขียนไม่เคยลืม ความรู้สึกสมัยเด็กที่เพื่อนเดินหนีจากไปเลย มันใจหาย มันคิดถึง มันอยากจะวิ่งเข้าไปกอด แล้วบอกว่า กลับมาเล่นกับเราก่อนนะ อย่าเพิ่งไปเลย กลับมานะ

  แต่ถึงวันนี้

โลกแห่งความทรนง

ผู้เขียนคิดว่านะ ถ้ามีเพื่อนเดินจากเหมือนเมื่อวันวาน ซึ่งความรู้สึก ก็คงไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้น กับเสียงเรียกเพื่อน ที่คงจะแผ่วเบา ตามทิฏฐิมานะที่แรงกล้าที่เพิ่มขึ้น ตามวันเวลาที่สั่งสม  ก็คงไม่มีพลังทำให้เพื่อนหันกลับมาแน่นอน

                        จะมีประโยชน์อะไรไหม ที่ต้องมานั่งทบทวนตัวเองว่า 

                                        "That's Why You Go Away"

mltr - That's Why You Go Away