เมื่อวันศุกร์ที่ ๖ มิ.ย. ๕๑  สำนักเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีเขต ๑ ได้พาเพื่อนครูจากหลายโรงเรียนมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่โรงเรียนเพลินพัฒนา เรื่องเล่ามากมายที่ขยายจากวงเล็กสู่วงใหญ่ ในช่วงสุดท้ายก่อนจากกันนั้นสร้างความอิ่มใจให้กับทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

 

การโยงเรื่องในชีวิตจริงเข้าสู่บทเรียน เป็นหัวปลาย่อยที่เป็นประเด็นร่วมของกลุ่มหนึ่ง สมาชิกในกลุ่มพร้อมใจกันลงคะแนนให้เรื่องของ คุณครูพิศสมัย  ต่อพล จากโรงเรียนวัดพลับพลา เป็นเรื่องประทับใจ

 

ทำให้งานบ้านเป็นงานสนุก

 

งานบ้านเป็นงานสุดท้ายที่ทุกคนจะนึกถึง เพราะเป็นงานที่ทำเมื่อไหร่ก็ได้ เอาไว้ก่อนก็ได้ ในการเรียนวิชาการงานอาชีพ เด็กนักเรียนก็จะเลือกกลุ่มงานบ้านเป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะเห็นว่าน่าเบื่อ ในการเรียนเด็กก็มักจะปฏิบัติโดยหาเป้าหมายไม่ได้ เพราะเด็กไม่มีใจรัก

 

ครูพิศสมัยจึงมองใหม่ ว่าโรงเรียนนั้นคือบ้าน พูดคุยให้เด็กเห็นความสำคัญ ให้วิธีการที่ถูกต้อง และ ให้แต่ละกลุ่มแยกย้ายกันดูแลห้องเรียน ใต้ถุน รางน้ำ สนาม  ในตอนท้ายชั่วโมงครูก็เดินตรวจความเรียบร้อยของแต่ละกลุ่ม มีการสรุปผล อภิปราย และให้โอกาสไปปรับปรุงแก้ไข เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

 

ครูให้นักเรียนนำความรู้ไปปฏิบัติ แล้วตามไปตรวจความเรียบร้อยถึงที่บ้าน เป็นการติดตามผล

 

วิธีการนี้ช่วยให้ครูมีความสุขกับการสอนมากขึ้น เพราะไม่ต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไช เด็กๆ เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และส่งผลไปถึงการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของเขาด้วย

 

 

การเรียนแบบโครงงาน เรื่องที่เพื่อนครูประทับใจเป็นของ คุณครูปวีณา พุ่มพวง จากโรงเรียนบ้านช่องกะพัด

 

สร้างเด็กได้จากของในท้องถิ่น

 

ครูปวีณาตั้งต้นโครงงานการทำกระถางจากกาบมะพร้าวและน้ำยางพารา ด้วยการเล่าความฝันของตัวเองให้เด็กฟัง และร่วมคิดร่วมทำด้วยการลองผิดลองถูกไปด้วยกัน จนกระทั่งสามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพและสวยงามได้ พาให้ปลื้มใจไปด้วยกันทั้งครูและเด็ก

 

เป็นการเรียนความสำเร็จจากสิ่งทรัพยากรพื้นบ้านที่มีอยู่รอบตัว เด็ก ป.๖ ที่สร้างผลงานมากับมือ เมื่อย้ายไปอยู่โรงเรียนมัธยมแล้วก็ยังนำไปทำโครงงานในระดับมัธยมต่ออีก กลายเป็นฉันทะที่ต่อเนื่องไปจากฝันของครูที่หอบความฝันของตัวมาหลายจังหวัด จนมาสำเร็จสมบูรณ์ที่เมืองจันทบุรีนี่เอง