นี่คือบทสุดท้ายของการ AAR หนังสือ Teach Like Your Hair's on Fire, Penguin Books, 2007 ที่เขียนโดยครู Rafe Esquith
☼ สภาพของสังคมภายนอกห้อง ๕๖ ของโรงเรียน Hobart Elementary School ซึ่งอยู่ในใจกลางเมือง LA มีแต่จะทำให้จิตใจของครูท้อถอย
⊙ เด็กนักเรียนมาจากครอบครัวยากจน ชีวิตเต็มไปด้วยบาดแผล มีนิสัยเห็นแก่ตัว เด็กเกือบทั้งหมดที่เข้ามาเรียน ไม่เข้าใจว่าการศึกษาจะช่วยยกระดับชีวิตของตนได้อย่างไร
◙ ผู้บริหารโรงเรียนจำนวนมากได้ขายวิญญาณของตนไปนานแล้ว กระทรวงศึกษาก็ยังคงโกหกอย่างต่อเนื่อง บริษัทพิมพ์หนังสือ และบริษัทประเมิน/ทดสอบ ต่างก็ร่วมมืออย่างลับๆ กับผู้บริหาร ในการขโมย/แย่งชิง เอาความริเริ่มสร้างสรรค์ ความกระตือรือร้น และความเป็นอิสระ ในการเป็นครูประจำชั้น เอาไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน
▒ ดูเสมือนเป็นเรื่องเพ้อฝัน ที่จะทำหน้าที่ครูเพื่อให้การศึกษาที่เป็นเลิศแก่ศิษย์ในสถานการณ์สังคมปัจจุบัน แต่ความฝันนั้นคือความจริง ถ้าได้อ่านเรียงความของ ดญ. เจเน็ต ศิษย์เก่าของห้อง ๕๖ ที่เขียนเมื่ออายุ ๑๓ ปี เวลานี้ เจเน็ต เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย Notre Dame เรียงความเล่าว่า ชีวิตในห้อง ๕๖ ปั้นตัวเธอให้เป็นคนเช่นนี้ได้อย่างไร ต้องอ่านเองนะครับ จึงจะได้รสชาติ
☺ แต่ “ภาพรวมยิ่งใหญ่กว่าผลบวกของชิ้นส่วน” เมื่อครู Rafe ได้เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก ผู้ปกครองเด็ก องค์กรการกุศล และสังคมโดยรอบ ในลักษณะของ CAS – Complex Adaptive Systems ใส่ความอดทน ความเพียร สติปัญญา เข้าไป ผลที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ ก็เกิดขึ้น
◈ แม้ระบบการศึกษาจะเลวร้าย แม้สังคมโดยรอบจะเลวร้าย โอกาสที่จะเป็น “ครูเพื่อศิษย์” ที่ประสบความสำเร็จ ก็ยังมีอยู่เสมอ
จบการ AAR หนังสือ Teach Like Your Hair's on Fire, Penguin Books, 2007 ที่เขียนโดยครู Rafe Esquith แต่เพียงเท่านี้
คุณเปา ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล บอกว่าจะดำเนินการจัดแปลและพิมพ์เผยแพร่หนังสือเล่มนี้ และนำมาใช้ขับเคลื่อนขบวนการ “ครูเพื่อศิษย์” ในสังคมไทย
วิจารณ์ พานิช
๑๑ มิ.ย. ๕๑ ปรับปรุง ๓๐ มิ.ย. ๕๑
เมื่อได้มาอ่านงานเขียนของเมื่อสี่ปีที่แล้ว กลับทำให้ภายในของผู้อ่านฟื้นพลังขึั้นมา ภาพประสบการณ์ในอดีตของฉันเคยร่วมอยู่ในการเรียนการสอนที่มีชีวิตได้ผลุดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่หายไปนาน รับรู้ได้ถึงการถ่ายทอดงานเขียนที่มีชีวิตถึงแม้จะเขียนไว้นานแล้ว แต่เมื่อได้มาอ่านกลับยได้ต่อพลังชีวิตให้กับอีกคนได้ นี่คงเป็นอีกหนึ่งงานเขียนที่เรียกได้ว่า "งานเขียนไม่มีวันตาย" สิ่งที่อยู่ภายใต้ตัวหนังสือ คืออะไรกัน ที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อของผู้เขียนและผู้อ่านได้