การสร้างกระบวนการแบบกระบี่ไร้กระบวนท่า ไร้ตำรา แต่ไม่ไร้ความคิด ประดิษฐ์ถ้อยร้อยความ สู่ชีวิตที่สันติ

จากการเปิดการศึกษาการเสริมสร้างสังคมสันติสุข  ให้เป็นศูนย์เรียนรู้  ที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิด  เปิดจิตเปิดใจคุยกัน  สร้างเวทีใหม่ที่ไร้กระบวนท่า  เป็นพลวัตร  ด้วยคนที่เข้ามาแวดวงนี้ล้วนแล้วแต่กระบี่มือหนึ่ง  แถมมือถึงถ้วนทั่ว

ในการเดินทางไปที่โคราชครั้งนี้  ไม่มีความแยบยล  มีแต่ความจริงใจที่เปิดให้  แต่ลุงเอกก็ต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา  ทุกย่างก้าวประคองไม่ให้หกล้ม  ขนเอาวิทยายุทธ์แบบกระบี่ไม่มีครู  แบบไร้กระบวนท่า  หากมีครูแล้วไซร้  ใครๆก็จับทางได้  เวลาเดินไปปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์  เข้าไปดูแลแก้ไขในบางห้วงเวลา  ด้วยหวังว่าไฟแห่งจิตใจ  ผูกมิตรต้องติดให้ได้

บางห้วงเวลาลุงเอกเห็นกองไฟบัลลัยกัลป์  เริ่มลุกโหม  ต้องเข้าไปประโลมด้วย เสียงหวานๆประสานแห่งความรัก  หลายคนถามว่าเหนื่อยใหม  บอกได้ว่ามีความสุข  แถมไร้ทุกข์อีกตะหาก  พยายามสร้างให้เกิดสังคมเอื้ออาทร  หย่อนใจให้กัน  เติมจิตเติมใจใส่กัน  สร้างสรรค์สันติสุข

ห้องเรียนคือท้องทุ่ง  และพื้นที่  แม้ขณะจรรี  ก็มีกระบวนการ  บนรถก็เป็นห้องเรียน  ดีใจบางคนบอกว่าไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น  ไม่เคยได้ยินเรื่องราวต่างๆ  ท่านบรมครูดูออกจะภูมิแน่น  เดินไปไหนเปิดให้ซักไซร้  ให้ได้ความจริง
ด้วยว่าที่ไหนๆก็ห้องเรียน  เลิกคิดว่าเป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่มี  โต๊ะเก้าอี้เป็นทิวแถว  มีอันแต่จะเป็นอัมพาตทางกาย  ทางใจแถมทางสมอง  ทั้งผู้เรียนและผู้สอน  เอาเป็นว่าทุ่งนาก็ห้องเรียน  แถมห้องเรียนเดินได้ซะอีก

ครูบาอยู่ท่ามกลางเหล่าสุภาพสตรี

คนที่เข้ามาอยู่ที่นี่  มาจากถิ่นแดนไกล  จากใต้สุดถึงเหนือสุด  ขุดวิถีชีวิตเอามาเล่าสู่กันฟัง  ลุงเอกดีใจอย่างสุดซึ้งเริ่มจากทมึมตึงตอนพิธีเปิด  ด้วยหลายคนตระหนักถึงภาระ  จะต้องสอน  จะต้องแสดงละคร  จะต้องออกรายการ  จะต้องจ้างวานคนทำงาน  ต้องบัญชาการ  ล้วนแล้วแต่มีภาระ

 

บางคนซักไซร้แบบห้วงรักเหวลึก  จนลุงเอกต้องดึงออกจากหลุมพราง  บางคนได้อาหารอันโอชะในชีวิต  ลิขิตมิมีหยุดหย่อน  บางคนนอนหลับฟังก็มี

สรุปว่างานนี้มีแต่ได้  แถมการแยกย้ายขากลับ  ได้สดับฟังว่าหาเวลาว่างแทบไม่ได้  ทุกท่านกระหายที่จะคุย  จะร้องก้องไปทั้งคันรถ  สามวันนี้เหนื่อยแสนสาหัส  แต่มีความสุขกับทุกข์ทุกคนอื่นที่เลือนหาย  กลายเป็นพลังดั่งจิตหวัง  ขอให้พลังนี้อยู่คู่แผ่นดินไทยครับ