จากชื่อบันทึก ขี้เอ๋ย คายเอ๋ย ก่อนนั้นมีคำถามย้อนถึงตัวผู้เขียนว่า ตกลงเราจะขี้หรือจะคายดี โดยพิจารณาว่า การทำงานทุกวันนี้ มีผู้ทำงานจำนวนหนึ่งที่เราเรียกว่า "ผู้ฉ้อฉล" โดยเฉพาะวงราชการ ไม่เว้นแม้แต่ "ครู" ในวงสมาชิกร่วมเสวนาโต๊ะเล็กต่างพูดกันว่า ไม่มีใครดีสมบูรณ์แบบ

  เมื่อถึงคราวที่บุคคลเหล่าจำต้องลาร้างจากเวที หรือแม้แต่ผู้เขียนเองที่อาจจะเป็นเหมือนคนเหล่านี้ในอนาคต (หากไม่ตัดใจลาเวทีนี้เสียก่อน) เมื่อถึงวันนั้น เราจะขี้หรือจะคาย หลายคนกำลังนั่งทับเหล็กแหลม เมื่อทราบว่า เก้าอี้ตัวนี้ไม่ยั่งยืนเสียแล้ว ครั้นมันไม่ยั่งยืนเข้าจริงก็ต้องจากเก้าอี้ตัวนี้ไป ถ้าไม่คายออกมา ก็มีแต่สิ่งเน่าเหม็นให้คนอื่นที่เข้ามารับใหม่ได้สะสาง แต่ถ้าเกิดสำนึกที่ดี ก็คงจะคายออกมาบ้าง

  "เมตตาธรรมค้ำจุนโลก" เมื่อวานผู้เขียนฟังคุณปู โลกเบี้ยวจัดรายการทาง FM 95.00 คุณปูได้เล่าถึงการให้ทานต่อผู้บวชปลอมแบบ ให้เพราะความรำคาญใจ สิ่งนี้จะเป็นการสอนให้เขาทำอย่างนั่นต่อไป ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด เรามีความจำเป็นต้องทำความสะอาดบ้านเรือน เพื่อต้อนรับผู้เข้ามาใหม่ หรือหากไม่มีผู้เข้ามาใหม่จะด้วยเหตุอันใดก็ตาม ไวรัสชนิดนี้เป็นไวรัสที่ฆ่าตายยาก เพราะมันแพร่เชื้อไปสู่คนใกล้เคียงและต่อๆไปสู่คนอื่นๆ "ยากที่จะสะสาง" ให้สะอาดตลอดพื้นที่โดยรอบ ดังนั้น อันว่า "เมตตาธรรม" นั้นหมายความว่า "ทำความสะอาดด้วยจิตว่าง" อย่าได้ "ทำความสะอาดด้วยอาฆาตแค้น/พยาบาท) ฉะนี้แล ในคราวที่ดวงจันทร์เต็มดวงใสสะอาด มองดูอย่างไรก็ชื่นชมสมฤดี