แหม !!! เป็นครูคน แค่นี้ก็หัวใจพองโต จะแย่อยู่แล้วล่ะครับ ที่ได้เห็นลูกศิษย์ที่ตัวเองได้เข้าไปเป็นเฟืองเล็ก ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาไทย การสอนเด็ก ๆ ให้รู้หนังสือ การสอนให้พวกเขามีความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต

ผมได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสาขาวิชาฯ ให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษา รหัส ๔๗ ในปี ๒๕๔๗ ซึ่งถือเป็นนักศึกษารุ่นแรกในชีวิตการเป็นครูมหาวิทยาลัยที่ได้เป็นที่ปรึกษา

ในปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาในภาคเรียนที่ผ่านมา นักศึกษาได้ไปฝึกสอน ๑ ภาคเรียน และได้จบการศึกษาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงมีหลายคนที่เก็บหน่วยกิตในรายวิชาที่ตัวเองมีปัญหาอยู่ เช่น สอบตก ลืมลง ตั้งใจไม่ลง เป็นต้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักศึกษารุ่นนี้ที่จบไป นัดแนะแวะมา "ไหว้ครู" ในตอนเย็นหลังเลิกงาน โดยไม่ที่ไม่ได้นัดหมายอาจารย์มาก่อน

นักศึกษามากัน ๓ คน+อีกคนที่อยู่กับอาจารย์อีกท่าน (อันนี้เดี๋ยวเล่าให้ฟังในบันทึกต่อไปครับ) ... แต่งตัวกันมาด้วยชุดพื้นเมืองล้านนา ตามการรณรงค์การใส่ชุดพื้นเมืองทุกวันศุกร์ของจังหวัดเชียงใหม่

ทุกคนได้เป็นครู เริ่มสอนกันตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา

คนหนึ่ง ... ตอนเรียนห้าวหน่อย แต่ขี้โรค ... ได้เป็นครูอยู่โรงเรียนโปลิเทคนิคล้านนา อันเป็นโรงเรียนเด็กช่างเทคนิคและพณิชยการ ที่เพิ่งออกข่าวมาว่า ทำห้องน้ำให้นักศึกษาหญิง ประเภท ๒ แถมได้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษาห้องที่เกเรที่สุด แต่เล่าให้ฟังว่า หนูรำคาญมากเลยค่ะ อาจารย์ แต่หนูคิดว่า หนูเอาอยู่ค่ะ  ... ก็ได้ความเฮี้ยบมาจากอาจารย์นั่นแหละค่ะ (มันชมหรือเปล่าเนี่ย และผมควรภูมิใจไหมเนี่ย)

คนที่สอง ... เรียนเก่ง GPA ถึงเกียรตินิยมอันดับสอง แต่ไม่ได้ เนื่องจากได้ D ซะตั้งแต่ปีหนึ่ง ปัดโธ่ ! คนนี้เป็นครูอยู่โรงเรียนโกวิทธำรง โรงเรียนเอกชนที่บริหารแบบเอกชนแท้ ๆ ก็บอกว่า ได้รับความรู้เรื่องความละเอียดไปจากผม เช่น พิมพ์งานผิด ๆ ถูก ๆ เนี่ย ผมไม่ให้ผ่าน ทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น และมีความอดทนมากขึ้น

คนที่สาม ... เรียนเก่ง ตัวดำ หน้าตาน่ารัก คิกขุ ผอม ได้เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนปริ้นส์รอแยลวิทยาลัย โรงเรียนคริสต์ที่มีชื่อเสียงมากในเชียงใหม่ รวมถึงระดับประเทศด้วย ไปสอนชั้นประถม มาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ต้องเขียนแผนการสอนเน้นทฤษฎี BBL : Brain-Based Learning ศักยภาพทางสมองของเด็กนักเรียน บอกเหมือนกันว่า ได้ความรู้จากผมไปเยอะ ผมยังไม่ค่อยเชื่อเลย ผมว่า เขาเก่งอยู่แล้ว

คนที่สี่ ... เรียนเก่ง ได้เกียรตินิยมอันดับสอง ประสบปัญหาชีวิตส่วนตัว กำลังหางานอยู่ มีอาจารย์ดูแล  คนนี้ผมส่งเขาไปฝึกงานที่งานโสตทัศนศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๑ ภาคเรียนฤดูร้อน แต่ยังไม่เห็นผล

 

พวกเขาเลือกมาไหว้ครู ... เพราะความระลึกถึงบุญคุณครูที่มีต่อพวกเขา เย็นวันนั้นมีอาจารย์อยู่สองท่าน คือ ผม กับ อาจารย์ผู้หญิงที่ดูแลเด็กคนที่สี่อยู่

ผม กับ อาจารย์ผู้หญิงอีกท่านจึงรับไหว้ครู อำนวยพรให้เขาพบแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต และได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาถึงประสบการณ์ทำงานของเขา ประสบการณ์การเรียนที่ผ่านมาว่า เป็นอย่างไรกันบ้าง

เขาบอกผมว่า เขาได้อะไรจากผมไปเยอะ ผมจึงถามกลับไปว่า ได้อะไรบ้างหรือ ครูคิดว่า ครูยังค่อยได้สอนอะไรพวกเราเท่าไหร่นะ

เด็กคนที่สอง ที่สอนอยู่โรงเรียนโกวิทธำรงว่า หนูได้ทราบแล้วว่า การศึกษามิได้มีเฉพาะอยู่ในห้องเรียน แต่มีอยู่รอบ ๆ ตัวเรา ขึ้นอยู่กับเราจะค้นหามันเจอหรือเปล่าเท่านั้น เหมือนที่อาจารย์พยายามสอนหนูอยู่ตลอดเวลา

เด็กคนที่หนึ่ง ที่สอนอยู่โรงเรียนโปลิเทคนิคล้านนา บอกว่า หนูได้ความมีวินัย ความตรงต่อเวลา ความอดทนจากอาจารย์มา ผมก็เลยว่า อ๋อ ครูเป็นอย่างไร ลูกศิษย์ก็เป็นอย่างนั้นเนาะ :)

เด็กคนที่สาม ที่สอนโรงเรียนปริ้นส์รอแยลวิทยาลัย บอกว่า อาจารย์สอนให้หนูเข้าใจคอมพิวเตอร์มากขึ้น วิธีการสอนใหม่ ๆ ที่หนูเอาไปประยุกต์ได้

เด็กคนที่สี่ ที่ยังรองาน บอกว่า อาจารย์ให้ความรู้พวกเราทุกเรื่องค่ะ

 

ผมจึงบอกเขาว่า ผมดีใจที่ได้เห็นพวกเธอมีงานมีการทำ และครูขออวยพรให้พวกเธอเป็น "คนดี" ในสังคมนะ

ผมรู้สึกว่า สิ่งที่ผมตั้งใจให้พวกเขาทั้งหมด อย่างน้อยตอนนี้ก็มี ๓ - ๔ คนนี้แล้วที่เห็นคุณค่าและความตั้งใจที่ผมให้พวกเขา

 

แหม !!! เป็นครูคน แค่นี้ก็หัวใจพองโต จะแย่อยู่แล้วล่ะครับ ที่ได้เห็นลูกศิษย์ที่ตัวเองได้เข้าไปเป็นเฟืองเล็ก ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาไทย การสอนเด็ก ๆ ให้รู้หนังสือ การสอนให้พวกเขามีความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต

 

ขอบใจพวกเธอมาก ครูจะรอดูพวกเธอเติบโตเป็น "ครูที่ดี" และเป็น "คนดี" ในสังคมต่อไปนะ :)