สัมมนาพยาบาลศาสตร์ศึกษา : พัฒนาการของการจัดการศึกษาพยาบาล


ระดับวิชาชีพมีเพียงระดับเดียวคือระดับปริญญาตรี

ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ประชุมคณบดีและหัวหน้าสถาบันการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ของรัฐ (ทคพย.) และสภาการพยาบาล ได้จัดการสัมมนาพยาบาลศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔ เรื่องการสร้างเอกภาพและธรรมาภิบาลในการจัดการศึกษาพยาบาล ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้กว่า ๓๐๐ คน

หลังพิธีการเปิดการประชุม มีการบรรยายพิเศษเรื่อง “การจัดการศึกษาพยาบาล : ศักยภาพ เอกภาพ และคุณภาพ” โดย รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง ผู้นำในวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา

การบรรยายในหัวข้อนี้ทำให้เราได้รู้พัฒนาการการจัดการศึกษาพยาบาลจากอดีตถึงปัจจุบันอย่างชัดเจน ดิฉันจึงขอนำเนื้อหาจากการบรรยายมาบันทึกไว้

การศึกษาพยาบาลเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๔๓๙ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระราชทานกำเนิดโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และนางพยาบาลไข้ เป็นหลักสูตรชั้นประถมปีที่ ๓ เรียน ๒ ปี ระหว่างปี ๒๔๓๙-๒๔๙๙ การศึกษาพยาบาลไทยยังจัดอยู่ในระดับอาชีวศึกษา ยังไม่ได้เข้าสู่ระดับอุดมศึกษา

ปี ๒๔๙๙ เกิดโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์อนามัย ศิริราช เริ่มหลักสูตร ป.ตรี เป็นครั้งแรกในประเทศไทยคือหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (พยาบาล) รับผู้สำเร็จชั้นเตรียมอุดมศึกษา (ม.๘) เป็นหลักสูตรเตรียมครูพยาบาล สุภาพสตรีที่มีบทบาทสำคัญคือคุณหญิงพิณพากย์พิทยาเภท

ปี ๒๕๐๒ โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์อนามัย ศิริราช เริ่มหลักสูตรอนุปริญญาพยาบาลและอนามัย รับผู้สำเร็จชั้นเตรียมอุดมศึกษา (ม.๘) เป็นหลักสูตรเตรียมพยาบาลประจำการ

ปี ๒๕๐๒-๒๕๒๐ ในช่วงเวลานี้มีทั้งหลักสูตร ป.ตรี และอนุปริญญา เป็นการขยับตัวทั้งระบบ มหาวิทยาลัยเปิดใหม่ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น เปิดทั้งหลักสูตร ป.ตรี (๔ ปี) และหลักสูตรอนุปริญญา (๓ ปี) ดิฉันเรียนในยุคนี้ สมัยนั้นเราต้องเรียนผดุงครรภ์อีก ๖ เดือน ดังนั้นจึงเรียน ๔ ปี ๖ เดือน ส่วนสถาบันการศึกษาพยาบาลนอกมหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตรอนุปริญญาพยาบาล

ปี ๒๕๒๑ มีการยกระดับการศึกษาพยาบาลทั้งประเทศเป็นระดับ ป.ตรี หรือเทียบเท่า โดยรวมการพยาบาลและผดุงครรภ์เป็น ๔ ปี หลักสูตรในมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนจะเป็นหลักสูตร ป.ตรี ทั้งหมด ส่วนสถาบันการศึกษาพยาบาลนอกมหาวิทยาลัยเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรเทียบเท่า ป.ตรี นับเป็นทางออกที่งดงามของวิชาชีพ

ในปี ๒๕๒๔ รัฐบาลบีบ ต้องการพยาบาลโดยเร็ว จึงมีการเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลระดับต้น ยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล เป็นปัญหาที่มีผลกระเทือนอยู่ ที่มีการต่อรองกันไว้คือให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ป.ตรี เป็นหลักสูตรเฉพาะกาล ขึ้นทะเบียนชั้น ๒ ทำงานอยู่ในกำกับของชั้น ๑

ปี ๒๕๒๗ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ริเริ่มให้วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกเข้ามาเป็นสถาบันสมทบ นำไปสู่การสมทบของสถาบันการศึกษาพยาบาลนอกมหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยในเวลาต่อมา ทำให้การศึกษาพยาบาลไทยระดับวิชาชีพเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

ปี ๒๕๓๐ มีการปรับชื่อหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (พยาบาล) เป็นหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต เพื่อให้มีความเป็นหนึ่งเดียวหรือ unity

ปี ๒๕๔๒ ยุติหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลระดับต้น ใช้เวลาถึง ๒๐ ปีจึงสามารถยกเลิกหลักสูตรนี้ได้

ปี ๒๕๔๕ สภาการพยาบาลกำหนดนโยบายเพิ่มการผลิตผู้ช่วยพยาบาล เป็นระดับช่วยวิชาชีพ เพื่อให้สามารถ delegate งานส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องใช้คนจบ ๔ ปีทำ เป็นการจัด skill mix พยาบาลจะได้มีเวลาเหลือทำเรื่องใหญ่ๆ ได้และมีคุณภาพ

การศึกษาพยาบาลระดับพื้นฐานในวันนี้ ในระดับวิชาชีพมีเพียงระดับเดียวคือระดับปริญญาตรี และมีผู้ช่วยพยาบาล (Practical Nurse, PN) ๑ ปี ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย (Nurse Aid) เรียน ๓-๖ เดือน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะมีระดับกลางคือผู้ช่วยพยาบาลไม่เพียงพอ (ห้ามผู้ที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยใส่ชุดขาว เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค)

ทิศทางของการศึกษาปัจจุบันนั้นถูกต้องแล้ว แผนด้านกำลังคน จะต้องผลิตระดับ ป.ตรี เพิ่ม ส่วนผู้ช่วยพยาบาลมีทั้งระบบ ๗,๐๐๐ คน ตามแผนควรจะมีสัดส่วน RN:PN = ๕:๒ ขอให้สถาบันการศึกษาที่ผ่านการรับรองแล้วช่วยกันผลิต

สถาบันการศึกษาพยาบาลปัจจุบันมีอยู่ ๗๕ แห่ง การจัดการศึกษาที่จะนำไปสู่ศักยภาพได้นั้น จะต้องกำหนด Core Competency ร่วมกันและต้องกำหนดให้ชัด เมื่อปี ๒๕๔๓ สภาการพยาบาลได้กำหนด Core Competency สำหรับพยาบาลวิชาชีพไว้ ๑๔ สมรรถนะ และได้นำเสนอในการสัมมนาพยาบาลศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ ๓ (กรกฎาคม ๒๕๔๔)

เวลาจัดการศึกษาต้องเอา Core Competency ไปตีความ เมื่อปี ๒๕๔๘ WHO-SEARO ได้จัดประชุมในประเทศไทยร่วมกับ WHO Collaborating Center for Nursing and Midwifery Development สภาการพยาบาลได้นำเสนอ Core Competency ของเราและเอาไปผนวกกับของ ICN ด้วย

Nursing core competency มี ๕ domains คือ Professional, ethical & legal, Nursing care provision, Care management, Human relation, Continuous professional development

WTO involve เรื่องบริการการพยาบาลด้วย การให้บริการข้ามแดนต้องมีข้อตกลง ต้องขึ้นทะเบียนเป็น professional nurse ในบ้านเขา พอข้ามแดนแล้วก็ต้องมาปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเรา ต้องสอบ License ของเราและสอบเป็นภาษาไทย

การจัดการศึกษาพยาบาลจะเป็นเอกภาพได้ ต้องกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน วิชาชีพจะเดินไปทางไหน เป้าหมายคืออะไร ทิศทางในการพัฒนาวิชาชีพ แล้วปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ รักษามาตรฐานวิชาชีพ รักษามาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ

ส่วนเรื่องของคุณภาพ สภาการพยาบาลทำหน้าที่รับรองหลักสูตร รับรองสถาบันการศึกษา และ สมศ.รับรองมาตรฐานสถาบัน

วัลลา ตันตโยทัย

หมายเลขบันทึก: 190977เขียนเมื่อ 28 มิถุนายน 2008 13:09 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มิถุนายน 2012 17:07 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี