หมู่บ้านน้ำริน 2 จัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2491 เดิมทีเป็นหมู่บ้านเล็กๆโดยมีผู้คนจากหลากหลายถิ่นกำเนิดเดินทางมาตั้งรกรากปักฐานอยู่ด้วยสภาพภูมิประเทศเอื่ออำนวยต่อการเพราะปลูกทำการเกษตรเลือกสวน ไร่ นา สภาพทั่วไปพื้นที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาไม่สูงมากนัก พื้นที่ส่วนใหญ่ราบลุ่ม และที่สำคัญ ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติพอสมควร (ผมย้ายมาอาสัยอยู่สี่สิบกว่าปีแล้ว) ไม่ปรากฎว่ามีภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงแต่อย่างใด
ตำแหน่งที่ตั้ง ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
พื้นที่โดยประมาณ และสถานที่ราชการ/องค์กรต่าง ๆ ตำบลบ้านกลาง มี 27 หมู่บ้าน และ มี่พื้นที่ 328.02 ตารางกิโลเมตร (205,007 ไร่ ) จำนานประชากรทั่งหมด 20,270 คน จำแนกเป็น ชาย 9,893 คน หญิง 10,377 คน จำนวนคร้วเรือน 5,232 ครวเรือน มีวัด 15 แห่ง สำนักสงฆ์ 9 แห่ง สถานีอานามัย 3 แห่ง สถานศึกษา 14 แห่ง กองทุนหมู่บ้าน 27 กองทุน องค์กร ธนาคารชุมชน 1 องค์กร (ข้อมูลจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลาง เมื่อ ปี 2550 )
อาณาเขต ทิศเหนือ : ติดต่อตำบลสวนเมี่ยง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
ทิศใต้ : ติดต่อตำบลแก่งโสภา ,ต.แก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันออก : ติดต่อตำบลหนองกระท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันตก : ติดต่อตำบลบ้านยาง ,ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ และอำเภอเมือง
จังหวัดพิษณุโลก
หมู่บ้านน้ำริน 2 เป็นหมู่บ้านที่มีเส้นทางคมนาคมสดวกสบาย ประชาชนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตค้อนข้างที่ดี และเอาใจใส่ในการดูแลหมู่บ้าน
สภาพทางด้านเศรษฐกิจ : ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรกรรม และอาชีพเสริมด้านการรับจ้างใช้แรงงาน และ ค้าขายบ้างเล็กน้อย
สภาพทางด้านสังคม : ประชาชนมีการจัดกิจกรรมร่วมกันสมำเสมอ เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น เพื่อสร้างความสามัคี และมีการจัดการประชุมประชาคมเป็นประจำทุก ๆ เดือนเพื่อร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาของชุมชนที่เกิดขึ้นร่วมกัน
ปัญหาของหมู่บ้านชุมชน : ปัญหาความอยากจน,ปัญหาด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อหมุนเวียน
ในการประกอบอาชีพ,ด้านคุณภาพการศึกษาของประชากร,ปัญหาเรื่องความเข้าใจในการนำเทคโนโลยี่มาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพหลัก
ความต้องการของประชากรในหมู่บ้าน/ชุมชน :
> เข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ
> การศึกษา / ข้อมูล /เทคโนโลยี่ ทางด้านประกอบอาชีพ
> มาตรฐานทางด้านราคาซื้อ-ขาย ผลิตผลทางการเกษตร ที่ท้องถิ่นผลิตได้เอง
วิธีการแก้ปัญหา (วิธีของชุมชน )
1.สร้างระบบการพึ่งพาตนเอง
# ลดการเป็นหนี้นอกระบบ ที่มีอัตราดอกเบี้ยแพง
# สร้างอาชีพเสริม นอกฤดูการผลิตปกติ
# ติดต่อขอรับการสนับสนุน จากหย่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ภาครัฐ
2. จัดตั้งองค์กรเพื่อช่วยเหลือ กัน และ กัน เป็นการแก้ปัญหาระยะต้น
# กลุ่มออมทรัพย์ธนาคารชุมชน
ธนาคารชุมชน เพื่อ ชุมชน
สรุปปัญหา และ ความต้องการ การแก้ไขอย่างเร่งด่วน
เรามีปัญหาทางด้าน ความอยากจน
เรามีปัญหาทางด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ
เรามีปัญหารทางด้าน หนี้สิน ทั้งหนี้นอกระบบ - ในระบบ
จึงเป็นที่มาของ การรวมตัวกันและจัดตั้ง กลุ่มออมทรัพย์ธนาคารชุมชน
เป็นวิธีการ ที่อาจจะช่วยแก้ปัญหาที่มีแต่ทางตันให้กับหมู่บ้าน/ชุมชนอีกวิธีหนึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ปัจจุบัน อย่างน้อยก็เป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับคนจนในชนบทของหมู่บ้านชุมชนที่ผมได้อาศัยอยู่ตั้งแต่เด็ก จนวัยใกล้สูงอายุ
สรวีย์ ?.......
( ตอนที่ :1 )
**************************************************************************
(ตอนที่ :2 ) 18 สิงหาคม 2551
จุดเริ่มต้นของการ กำเนิดกลุ่มออมทรัพย์ ธนาคารชุมชนน้ำริน 2
ธนาคารชุมชนน้ำริน2 เกิดขึ้นจากแนวความคิดที่หมู่บ้านชุมชนประสบปัญหาความอยากจน ปัญหาหนี้สิน ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาที่อยู่อาศัย ปัญหาการศึกษาของเยาวชน ฯลฯ ผมซึ่งเป็นผู้นำชุมชนที่ทำงานเคียงคู่ไปกับผู้ใหญ่บ้าน อบต. และคณะกรรมการหมู่บ้าน ในการพัฒนาหมู่บ้านชุมชน มาโดยตลอดตั้งปี พ.ศ.2540 ใน พ.ศ.2544 รัฐบาลได้กระจ่ายเงินเพื่อพัฒนาระดับฐานราก ( รากหญ้า ) ในโครงการ กองทุนหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง การดำเนินการของหมู่บ้านเราได้รองทำแบบผิดบ้างถูกบ้างตามระดับความสามารถของแต่ละหมู่บ้าน หมู่บ้านน้ำริน2 หมู่ที่ 25 ตำบลบ้านกลางได้รับการสนับสนุนเงินจากโครงการในปี พ.ศ.2547 ช่วงปลายปี แต่กว่าจะจัดให้เป็นรูปร่างได้ก็ต้นปี พ.ศ.2558 โดยผมได้รับการยอมรับให้เป็นประธานในคณะทำงานในวาระแรก วิธีการเราได้เปิดรับสมัครสมาชิกภายในหมู่บ้าน ในขณะนั้นมีผู้มาสมัครจำนวน 98 คน โดยได้รับค่าสมัครรายละ 40 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และได้ให้สมาชิก กู้เงินในโครงการไปทั้งหมดจำนวน 1 ล้านบาทโดยคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่เราได้ประชุมประชาคมสมาชิกในอัตรา ร้อยละ 10 บาทต่อปี ปี พ.ศ.2549 ช่วงต้นปี เราเริ่มที่จะเรียกเก็บเงินกู้ที่สมาชิกได้ขอกู้ไปเพื่อนำส่งคืนเข้าระบบธนาคารต้นสังกัด ปรากฏว่าเรียกเก็บเงินกู้คืนได้ประมาณ ร้อยละ 50-80 ของเงินที่ สมาชิกได้กู้ไป ด้วยสาเหตุที่เกิดจาก 1. พืชผลทางการเกษตรที่ผลิตได้ไม่ดี 2. ราคาพืชผลที่ผลิตได้และนำไปขายได้ ราคาต่ำ 3. ค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนสูงมาก 4. ปัญหาต้องนำเงินบางส่วนไปชำระหนี้เงินกู้ที่กู้จาก ธนาคาร ธ.ก.ส. 5. ปัญหาหนี้นอกระบบที่ต้องกู้มาเพื่อลงทุนซื้อปุ๋ย,สารเคมีที่จำเป็นในทางการเกษตร สมาชิกบางส่วนหาเงินมาเพื่อชำระหนี้เงินกู้ที่ได้กู้ไปจากกองทุนหมู่บ้านไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการบริหารจัดการในระบบเป็นอย่างมาก จนในที่สุดผมจึงได้หารือกับคณะทำงานในทีมงานคณะนั้นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และเป็นการเตรียมการเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในปีต่อๆไปเป็นการริเริ่มแนวความคิดที่จะหาทางหาวิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างถาวรอีกด้วยโดยมีแนวคิดดังนี้ รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งกลุ่ม/องค์กร เป็นของชุมชนเองโดยการรับสมัครสมาชิกกลุ่มและมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้ 1.เพื่อการออมทรัพย์ของสมาชิกกลุ่มและประชาชนในชุมชน 2.เพื่อช่วยเหลือกันและกันภายในกลุ่มสมาชิกด้วยวิธีการ ให้กู้เงิน จากกลุ่มที่ระดมได้จากเงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากสัจจะ เงินที่สมาชิกร่วมลงหุ้น เป็นต้น เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ กองทุนหมู่บ้าน หนี้นอกระบบ และอื่นๆตามความจำเป็น 3.เป็นการฝึกนิสัยรักการออมเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและมีวินัยทางด้านการเงินแก่สมาชิกและชุมชนอีกด้วย เราได้รับการส่งเสริมสนับสนุนโครงการจากองค์กรภาครัฐทางด้านให้คำปรึกษาดังนี้ 1.สำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอวังทอง 2.สำนักงานพัฒนาชุมชนเขต พิษณุโลก 3.สำนักงานที่ว่าการ อำเภอวังทอง 4.ธนาคาร ออมสินสาขา อำเภอวังทอง 5.ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาวังทอง 6.สำนักงานเกษตร อำเภอวังทอง องค์กรของรัฐเหล่านี้เราไปขอคำปรึกษาทางด้านวิชาการ การบริหารจัดการ และทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนโปรกแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ปฏิบัติการในสำนักงานกลุ่มออมทรัพย์ธนาคารชุมชนทางธนาคาร ออมสินเขาเป็นผู้ดำเนินการจัดหามาให้ เป็นต้น
วันกำเนิดธนาคารชุมชนกลุ่มออมทรัพย์ เริ่มเปิดทำการวันแรก วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 คณะกรรมการบริหาร / ผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 9 คน มีสมาชิกวันแรก จำนวน 11 คน มีบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ครั้งแรก 11 บัญชี มีเงินที่รับฝากวันแรก จำนวน 1,100 บาท ( ไม่มีค่าสมัครสมาชิก ) คณะกรรมการบริหาร(ครั้งแรก)
1.นาย สรวีย์ กอนมน เป็น ประธานกรรมการ 2.นาย ลากรี แสนเรืองเดช เป็น รองประธาน 3.นาย คงคา ครสิงห์ เป็น เหรัญญิก รับผิดชอบการเงิน 4.นาย หนูลิตร ใจลิน เป็น ตรวจสอบ 5.นาย ธรรมเนียม กาขัน เป็น ฝ่ายเร่งรัดติดตาม 6.นาย สุพี รอบรู้ เป็น ฝ่ายเร่งรัด 7.นาง สะอาด สีหะวงค์ เป็น ปฏิคม ต้อนรับ 8.นาง ทองเย็น กอนมน เป็น ฝ่ายประสาสัมพันธ์ 9.นาย สว่าง เพียปลัด เป็น เลขานุการ เราได้ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่กันมาเป็นประจำทุก ๆ วัน เสาร์ ตั้งแต่ เวลา 08.00 ถึง 15.30 น ต่อมาก็มีผู้สนใจมาสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเลื้อยๆภายในสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ ปี นั้น มียอดเงินที่รับฝาก ถึง 3 แสน บาท เราได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวมาช่วยแก้ปัญหาให้กับบันดา ญาติ พี่น้องประชาชน และ สมาชิก ในการ ชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน ชำระหนี้ ธนาคาร ธ.ก.ส. และหนี้นอกระบบ ตลอดจนบรรเทาความอยากจนทางด้านอื่นๆอีกมากมายเลยทีเดียว ในที่สุดการดำเนินการของเราเป็นที่ยอมรับขององค์กรต่างๆ จึงได้สนับสนุนให้เราจดทะเบียน เป็น วิสาหกิจชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ ธนาคารชุมชนน้ำริน2 ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548 และ ทางธนาคาร ออมสิน ก็ได้ส่งเสริมให้คณะกรรมการได้มีความรู้ความสามารถทางด้านการบริหารจัดการ ในระบบบัญชี และระบบการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยจัดส่งคณะกรรมการไปอบรมตามสถานที่และเขตต่างๆตามสมควร ในปี พ.ศ.2550 ธนาคารออมสินสาขาวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ก็ได้อนุมัติเงินส่งเสริมกลุ่ม จำนวน 1.5 ล้านบาทเพื่อให้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถทางด้านพัฒนาศักย์ภาพแก่งองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ช่วงกลางปี พ.ศ.2550 ผมได้รับการอนุเคราะห์จาก องค์การส่งเสริมอุตสาหกรรม ฯ ช่วย อบรมในเรื่องของการส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ในโครงการ NEC ก็ได้รับความรู้ทางด้าน การบริหารจัดการ การบัญชี การตลาด พอสมควร ส่วนทางด้านสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ท่านก็ให้ความสนใจติดตามให้ความช่วยเหลือด้วยดีมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นทางด้านการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆแก่คณะกรรมการ ประสานงานระหว่างองค์กร ต่างๆ ให้กับเราเป็นอย่างดียิ่ง กิจกรรมหลักที่ปฏิบัติ งานรับฝาก – ถอน กลุ่มออมทรัพย์ธนาคารชุมชนน้ำริน2 ได้ให้บริการแก่สมาชิก และ ประชานชนทั่วไปในด้านการรับฝากเงิน และ ถอนเงินฝาก เพื่อออมทรัพย์ภายในหมู่บ้านชุมชน งานรับฝากสัจจะ กลุ่ม มีข้อกำหนดให้สมาชิกทุกคนมีวินัยทางด้านการเงินและรู้จักการออมทรัพย์แบบเป็นระบบโดยการให้สมาชิกต้องฝากเงินสัจจะเป็นประจำทุกๆเดือน เดือนละไม่น้อยกว่าเท่าที่เราได้ประชาคมกันไว้ งานด้านสวัสดิการ กลุ่ม มีสวัสดิการทางด้านการจ่ายเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับสมาชิกผู้ฝากเงินสัจจะแบบพิเศษรายเดือนๆละ100 บาทขึ้นไปโดยจ่ายเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยในคืนละ 200 บาท กรณีการเจ็บป่วยทุกโรค และจ่ายให้คืนละ 100 บาท สำหรับ ผู้ป่วยด้วยอุบัติเหตุต่างๆ และครั้งละ 30 บาท สำหรับผู้ป่วยนอกที่ไม่ได้นอนรักษาตัวในสถานพยาบาล งานให้บริการทางด้านเงิน กู้ แก่สมาชิก กลุ่ม ให้เงินกู้แก่สมาชิกผู้มีความจำเป็นที่ต้องการใช้เงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นตลอดจนการกู้เพื่อการลงทุนในด้านการประกอบอาชีพเป็นต้น โดยสมาชิกร่วมประชุมเพื่อประชาคมกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันเอง งานด้านสาธารณะประโยชน์ต่อหมู่บ้านและชุมชน กลุ่ม ได้จัดสรรเงินจากผลกำไรเพื่อสาธารณะประโยชน์ให้กับหมู่บ้านชุมชนจำนวนหนึ่งทุกๆปีเพื่อชุมชนจะได้นำไปใช้จ่ายเพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนและแต่ชุมชนเห็นสมควร เช่น โรงเรียน ,ผู้สูงอายุ ,ผู้พิการ และอื่น ๆ งานด้านการพัฒนาหมู่บ้าน และชุมชชน กลุ่ม ได้ร่วมมือกับชุมชนและให้การสนับสนุนส่งเสริมทางด้านการพัฒนาหมู่บ้านชุมชนอยู่ตลอดเสมอมา
พักก่อนนะครับ พบกันตอนต่อไปอาทิตย์หน้า ตอนที่ 3 **** สรวีย์ **** ************************************************************************************************************************************** 

