ผมเริ่มเขียนบันทึกนี้ขณะกำลังอยู่ในห้องประชุมที่ชั้นล่างของอาคารศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และเชื่อว่าคงเขียนไม่จบ ต้องไปต่อตอนเย็นหรือค่ำอีกเป็นแน  กิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่คือการอบรมครูต่างชาติรุ่น 6 ตามที่ได้กล่าวถึงไว้บ้างในบันทึกที่แล้ว

     เหมือนเดิมครับ ผมรับหน้าที่เป็นวิทยากรร่วมในหัวข้อเกี่ยวกับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครู และจรรยาบรรณวิชาชีพ (Related Regulations and Professional Ethics)  โดยทำงานร่วมกับอาจารย์ติ๊ก วิลาวัณย์ เหมือนเช่นเคย และก็แถมด้วยการเป็นคุณอำนวย+ คือทำอะไรหลายอย่างคลุกเคล้ากันไปตามความเหมาะสมเพื่อให้บรรยากาศแห่งการเรียนรู้เป็นไปด้วยดีและมีชีวิตชีวา  ปกติผมจะเฝ้าดูทุก Session อย่างต่อเนื่องรวมทั้งออก Field Trip ร่วมกับผู้เข้ารับการอบรมด้วย  คราวที่แล้วไปดอนหวาย และ Siam Cultural Museum ที่ราชบุรี  ส่วนคราวนี้เราจะพาพวกเขาไปเมืองโบราณ ที่สมุทรปราการ ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ครับ

      เมื่อเช้านี้ผมเข้ามาประมาณ 8.20 น. ก่อนออกจากบ้าน คุณยุ้ย จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาครู โทรบอกย้ำว่า สถานที่เปลี่ยนจากห้องประชุมนคณะ มาเป็น ห้องประชุมที่ชั้นล่างของอาคารศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย  เดินมาถึงหน้าอาคาร ใกล้ต้นกล้วย 2 ต้น ที่ ผมเคยเขียนถึง ไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ให้บังเอิญพบกับฝรั่งหนุ่มท่าทางใจดีคนหนึ่ง มองหน้า ยิ้มกันแล้วเขาก็ถามถึงการไปคณะศึกษาศาสตร์ ผมเดาว่าต้องเป็นหนึ่งในผู้มารับการอบรม จึงถามดูก็รู้ว่าใช่ จึงบอกว่าเราย้ายมาจัดที่อาคารนี้ ผมก็กำลังมางานเดียวกัน แล้วเราก็เดินเข้าสู่ตัวอาคารที่มีห้องประชุมเล็กอยู่ชั้นล่างด้วยกัน พบท่านคณบดี ผศ.จำรัส มีกุศล และทีมงานอีก 2-3 คนรอต้อนรับแขกผู้มาเยือนอยู่บริเวณหน้าห้องแล้ว 

    เป็นเรื่องบังเอิญอย่างยิ่งที่ฝรั่งคนที่ผมพูดถึงนั้น เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องและผมได้พูดคุยทักทายและชี้แจงเรื่องราวต่างๆต่อกลุ่มผู้เข้าอบรม  ถึงตอนที่ผมแนะนำตัวเองว่าอยู่ที่นี่ และสอนมากว่า 30 ปีแล้ว และเล่าย้อนว่าที่จริงแล้ว บ้านเกิดผมอยู่ไชยา และคลุกคลีอยู่กับสวนโมกข์มาแต่ยังเป็นเด็ก จนได้เคยบวชเรียนและจำพรรษาอยู่ที่นั่นช่วงหนึ่ง เมื่อปี 31 พูดจบก็มีคำถามจากฝรั่งคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับผมว่า รู้จักสันติกะโรมั้ย ผมก็รีบตอบว่ารู้จัก คุ้นเคย ชื่อจริงเดิมท่านคือ Robert Larson ตอนนี้กำลังดำเนินกิจกรรม เผยแผ่พุทธธรรม โดยตั้งหลักอยู่ที่ Liberation Park ที่ Chicago USA. แถมคุยต่อว่ายังเคยนิมนต์ท่านผ่านทาง e-mail ไปยังอเมริกา จนกระทั่งท่านได้มาสนทนาธรรมกับกลุ่มนักศึกษาของผมที่จันทรเกษมมาแล้วเมื่อปี คศ. 2000  ผมถามกลับว่าเขามาจากไหน พอตอบว่า เยอรมันก็เสี่ยงถามต่อว่าผมมีเพื่อนอดีตพระสวนโมกข์ชาวเยอรมัน ชื่อวิริยะ หรืออดีต วิริยะนันโทภิกขุ เขารู้จักหรือไม่ ก็ได้คำตอบว่ารู้จัก แถมบอกต่อได้แม่นยำอีกด้วย ว่าชื่อเดิมคือ Manfred .. ผมกลัวว่าจะกลายเป็นการนับญาติระหว่างเราสองคนก็เลยเบนเรื่องไปซักถามพูดคุยกับคนอื่นอีก 20 กว่าคนต่อไป  แต่ในใจนั้นรู้อยู่ว่าคงต้องได้ คุยยาว กับท่านผู้นี้อีกหลายเรื่อง และคงจะสืบเนื่องไปได้อีกนาน

    คงต้องพักไว้แค่นี้ก่อนครับ .. แต่ตั้งใจว่าจะเขียนเป็นบันทึกใหม่ เล่าเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในห้องอบรม ด้วยเทคนิคของผม  และกะว่าจะบอกแบบหมดเปลือกด้วยว่า ทำอะไร อย่างไรบ้าง และเหตุผลเบื้องหลังการทำอย่างนั้นด้วย .. โปรดคอยติดตาม