ธรรมชาติ เป็นคำเรียกรวมสิ่งต่างๆ ทั้งต้นไม้ สายน้ำ ก้อนหิน ดิน พืช และสัตว์มากมาย ที่แตกต่างหลากหลาย แม้แต่ก้อนหิน เราพบว่าแต่ละก้อนก็ไม่เหมือนกัน มีทั้ง ก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ สีขาว สีดำ สีเทา บ้างก็มีลวดลาย แต่ความแตกต่างเหล่านั้น มาอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สร้างสรรค์ และสร้างผลผลิตมากมาย เมื่อเราเข้าไปสำรวจธรรมชาติ เราพบเห็น นวัตกรรมจากธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ เพื่อปรับตัวให้เติบโต และอยู่รอด
ระหว่างทางที่พวกเราเดินเข้าไปสำรวจ โป่งเทียม ในป่า มีช่วงหนึ่ง หลงทาง มองไม่เห็นทางออก ตอนนั้น รู้สึกสับสน วุ่นวาย และกลัว รอบๆ ตัวเรามีแต่พงหญ้าสูงบังสายตา พวกเราตัดสินใจลุยต่อไปเพื่อหาทางออกไปสู่ถนน ...มีต้นไม้ต้นหนึ่งสูงตระหง่านอยู่ท่ามกลางพงหญ้าสูงท่วมหัว ผู้นำของเราตัดสินใจจะใช้วิธีปีนต้นไม้ เพื่อจะได้มองเห็นทางออกไปสู่ถนน ในกลุ่มเราประเมินกันว่า จะให้ผู้ชายที่แข็งแรงเป็นคนปีนขึ้นไป แต่ปีนไม่ได้และคนที่ช่วยดันรับน้ำหนักมากไม่ไหว จึงตัดสินใจเปลี่ยน ให้คนที่น้ำหนักเบาที่สุด ซึ่งเป็นผู้หญิง ปีนขึ้นไป ด้วยความที่ช่วยกันดัน และแรงปีน เราก็ประสบผลสำเร็จ และก็พบว่า ทางออกนั้นอยู่ไม่ไกลเลย “มองเห็นถนนแล้ว อยู่ข้างหน้าใกล้ๆ นี่เอง” ทุกคนในทีมดีใจมาก เหมือนเห็นแสงสว่าง กำลังใจกลับคืนมาอีกครั้ง พวกเราพากันลุยป่าออกมาอีกแค่ 10 ก้าว แล้วก็พบว่ามายืนอยู่บนถนนได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย สรุปว่าอุปสรรคในครั้งนั้นทำให้เราสร้างนวัตกรรม โดยนำต้นไม้มาเป็นเครื่องมือหาทิศทาง ต้นไม้กลายเป็นเครื่องบอกวิสัยทัศน์ ที่ทำให้เรามองเห็นอะไรจากที่สูง ทำให้เราสามารถเห็นภาพโดยรอบได้กว้าง ช่วยประเมินสถานการณ์ตอนนั้นได้จนประสบผลสำเร็จ


ในป่ามีต้นไม้ใหญ่ น้อย มากมายอยู่ร่วมกัน
ต้นไม้ทำให้เราเรียนรู้ว่า
ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และเป็นที่พักพิงอาศัยกับสิ่งมีชีวิตมากมาย เปรียบเหมือนกับผู้นำที่ต้องเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ให้ผู้ที่ด้อยกว่า และให้ความร่มเย็นแก่ทุกคนได้
ต้นไม้ล้ม สอนให้เรารู้ว่าเวลาที่เจอ อุปสรรค หรือสิ่งที่กีดขวาง เราต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ไม่ว่าจะกระโดดข้าม หรือลอดผ่านไป ไม่ยืนอยู่เฉย เพราะถ้าไม่ทำอะไรเราก็จะไม่สามารถผ่านมันไปได้

นอกจากนี้ สีของป่าทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงเรื่องความเปลี่ยนแปลงในชีวิต สะท้อนสัจธรรมในการดำรงชีวิตของเราได้
สีเขียวอ่อนของใบไม้ บอกถึงการที่สิ่งชีวิตใหม่ได้ก่อกำเนิดขึ้นมา
สีเขียวเข้มของใบไม้ บอกถึงความเข้มแข็ง สดใสในชีวิต เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
สีเหลืองของใบไม้ บอกถึงการก้าวย่าง เปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยชรา ความอ่อนแรง และ
สีน้ำตาลของใบไม้ บอกถึงการหยุด สิ้นสุดของชีวิต วันเวลาที่ร่วงโรย ใบไม้ร่วงสู่ดิน ทำให้รู้ว่าเรามาจากดิน แล้วก็ต้องกลับคืนสู่ดิน
มนุษย์ได้เรียนรู้ และนำสีสันจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในการสื่อสาร และใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ กลายเป็นเสื้อผ้าสีสันสดใสในปัจจุบัน
ในป่ายังสอนเรื่องความปลอดภัย เมื่อเจอปัญหา เช่นเต่า เมื่อพบอันตราย ก็จะหดตัวเข้าไปในกระดองเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งด้วงกระสุนจะม้วนตัวเองป็นทรงกลม ใช้ส่วนที่แข็งแรงห่อหุ้มส่วนที่บอบบางไว้ได้ ดังนั้นเมื่อเราเกิดอันตราย ก็สามารถใช้ท่าทางของเต่า และด้วงกระสุนเพื่อป้องกันตนเองจากอันตรายได้เช่นกัน


นอกจากนี้มนุษย์ยังได้เรียนรู้ว่า ธรรมชาติไม่เคยเงียบ ในธรรมชาติมีเสียงมากมาย เสียงลมพัด เสียงน้ำไหล เสียงก้อนหินกระทบกัน หรือเสียงกิ่งไม้เสียดสี เสียงร้องของสัตว์ต่างๆ เสียงเหล่านี้เมื่อฟังดีๆ ก็จะกลายเป็นจังหวะ มนุษย์ก็สามารถประยุกต์ และพัฒนาเป็นท่วงทำนอง กลายมาเป็นดนตรีได้ในที่สุด เราใช้ดนตรีเพื่อขับกล่อมจิตใจให้มีความสุข และผ่อนคลาย นับเป็นการสร้างนวัตกรรม ซึ่งมนุษย์ได้พบเห็น ได้สัมผัส และเรียนรู้จากธรรมชาติ


ธรรมชาติยังมีความรู้มากมาย ให้เราเข้าไปสำรวจ และเรียนรู้ ธรรมชาติให้ประสบการณ์กับเราว่าในทุกๆ ปัญหา มีทางออกเสมอ ถ้าเรามีสติ และเปิดใจที่จะเรียนรู้จากธรรมชาติเราก็สามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนที่จะปรับปรุง และสร้าสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีขึ้นมาได้ตลอด มาเรียนรู้กับธรรมชาติกันเถอะ.....
นี่เป็นบทความร่วมของกลุ่ม โฮะจัง เมื่อตอนไปสัมมนา Unlock idea ที่สวนป่าเจ็ดคด สระบุรี (ใกล้ๆนี่เอง) บรรยากาศธรรมชาติ สวยงามสุดๆ และได้อะไรกลับมามากมาย ทั้งความรู้ มิตรภาพ และที่สำคัญคือบทความที่เกิดจากประสบการณ์ และการสำรวจป่าของลุ่ม โฮะจัง ค่ะ
สิบเรื่องเล่าก็ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ไม่เท่าลงมือ งานนี้อยากลงเท้าด้วยจ้ะ
ขนาดฟังแล้วว่าน้องไปสวนป่าเจ็ดคต แต่ดูรูป ใจคิดไปว่า เหมือนริมทางขึ้นเขาใหญ่ที่เราเห็นกวางมากินน้ำ แล้ววิ่งลงไปถ่ายรูปกันจัง อ้าว ! ไม่ใช่นี่หว่า หน้าแตก
ประมาณความจำสีเหลืองแก่ เอ้ย เหลืองเข้ม เกือบจะใกล้น้ำตาลอ่อนแล้ว แต่อันนั้นมันเรื่องของกายจ้ะ
ธรรมชาติของจิต + ใจ มักจะมีสีเขียวอ่อน คอยหาช่องว่างเล็ดลอด แตกหน่อต่อยอดเสมอ
ว่าแล้วตกลง ที่บริษัทมีตำแหน่งอะไรว่างมั่งอ่ะ อยากจะลาออกแย้ว อิจฉา อิจฉา ประมาณตัวเตี้ยสั้นค่ะ ปีนต้นไม้ไม่ไหว ขอขี่คอคน Sunfood ดีกว่า เผื่อวิสัยทัศน์จะดี -_-