ยังมีคนใช้เชือกกล้วยอยู่อีกหรือ ?

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปถ่ายทอดความรู้ตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน (food safty) ที่  ม.3  บ้านทุ่งอ่าว   ต.ศรีวิชัย    อ.พุนพิน     จ.สุราษฎร์ธานี ที่เป็นงานตามภารกิจของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นเกษตรกรกลุ่มที่ผลิตผัก โดยพี่น้องเกษตรกรกลุ่มนี้เดิมเป็นคนเมืองใน ตามที่เรียกกันในท้องถิ่นหรือคนภาคกลางที่อาศัยมาอยู่ในแถบนี้นั่นเอง และแน่นอนว่าอาชีพที่พี่น้องเกษตรกรเหล่านี้มีความถนัดก็คือการปลูกผัก หลังจากที่ได้ถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนการเสร็จสิ้นก็เลยถือโอกาสเยี่ยมเยียนแปลงของพี่น้องเกษตรกลุ่มดังกล่าว ก็ไม่แตกต่างกับแปลงที่ปลูกกันโดยทั่วไป ซึ่งมีทั้งแปลงที่ปลูกเฉพาะผักอย่างเดียว และแปลงที่ปลูกแซมปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ ชนิดของผักที่ปลูกในช่วงนี้คือ แตงกวา บวบ และมะระจีน เป็นส่วนใหญ่ ก็ไปเยี่ยมชม 3 - 4 แปลง แต่กลับมาสดุดตาในแปลงสุดท้าย สิ่งที่ทำให้สายตาต้องหยุดจ้องมองด้วยความพินิจพิจารณา คือ มัดอะไรสักอย่าง 2 - 3 มัดที่วางอยู่บนถังน้ำหมักชีวภาพ เลยหยิบมาดูจึงรู้ว่าเป็นเชือกกล้วย จึงทำการเก็บภาพไว้ จึงสอบถามพี่ที่พาเยี่ยมชมแปลงว่านำมาใช้ผูกต้นบวบกับค้างเหรอ คำตอบที่ได้คือ ใช่ค่ะ จึงไม่รีรอที่จะลงไปในแปลงบวบที่เริ่มปลูกได้ไม่นานนัก เพื่อที่จะหาหลักฐานที่พิสูจน์ว่าเป็นความจริง และก็เป็นจริงอย่างที่พี่ได้บอกกล่าว ทำให้เกิดความรู้สึกว่ายังมีคนใช้เชือกกล้วยอยู่อีกหรือ ? ซึ่งผมเคยเห็นการใช้เชือกกล้วยมาผูกต้นพืชกับค้าง/ร้านนั้นเมื่อตอนผมอายุประมาณ 10 ขวบ ตอนนี้ผมอายุ 24 แล้วจึงจะเห็นการใช้เชือกกล้วยอีกครั้งหนึ่ง ตามความคิดของผมนั้น เชือกกล้วยเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เป็นประโยชน์มาก ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ซึ่งที่พบเห็นปัจจุบันนี้มักจะใช้เชือกฟางเป็นหลัก ทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจกับกลุ่มพี่น้องเกษตรบ้านทุ่งอ่าวขึ้นมาทันที ทั้งการมีอัธยาศัยดี และยังให้ความเป็นกันเอง กับเรา ทำให้อยากที่จะมาเรียนรู้วิถีการประกอบอาชีพการเกษตรในรูปแบบของคนเมืองในบ้านทุ่งอ่าวให้ลึกซึ้ง