งานคือความสุข ความสุขคืองาน

               ตั้งแต่ได้รับความชุ่มเย็น จากสายฝน ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน  ยาวมาจนถึงต้นเดือน มิถุนายน  จนฝนชาลงแล้ว  ความร้อนและแล้งมาแทนที่ตั้งแต่วันที่  15  มิถุนาเป็นต้นมาแล้ว นเป็นเหมือนคนละฟ้า คนละแผ่นดิน ตั้งใจไว้ คาดการณ์ไว้ว่าปีนี้เกษตรกรตกกล้าเยอะคงทำนาดำมากถึง 90 % ของพื้นที่ เพราะน้ำเต็มแปลงนา ทำนาหว่านไม่ได้ จำต้องตกกล้า  พอมาวันนี้นำที่ว่าเยอะ  ฝนไม่ตก  10 วัน  น้ำแห้งขอดแล้วในบางที่  คงเปิดโอกาสให้ชาวนาที่ไม่ต้องการลงทุนมาก ทำนาหว่านได้ เพราะน้ำมันแพง  ค่าแรงก็แพง ปักดำวันละ  170  บาท  จะรอดไหมหนอชาวนา  รอดน่า....ถ้าเราทำเอง.....เอาควายไถนา  เดินไปนา หรือขี่จักรยาน ขี่ควายไปนา  แต่ถ้าใครมีอาชีพจ้างคนทำนา.....ใช้นิ้งชี้แล้วจ่ายเงิน.....คงรอดยาก.....

              ในช่วงตั้งแต่หลังสงกรานต์  งานตามภารกิจต่าง ๆ  มากไม่มีโอกาสได้เข้ามาเขียนเลย ทั้งงานตามโครงการส่งเสริม เสวนา ดูงานอาสาสมัครเกษตร  เวทีวิสาหกิจกลุ่มใหม่ กลุ่มพัฒนา กลุ่มต้นแบบ อบรมเตรียมความพร้อม อบรมนำเข้าสู่การรับรองแปลง  งานยุวเกษตรกรคลื่นลูกใหม่ งานศูนย์เรียนรู้  ประชุมกรรมการศูนย์ประจำเดือน  ประกวดศูนย์  ประกวดผลงานส่งเสริม และยังมีงานจรที่มาโดยไม่ได้นัดหมาย  ทุกสัปดาห์ คือ การเป็นวิทยาการ และรับคณะดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง สัปดาห์ละอย่างน้อย  2  ครั้ง  ในความเหนื่อย  ความล้า  ความไม่ได้หยุด เป็นความสุข  เป็นความภาคภูมิใจ เป็นกำลังใจ เป็นพลังสร้าง.......สร้าง...สร้าง...ที่ทำให้ความเหนื่อย  ความล้า หมดไป เหลือแต่ความสุข  ความอิ่มใจ ....สมดังคำที่ว่า...งานคือความสุข  ...ความสุขคืองาน....มีความสุขได้เพราะมีงานให้ทำตลอด...ถ้านั่งหายใจเล่นเฉย ๆ........คงเป็นทุกข์.....มาก.....