สรุปผลโครงการพัฒนาผู้นำสหกรณ์
หลักสูตร
ผู้นำสหกรณ์ขั้นสูง
(The Diploma in Advanced Cooperative Leadership)
โดย
สถาบันพิทยาลงกรณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
บทที่ 1 บทนำ
1. บทนำ
เป็นที่ทราบและยอมรับกันทั่วไปว่า ยุคนี้เป็นยุคของโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยีฯ และเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ในการที่จะบริหารองค์การ บริหารกิจการสหกรณ์ให้ประสบความสำเร็จด้วยดี จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีผู้นำ ที่มีความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ มีจริยธรรมคุณธรรม มีเหตุ มีผล และมีวิสัยทัศน์สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับทีมงานและองค์การได้เป็นอย่างดี และมีภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ จนมีคำกล่าวว่า ภาวะผู้นำขับเคลื่อนองค์การ
ปัญหาของการพัฒนาสหกรณ์ในประเทศไทย ปัญหาหนึ่งคือ การขาดผู้นำที่มีความรู้ด้านการจัดการสมัยใหม่ การบริหารเชิงกลยุทธ์ องค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรที่จำเป็นในการบริหารองค์การและขาดการพัฒนาภาวะผู้นำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผู้นำที่ทันสมัยให้กับผู้มีบทบาทหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชา อันส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างขีดความสามารถในการขับเคลื่อนองค์การให้ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จึงได้จัดโครงการพัฒนาผู้นำสหกรณ์ ชื่อ หลักสูตร "ผู้นำสหกรณ์ขั้นสูง" (The Diploma in Advanced Cooperative Leadership) ขึ้น เพื่อการสร้างผู้นำระดับสูงของขบวนการสหกรณ์ ให้มีความรู้ มีทัศนคติที่ดี และมีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ให้เป็นพลังขับเคลื่อนสหกรณ์ที่สำคัญต่อไป
2. วัตถุประสงค์
1. เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำ (Leadership) แก่ผู้นำสหกรณ์
2. เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการบริหารจัดการ (Management Skills) แก่ผู้นำสหกรณ์ให้สอด
คล้องกับสถานการณ์ และความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคโลกาภิวัตน์
3. เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์เอกภาพ และเครือข่ายความร่วมมือ (Net work) ของผู้นำสหกรณ์ในการ พัฒนาสหกรณ์
4. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนา ภาวะผู้นำ
3. การบริหารโครงการ
3.1 ที่ปรึกษาโครงการ ประกอบด้วย
1.1 นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
1.2 นายเรืองชัย บุญญานันต์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
1.3 นายธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
1.4 นายมงคลัตถ์ พุกะนัดด์ ประธานกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์ฯ
3.2 คณะกรรมการบริหารโครงการ ประกอบด้วย
2.1 ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ประธาน
2.2 นายบุญส่ง พานิชการ ผู้อำนวยการสำนักจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) กรรมการ
2.3 นายสมชาย ศิริรุ่งกิจ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศฯ (กตส.) กรรมการ
2.4 นายพรชัย ลิมปภาส ผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อสถาบัน (ธ.ก.ส.) กรรมการ
2.5 ดร.ปรีชา สิทธิกรณ์ไกร หัวหน้าภาควิชาสหกรณ์ ม.เกษตรศาสตร์ กรรมการ
2.6 นายยม นาคสุข ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กรรมการ
2.7 นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์ฯ กรรมการและเลขานุการ
3.3 ผู้รับผิดชอบโครงการ
3.1 ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์ฯ ผู้อำนวยการโครงการ
3.2 หัวหน้าสถาบันพิทยาลงกรณ ผู้บริหารโครงการ
3.3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายฝึกอบรมที่ 1 เจ้าหน้าที่โครงการ
3.4 เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ เจ้าหน้าที่โครงการ
3.5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศ เจ้าหน้าที่โครงการ
4. กลุ่มเป้าหมาย จำนวนผู้นำสหกรณ์เข้าอบรม 40 คน ได้แก่
4.1 ผู้นำสหกรณ์ : กรรมการดำเนินการสหกรณ์ ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ และสมาชิกชั้นนำ (ร้อยละ 70)
4.2 ฝ่ายจัดการสหกรณ์ : ผู้จัดการสหกรณ์ (ร้อยละ 30)
5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
5.1 สามารถผลิตบุคลากรระดับผู้นำสหกรณ์ที่มีคุณภาพ ความรู้และความคิดตามเป้าหมายได้ จำนวน 40 คน
5.2 สามารถสร้างเครือข่ายผู้นำสหกรณ์ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีมีความร่วมมือและมีเอกภาพ
5.3 สามารถพัฒนาสถาบันการศึกษาทางสหกรณ์ที่สามารถรองรับนโยบายการพัฒนาผู้นำสหกรณ์ไทยได้
6. ตัวชีวัด
6.1 จำนวนคนเข้าอบรมครอบ 40 คน
6.2 จำนวนผู้เข้าอบรมผ่านการฝึกอบรม โดยพัฒนาจากโครงการพัฒนาสหกรณ์ที่ผู้เข้าอบรมทุกคนจัดทำเสนอ
6.3 ความพึงพอใจของผู้เข้าอบรมรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก
บทที่ 2 รูปแบบ วิธีการฝึกอบรม
1. รูปแบบการอบรม
1.1 การเรียนการสอนแบบผู้ใหญ่ เน้นการมีส่วนร่วม การวิเคราะห์การณีศึกษา
1.2 การเรียนในชั้นเรียน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณมาบรรยายและฝึกปฏิบัติ
1.3 การเรียนนอกชั้นเรียน โดยการศึกษาค้นคว้า และจัดทำรายงานตามที่อาจารย์มอบหมาย รวมถึง การเรียนทางไกลผ่านสือต่าง ๆ เช่น Tele Conference หรือ ทาง Internet
1.4 การศึกษาดูงานสหกรณ์ในต่างประเทศ
1.5 การศึกษาดูงานในประเทศ
1.6 กรณีศึกษาและการจัดทำรายงาน
1.7 การศึกษา จัดทำ และนำเสนอโครงการการพัฒนาสหกรณ์
2. วิธีการเรียน
วิธีการเรียนรูปแบบใหม่ที่เน้นการเรียนรู้ที่เรียกว่า Learning Forum ซึ่งจะมีทั้งการบรรยาย (Lecture) แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม (Workshop) กรณีศึกษา (Case Studies) ฝึกปฏิบัติและศึกษาดูงานโดยที่วิทยากรและทีมงานจะทำหน้าที่เหมือนที่ปรึกษา เป็นพี่เลี้ยง เป็นโค้ชที่จะช่วยในการแนะแนวทางให้เกิดแนวคิด วิเคราะห์และสามารถนำสิ่งที่ได้รับฟังจากการบรรยายไปปรับใช้กับการทำงานได้อย่างแท้จริง โดยเน้นการ Coaching, Mentoring และ Facilitator
เน้น ทฤษฎี 4 L's ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ช่วยสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย
L ที่ 1 คือ Learning Methodology
วิธีการเรียนรู้แบบใหม่เน้นความทันสมัยทั้งเนื้อหา หลักสูตร การวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น Workshop การทำ Assignment การวิเคราะห์กรณีศึกษา (Case Study) จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จในโลก ซึ่งวิธีการเรียน
จะเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และ Multimedia เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความสนใจและมีความรู้ที่ทันสมัย
L ที่ 2 คือ Learning Environment
การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ คือ การสร้างให้ห้องเรียนมีบรรยากาศของการแสวงหาความรู้ร่วมกันโดยจะจัดห้องเรียนแบบโต๊ะกลม เพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าอบรม สนุก สนใจ และมีส่วนร่วม บรรยากาศในการเรียนจะจัดให้ผู้เรียนมีโอกาสได้สัมผัสกับธรรมชาติ ผ่อนคลายจากความเครียด มีมุมกาแฟและหนังสือดี ๆ มีห้องสมุดเคลื่อนที่ที่มีหนังสือดี ๆ จากต่างประเทศที่หาอ่านได้ยากมาให้ผู้ที่สนใจสามารถอ่านและนำแนวคิดที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตของตนเองและการทำงาน มีมุมอินเตอร์เน็ตในการรับ - ส่ง e-mail และการ Search หาข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โดยที่จะเน้นปรัชญาการศึกษาแบบ Coaching, Facilitator, และ Mentoring บรรยากาศของการหาความรู้ที่ดีนั้นจะทำไปสู่ Creativity ทั้งนี้บรรยากาศการเรียนรู้จะเน้นมาตรฐานในระดับสากล (International Benchmark)
L ที่ 3 คือ Learning Opportunity
การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งเกิดจากการที่ผู้เข้ารับการอบรมได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน รวมทั้งโอกาสในการได้เรียนรู้และร่วมหารือกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และมีชื่อเสียงในระดับประเทศ ซึ่งจะสามารถสร้างให้เกิดโอกาสในการร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กันและกัน มีการสร้างเครือข่าย (Network) และหุ้นส่วน (Partnership) ทางปัญญา
L ที่ 4 คือ Learning Communities
การสร้างชุมชนในการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นโดยใช้ห้องเรียนเป็นจุดเริ่มต้น และขยายผลต่อไปในวงกว้าง ชุมชนโดยทั่วไป เป็นชุมชนแบบ Learning Community แต่หลังจากผ่านการอบรมในครั้งนี้แล้ว ก็จะเกิดชุมชนแบบ Digital Community สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลาทางอินเตอร์เน็ต อีเมล์ การโทรศัพท์สื่อสารกัน
คิดถึงเพื่อน ผนส 2 ทุกคน
ขอบคุณพี่ต้อย นพคุณ ที่อวยพรแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้
ทำให้วันเกิดปี้นี้ป้าหงวนมีความสุขที่สุด
และหวังให้เพื่อน ผสน 2 ทุกคนได้มีโอกาสมาเที่ยวล่องใต้
พร้อมวันไหน ผสน 2 พัทลุงทุกคนยินดีต้อนรับอย่างเต็มที่