(เล่าฮูแสวง กำลังร่ายมนต์สะกดโรคดื้อตาใส)

..ชีวิตมีหนึ่งเดียว..ตับมีอยู่ก้อนเดียว ปอดปีอยู่ชิ้นเดียว หัวใจมีดวงเดียว ทำไมต้องทำลายตนเองด้วย คำนี้..เล่าฮูพูดระหว่างเล่าเรื่องการทำงานให้ชาวบ้านฟัง ..ประเด็นการเตรียมตัว ชาวนาควรจะเตรียมตัวอย่างไร คนเราไม่มีชีวิตสำรอง ชาตินี้มีชีวิตเดียว จะปล่อยให้แห้งเหี่ยวหัวโตก็ตามใจ ผมแอบฟังก็นึกในใจ..ชีวิตเดียว ชีวิตเด้ง!..

ผู้ใหญ่แผงโพล้งกลางวง

..อาจารย์ครับ คนสมัยก่อนไปนา ถามหาจอบถามหาเสียม

แต่คนสมัยนี้ไปนา ถามหากุญแจ

กุญแจจะขุดจะทำอะไรได้!  ฮา!

กิจกรรมฝึกอบรมช่วงเช้า ตามที่เล่าไว้แล้วว่า เราจะฝึกอบรมให้เกษตรการเป็นชาวนา รู้หน้าที่ มีความรัก มีความชอบในอาชีพการงานของตนเอง ผมแจงงานให้ ชวนแต่ละกลุ่มไปพื้นที่ทำงาน เล่าให้ฟังว่าต้องทำอะไร งานนี้มีความสำคัญอย่างไร เมื่อทราบแล้วเขาจะภาคภูมิใจ ตั้งใจทำ..แม่ใหญ่รุนบอกว่า..ไม่ต้องห่วง อิฉันจะทำให้เรียบร้อยจนที่สุด

ผมเดินสังเกตไปเห็นว่ามีวัชพืชชนิดหนึ่ง ใบเล็กๆกลมๆ ทอดยอดคลุมหน้าดินขยายตัวเร็วมาก มีดอกเล็กๆสีขาว ถ้าเรานำไปปลูกแทนหญ้าสนาม เราก็จะได้สนามที่สวยแปลก

โจทย์ข้อนี้เป็นไปได้ไหม? เป็นจริงไหม? ทำไมเราจะต้องเสียเงินซื้อหญ้ามาปลูก พืชในพื้นถิ่นเราไม่มี หรือมีแต่ไม่ดีพอจริงหรือ คำถามนี้จะไปถามใคร?  ถ้าเราไม่ถามกันเอง !

แม่ใหญ่ช่วยกันถอนวัชพืช เก็บกิ่งไม้เศษไม้ทำความสะอาด เพื่อให้เป็นพื้นที่ติดตามความเจริญของพืชชนิดนี้ ภาษานักการศึกษาเรียกว่า พื้นที่เผชิญความรู้ใหม่ อะไรใหม่ๆน่าสนใจน่าติดตาม ใช่ไหมครับ? ประเด็นนี้หรือเปล่าที่จูงใจให้นักวิจัยทุ่มเทศึกษา เพื่ออยากเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ซ้ำใคร ถ้าอธิบายตามสไตล์เฮฮาศาสตร์ก็คือ ทำเรื่องธรรมดาให้เป็นเรื่องพิเศษ

บัดนี้ท่านที่รัก

ผมมีพื้นที่ประมาณ20ตารางวา

ที่จัดการให้เป็นแปลงศึกษาพืชชนิดใหม่

ไว้ติดตามดูความเป็นไปอย่างสนุก

เห็นไหมครับ

โจทย์วิจัยมีอยู่รอบตัวรอบใจเรา

 

Key Word :

“เราต้องรักแม่พระธรณี ถ้าเรากลับตัวกลับใจ แม่ธรณีอภัยให้เสมอ”