คลิกดูเพิ่มเติมที่ http://www.ptms.mahidol.ac.th/ptrpm/index.php?option=com_content&task=view&id=57&Itemid=45
1. ผู้บำบัด หรือ ตัวผู้ป่วย
2. กิจกรรมที่มีเป้าหมาย
3. กระบวนการสอนและการเรียนรู้
4. สัมพันธภาพระหว่างผู้บำบัดกับผู้ป่วย
5. การปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
1. โปรแกรมกิจกรรมสำหรับผู้รับบริการเด็ก
บทบาทของนักกิจกรรมบำบัดที่จะช่วยเหลือเด็กด้านการส่งเสริมและป้องปันความพิการซ้ำซ้อน การบำบัดรักษาตามกระบวนการของวิชาชีพ ส่วนการให้บริการนั้น ประกอบด้วยการบำบัดเด็กโดยตรง (Direct Service) หรือการสอน แนะนำบุคลากรอื่นถึงวิธีการช่วยเหลือเด็กเพื่อให้การบำบัดรักษาเด็กอีกต่อหนึ่ง (Indirect Service ) สถานที่ในการให้บริการได้แก่ โรงพยาบาล ชุมชน สถานีอนามัย โรงเรียน หน่วยงาน ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ เป็นต้น
แนวคิดกิจกรรมบำบัดในเด็ก
นักกิจกรรมบำบัดพิจารณาเด็ก สิ่งแวดล้อมของเด็ก และการปฏิสัมพันธ์ของเด็กต่อสิ่งแวดล้อม ต่อตัวเด็กแบบองค์รวม โดยเชื่อว่าเด็กมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบทบาทสำคัญของนักกิจกรรมบำบัดเด็กจึงเป็นการวิเคราะห์ความสามารถในการประกอบกิจกรรม (functional performance) เพื่อแยกแยะปัจจัยต่างๆและนำไปสู่การตั้งเป้าหมายในการบำบัดรักษา
จุดประสงค์ของการให้กิจกรรมบำบัดในเด็ก
เพื่อเป็นสื่อการบำบัด ประเมิน หรือการวิเคราะห์ กระตุ้นทักษะให้เกิดขึ้นแก่เด็กด้านต่างๆดังนี้
1. เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกายของเด็ก
2. เสริมสร้างนันทนาการที่เหมาะสมกับเด็ก
3. พัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถในด้านกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง
4. พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองให้แก่เด็ก
2. โปรแกรมสำหรับผู้รับบริการผู้ใหญ่
2.1 กิจกรรมบำบัดเมนู ใช้สมุดภาพกิจกรรมเพื่อพัฒนา ทักษะเบื้องต้นของการทำกิจวัตรประจำวันและการพักผ่อน เป็นการใช้สมุดภาพกิจกรรมให้ผู้ป่วยเลือกว่าต้องการทำหรือฝึกกิจกรรมอะไร
2.2 กิจกรรมบำบัดชีวิตมีสุข เน้นการจัดกิจกรรมการรักษาเบื้องต้นสู่การเรียนรู้ทักษะการทำกิจกรรมในชีวิตจริง
เป็นการรักษาที่มุ้งเน้นทักษะในการดำเนินชีวิตจริงของผู้ป่วย ได้แก่
- กิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การใส่เสื้อผ้า การรับประทานอาหาร การเคลื่อนย้ายตัว การสื่อสารเป็นต้น
- กิจกรรมการทำงานและการเรียน เช่น การฝึกทักษะอาชีพ และการฝึกทักษะทางการเรียน หรือการเขียน การพิมพ์ดีดหรือการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
3. โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับบุคคลทั่วไป
3.1 การจัดการตนเองเพื่อความสมดุลของการใช้เวลาว่างและการทำงาน ได้แก่ กิจกรรมยามว่างหรือกิจกรรมกลุ่มทางสังคม ซึ่งให้การบริการทั้งผู้ป่วยและบุคคลทั่วไป ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การเล่นเกมต่าง ๆ ดนตรี ศิลปะ เป็นต้น
3.2 การจัดการความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมการดำเนินชีวิต
เป็นโปรแกรมที่ รับให้คำปรึกษาและให้วิธีการจัดการเกี่ยวกับการจัดการความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมการดำเนินชีวิต ด้วยเทคนิคทางกิจกรรมบำบัด ต่างๆ
3.3 เสวนาการจัดการความรู้ให้ผู้ดูแลผู้ป่วยหรือ ผู้ปกครอง ด้วยเทคนิคทางกิจกรรมบำบัด