วานนี้มติชนรายงานข่าว <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=37258&catid=19" target="blank">  ทหารส่ง 823 ม้งลาว ปิดถนนกลับบ้านเกิด</a> (22 มิถุนายน 2551) ประเด็นเรื่องม้งลาวที่อพยพเข้ามาใหม่นั้น เป็นประเด็นที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางใน การประชุม CERD ด้วย

 การนำเสนอของ ผู้บัญชาการเฉพาะกิจผสมพลเรือนตำรวจทหาร เขาค้อนั้นมองว่าม้งลาวเหล่านี้ถูกหลอกลวงให้อพยพเข้ามาประเทศไทย เพราะหวังว่าจะได้รับพิจารณาให้ส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ผู้เขียนมองว่าอาจเป็นการปฏิเสธโดยนัยว่าคนกลุ่มนี้ เป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง ไม่ใช่ผู้หนีภัยการสู้รบ หรือหนีภัยที่จะก่อให้เกิดอัตรายถึงกับชีวิตอย่างแท้จริง แต่เข้ามาโดยถูกหลอกให้จ่ายเงินแก่ผู้อื่นนำพาตนเข้ามายังประเทศไทย หรือเต็มใจเข้ามาเพราะเพื่อหวังจะได้ไปประเทศที่สาม 

กรณีกลุ่มชาวม้งลาว 4,000 คน ลุกฮือแหกด่านในพื้นที่ควบคุมชั่วคราวบ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ประท้วงปิดถนนทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา และคืนวันที่ 21 มิถุนายน ทหารสามารถสลายการประท้วงของกลุ่มชาวม้งลาวลงได้นั้น

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 มิถุนายน พล.ต.สมชาย อุตมะ ผู้บัญชาการเฉพาะกิจผสมพลเรือนตำรวจทหาร เขาค้อ (ผบ.ฉก.พตท.เขาค้อ) ทำพิธีส่งชาวม้งลาว 111 ครอบครัว รวม 823 คน กลับบ้านเกิดประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่กองพันทหารม้า ที่ 28 ค่ายพ่อขุนบางกลางหาว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ 111 ครอบครัว ชาวม้งลาว เพื่อใช้ดำรงชีพเบื้องต้นด้วย

ทั้งนี้ พล.ต.สมชายขอให้ชาวม้งลาวกลุ่มนี้ช่วยแพร่กระจายข่าว ไม่ให้ราษฎรชาวลาวรายอื่นๆ อย่าหลงเชื่อผู้ที่ไปแอบอ้างหลอกลวงว่าสามารถพาอพยพไปอยู่ในประเทศที่สาม กระทั่งพาลักลอบเข้าประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องเพ้อฝันและไม่เป็นความจริง ต้องเสียทรัพย์สินหมดเนื้อหมดตัว (เน้นข้อความโดยผู้เขียน)

หลังเสร็จสิ้นพิธีชาวม้งลาวกลุ่มนี้ต่างพากันขึ้นรถบัสท่ามกลางเสียงร่ำไห้ดังระงม บางรายถึงกับเกลือกกลิ้งไปตามพื้นคอนกรีต กระทั่งเวลา 10.30 น. รถบัส 15 คัน ที่บรรทุกชาวม้งลาวมุ่งหน้าไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ จ.หนองคาย กลับ สปป.ลาว

อย่างไรก็ตาม ตามสนธสัญญา  ICCPR รัฐไทยและผู้ดำเนินการย่อมต้องคำนึงหรือไม่ว่า "ม้งลาว" เหล่านี้ จะต้องเผชิญอะไรบ้างเมื่อถูกส่งกลับ เเม้เขาจะไม่ได้รับการคุ้มครองโดยนิยามของอนุสัญญาว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัย หรือมิได้รับความคุ้มครองในฐานะ "ผู้ลี้ภัย"  เป็นเรื่องที่อนุฯ ชายขอบ จะต้องหาคำตอบต่อไป