15 มิถุนายน 2551 กระบวนการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ปิดท้ายในวันนี้ จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้น้องๆได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ เวลาที่มีสั้นกับผลที่คาดหวังที่อยากให้ว่าที่คุณหมอได้ติดตัวกลับไป ทำให้ผู้รับบทกระบวนกรของวันนี้อย่างฉันหนักใจอยู่บ้าง แต่พอรำลึกได้ว่า เฮฮา5 ได้ฝึกสอนให้ฝึกการแขวนความคิด ฝึกการวางใจให้นิ่งเพื่อรับและฟังจนได้ยินเสียงในตัวเอง ฉันก็เริ่มวางความคิดแขวนไว้ ใช้ใจฟังน้องๆเก็บเกี่ยวความรู้สึกในใจของพวกเขา ร่วมทางเรียนรู้ความรู้สึกของตนไปด้วยกัน กติกาในรอบนี้ ฉันให้น้องๆจับไมค์พูดเองค่ะ พร้อมทั้งบอกว่า คราวนี้ไมค์จะถูกวางให้มาหยิบไปเอง จะไม่มีการยื่นไมค์ให้ แม้จะมีความเงียบไม่มีใครหยิบไมค์พูด ก็จะรอกันภายใต้ความเงียบนั้น จะไม่เร่งรัดชี้ตัวใครให้พูด หากใครพูดแล้วมีการหยุดเว้นไป เงียบไป ก็จะรอกันจนกว่าคนๆนั้นจะพูดจบ จะไม่โยกไปให้คนอื่นพูดค่ะ
บรรยากาศตอนนี้ ท้าทายคนเป็นกระบวนกรมากค่ะ ได้เรียนรู้ตัวเองในเรื่องของการติดกรอบภายใต้เงื่อนไขที่รู้ชัดคือเวลามีจำกัด จะทำอย่างไรหากไม่มีใครหยิบไมค์พูด เป็นเพราะฉันแขวนความคิดไว้แล้วฉันจึงไม่ติดกรอบเรื่องเวลาที่มีจำกัดค่ะ ฉันมั่นใจว่ามีเวลาที่ยืดหยุ่นได้อยู่ที่เราจะไปจัดการให้มันมี ในระหว่างต้นๆ มีเด็กไม่กี่คนที่หยิบไมค์พูด มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่พูดสั้นมากๆค่ะ แต่พอบรรยากาศลื่นไหล พลังใจที่น้องๆหลายคนแสดงออกมาคงส่งผลให้น้องเกิดพลังที่อยากพูดออกมาให้ได้ยิน น้องจึงคว้าไมค์มาพูดให้ฟังเป็นรอบที่สองค่ะ
เรื่องที่จะเล่าเป็นเรื่องของหนุ่มน้อยคนหนึ่ง มันบอกกระบวนกรอย่างฉันว่า ฉันทำงานสำเร็จเกินความคาดหวังค่ะ เขาเล่าว่า เขาเข้ามาเรียนแพทย์เพราะแม่ที่เป็นพยาบาลอยากให้เรียน ความรักแม่เขาจึงมาเรียนในขณะที่ตัวเขาเองไม่ชอบเท่าไร เรียนไปๆใช้ชีวิตกับรุ่นพี่ไป สิ่งที่ได้พบเห็นทำให้เขาเกิดคำถาม ทำไมเมื่อทำงานไป พี่ต้องมีการตัดสินใจในการยุติชีวิตของใครๆก็ตามที่มาให้ช่วยเหลือ ด้วยเหตุผลเพียงว่า ช่วยไปแล้วก็ยากที่จะทำให้ชีวิตนั้นๆได้คืน ทำไมมันจึงเหมือนไม่ใช่การดูแลแบบคนรักษาคน เขาพูดกับตัวเองว่า คอยดูเถอะเขาจะไม่ทำอย่างที่เห็นรุ่นพี่ทำ เขาจะทำให้ดูว่าทำอย่างอื่นได้อีก เสียงที่เล่าตอนนี้ ฉันสัมผัสได้ว่า มันผสมความขึ้งโกรธ ความไม่เข้าใจ และมีคำถามที่ตอบไม่ได้ปนอยู่ในใจเขาค่ะ เสียงที่กล่าวบอกออกมา มันเครือปนสะอื้นฟังแล้วมันสะเทือนใจฉันทั้งใจเลยค่ะ ได้ฟังเลยอดไม่ได้ที่จะมีน้ำรื้นบอกตาค่ะ
เด็กๆคงจะเห็นฉันแอบซับน้ำที่รื้นลูกตาค่ะ เมื่อฉันเอ่ยเกริ่นกับเขาเพื่อชวนพวกเขาเล่าคติชีวิตที่เขาได้จากการมาใช้ชีวิตที่สวนป่าครั้งนี้ว่า เมื่ออยากจะร้องไห้เราก็ร้อง เพราะเรามีความเป็นมนุษย์ ฉันว่าคำพูดนี้คงสะเทือนถึงใจของพวกเขาเช่นกัน เรื่องราวต่างจึงไหลเล่าออกมาจากใจของหลายๆคน ขอกลับมาที่เรื่องของหนุ่มน้อยต่อค่ะ ในกิจกรรมรอบหลังสุด หนุ่มน้อยพูดออกมาให้ฉันชื่นใจค่ะว่า ผมจะเป็นหมอที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ให้ได้ครับ

อีกหนุ่มหนึ่งที่ช่วยให้กระบวนการลื่นไหล ด้วยการเปล่งคำว่าเปิดใจให้วงสนทนาได้ยิน สิ่งที่น้องได้พูดเป็นคำพูดที่น้องรู้สึกจากประสบการณ์ทั้งหมดที่นี่ จากการได้สัมผัสกับความรักและเมตตาที่ทีม ณ สวนป่า มอบให้ น้องคนนี้ใจเปิดเร็วจริงเลยค่ะ น้องบอกกับเพื่อนๆว่า แค่เปิดใจให้กัน อุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน ก็จะเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว
มีสาวหนึ่งได้พูดในระหว่างทำกลุ่มตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ ว่าเธอมาเรียนหมอเพราะแม่เธอบังคับ เธอต้องละวางทุกอย่างที่เธอชอบเธอรัก คือ การทำงานศิลปะ การเลือกคบกับเพื่อน ด้วยเหตุผลเดียวคือ แม่ไม่ชอบให้ทำ วันที่ได้ทำกลุ่มเธอเปิดใจเล่าหมด ว่าเธอรู้สึกอย่างไร เธอปรับตัวอย่างไร และในวันนี้นั้น เธอพูดให้รู้ว่า เธอไม่ทุกข์อีกแล้วที่จะต้องเป็นหมอ เธอรู้แล้วว่าเธอจะทำอะไรได้ต่อไปกับสิ่งที่เธออยากทำ
อีกสาวหนึ่งที่ยอดมากทำให้อึ่งอ๊อบแอบทำท่าขยับศอกถูกใจ ไชโยอยู่เงียบๆด้านหลัง เธอเล่าสิ่งที่ใจเธอรู้สึก แล้วเธอก็บอกมาว่า อยากจะทำอะไรตามใจก็ทำตามใจได้เลย เธอเล่าให้เพื่อนฟังว่าเธอคิดอย่างไรด้วยการร้องเพลงเพราะๆออกมาดังๆเพลงหนึ่งค่ะ ในเพลงนั้นมันสอนเรื่องความอดทนด้วยนะค่ะ

บรรยากาศวันนี้ ดีมากๆจนผู้ใหญ่หลายคนนิ่งเงียบไปเลยค่ะ ส่วนบรรยากาศในวง เมื่อใจมันสะเทือน ก็จะมีบางคนแอบน้ำไหลออกตา เพื่อนที่คอยสังเกตเพื่อน ก็จะขยับตัวไปรุมล้อม ฉันได้เข้าไปแยก ปรามให้ปล่อยวางไป แต่ไม่สามารถเบรก การส่งกระดาษให้กันและกันเพื่อให้ใช้ซับน้ำตาได้ค่ะ แล้วในช่วงหลังๆ เด็กๆคงรู้สึกกดดันกับบรรยากาศเร้าความรู้สึกตน บางคนจึงเริ่มปรบมือให้กับเพื่อนเมื่อได้ยินคำพูดที่กินใจ การปรบมือให้กำลังใจกันและกันจึงตามมาอีกเป็นพรวน ทำให้บรรยากาศลดความขลัง เด็กบางคนที่กำลังจะพูด จึงรั้งรอไม่กล้าพูด และก็ไม่ได้พูดด้วยค่ะ เป็นเด็กหนุ่มๆราว 4-5 คนค่ะ ทำกิจกรรมจนถึง 11 โมงครึ่ง ฉันก็ให้เลิกเพื่อให้พวกเขาได้ไปทำกับข้าวร่วมกันตามสัญญาค่ะ

ซึ้งๆๆ จนน้ำไหลออกตาหลายคน
สวัสดีเจ้าค่ะ ป้าหมอจ๋า
น้องจิแวะมาดูป้าหมอเปิดใจ คิคิ โอ้โห จิตใจงดงามจังเลย คิคิ คิดถึงนะค่ะ รักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ --->น้องจิ ^_^
มาตามอ่านรวดเดียวเลยครบทุกบันทึก อิอิ
ผมไปประชุมที่สุราษฎร์เพิ่งกลับวันนี้ เอาโน้ตบุ๊คไปแต่ไม่มีสัญญาณ ซื้อซิมอินเทอร์เน็ตมาใช้ มือถือมีบลูทูธ แต่โน้ตบุ๊คผมไม่มีก็เลยเชื่อมกันไม่ได้ ลองเล่นด้วยเครื่องโอทูอะตอมแต่หน้าจอมันเล็ก คลิ๊กอะไรก็ไม่ค่อยทำงานเลยกลับมาเล่นที่บ้านดีกว่า
พอมาถึงบ้าน ปรากฏว่าสองวันที่ผ่านมาฝนตกหนักสงสัยสายโทรศัพท์มันชื้น ก็เลยทำให้ช้า....ก็เลยมาฝากไว้ที่นี่ที่เดียวนะเจ๊..อิอิ
ไปสวนป่าคราวนี้รู้กลยุทธ์ยืมมืออรหันต์ของพ่อครูบาเลย ไม่แน่จริงตายคาวงเลย อิอิ
แต่เห็นเด็กๆเขาเปิดใจกัน ผมว่าอนาคตเขาจะเป็นหมอที่ดีของสังคมแน่นอน
สิ่งที่พี่หมอเจ๊ พี่หมอชอบวิ่ง น้าอึ่งอ๊อบ พ่อครู..ฯลฯ ให้กับเด็กๆนั้นมีความสำคัญยิ่งนัก เขาจะรับรู้การให้โดยปริยาย เขาจะเข้าใจในการรับฟังปัญหาของคนไข้ เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น
ที่สำคัญประทับใจพี่หมอเจ๊...อุตส่าห์เดินทางจากกระบี่เพื่อทำหน้าที่ถึงบุรีรัมย์ เห็นกันหรือยังว่าคนใต้ใจถึง ฮ่าๆๆๆ
อ่านแล้วได้เปิดหูเปิดตา...
พร้อมกับเรียนรู้การเปิดใจ
ปัญหาต่างๆ คงน้อยลงถ้า "ฟัง" กันมากขึ้น
ขอบคุณค่ะ
:)
สวัสดีครับ
อ่านมาก รู้มาก
ทำมาก รู้มากกว่า
....
เลือก....ว่าอย่างไหนดี
....
น้าจึงเลือกทำ เสริมจากการอ่าน
สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ ความเป็นชีวิต
....
อาจมีหลากหลายคำถามว่า "มาทำไม" ไม่เป็นตรงกับที่เรียนเลย ไม่เห็นตรงกับการทำงานเลย
....
คำตอบไม่ได้อยู่ที่มาแล้วได้ตรงกับสิ่งที่อยากได้หรือไม่
แต่มันหมายถึงมาแล้วได้อะไรที่มากกว่าการที่ได้ตั้งหวังไว้
.....
กระบวนการที่เกิดในสวนป่า สอนทุกอย่างของความเป็นชีวิต และทุกสถานที่ในชีวิตเรา ก็สอนให้เข้าใจในความเป็นชีวิตเหมือนกัน เพียงแต่เรามักจะมองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป และเฝ้ามองหาแต่สิ่งที่เป็นเจริญ สิ่งที่เป็นวัตถุ สิ่งที่สำเร็จรูป พร้อมเสนอให้เราทำตามในสิ่งนั้น โดยลืมกระบวนการต่าง ๆ ที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้นที่กว่ามาถึงมือเรา........
หลากหลายอารมณ์ความรู้สึกของน้อง ๆ ที่ร่วมกันถ่ายทอดออกมา แสดงถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้และประมวลเพื่อจะถ่ายทอด เล่าสู่กันฟัง แต่นำไปต่อยอดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันก่อนออกไปเผชิญสู่โลกแห่งความเป็นจริง "เวที" นี้ สอนให้น้อง ๆ เข้าใจกันและกันมากขึ้น สอนให้น้อง ๆ รู้จัก เปิดตา เหิดหู เปิดใจพร้อมที่จะรับฟังซึ่งกันและกัน และต่อไปถึงการรับฟังผู้ป่วย เมื่อน้อง ๆ ต้องออกไปปฏิบัติงาน หลาย ๆ คนพูดทำให้น้าต้องน้ำตาซึม และไหลอาบแก้วในบางประโยค
ผมจะเป็นหมอที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ให้ได้ครับ กินใจเหลือเกิน
แค่เปิดใจให้กัน อุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน ก็จะเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว
สุดยอดค่ะน้อง
เสียดายไม่มีโอกาสลาน้อง ๆ เพราะต้องออกเดินทางก่อน อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่เกิดขึ้น ช่วยเสริมจิตใจให้กระบวนกร(หัดขับ)คนที่พร้อมที่จะนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปขับเคลื่อน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กรของตัวเอง
ขอบคุณทุกทุกคนจากใจ โดยเฉพาะพี่หมอเจ๊..."สุดยอด"