คนไข้ที่น่ามั่นใส้ที่สุด ในเวลานี้กลับมาเขียนบล็อกอีกแล้วครับ ฮิฮิ (คำพูดนี้เป็นของลูกศิษย์คนหนึ่งครับโทรมาสอบถามอาการพร้อมกับบอกอารมณ์หลังจากที่อ่านบันทึกของผมใน g2k)

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งครับที่ผมพยายามให้เวลากับการนอนพักครับ เนื่องจากการนอนแล้วยกขาให้สูงเข้าไว้ทำให้เท้าไม่บวมและลดอาการเสียวเวลาเปลี่ยนอริยาบทได้ดี แต่ช่วงบ่ายเกิดอุบัติเหตุนิดหนึ่งเนื่องจากเตาฟิกหกล้ม ผมก็เลยต้องลงไปนั่งกับพื้นเพื่อจะยกเตาฟิกขึ้นกลับมาอุ้ม ปรากฏปู่ของเตาฟิกมาช่วยไว้ได้ก่อน เหลือแต่ผมต้องใช้เวลาลุกขึ้นจากพื้น รู้สึกเจ็บขึ้นมานิดหนึ่งครับ 

ออ.วันนี้มีญาติ เพื่อนร่วมงานและอดีตรูมเมทสมัยเป็นนักศึกษามาเยี่ยม พอผมบอกว่าผมลื่นล้มในห้องน้ำ เพื่อนผมมันหัวเราะครับ จะไม่ให้หัวเราะได้งัยครับ ก็ตลอดสี่ปีที่เรียนมอ.ปัตตานี เพื่อนผมคนนี้มันนับจำนวนที่ผมลื่นล้มไม่ถ้วนแล้วครับ การลื่นล้มเป็นเรื่องปกติของผมจริงๆ ฮิฮิ ยกเว้นครั้งนี้

เอาล่ะครับเข้าเรื่อง 168 ชม.ครับ

วันศุกร์ตอนที่หมอมาตรวจ หมอพูดแบบบ่นๆ อยู่สองสามเรื่องครับ เรื่องแรกคือผมน่าจะลองยืน (โดยไม่ลงน้ำหนักที่เท้า) ได้แล้ว และอีกสองสามวันก็ลองหัดเดินกับไม้เท้าดู ซึ่งเมื่อวานหมอขอดูไม้เท้าที่ผมใช้อยู่เป็นประจำแล้วก็บอกว่า ผ่าน ฮิฮิ แต่สำหรับผมตอนนั้นมันไม่ผ่านแล้วครับ

เดือนเมษา ตอนเตรียมตัวไปนครปฐม ผมดูยางรองไม้เท้า แล้วคิดจะเปลี่ยนยางรองครับ เนื่องจากมันใกล้จะทะลุแล้ว แต่ไม่รู้คิดได้งัยว่า ไม่เปลี่ยนดีกว่า จะลองดูว่า ถ้าไปลูกยางรองไม้เท้าไปทะลุไกลบ้าน โดยผมไม่เตรียมลูกยางสำรองไป ผมจะเป็นอย่างไร? คิดแล้วก็กะว่า กลับจากงานนั้นค่อยเปลี่ยนแล้วกัน ปรากฏว่า ลูกยางรองคู่นี้ทนมากครับ ไม่ยอมทะลุ แต่นั่นแหละครับ เมื่อมันใกล้ทะลุมันจะไม่ค่อยเกาะพื้นแล้วครับ และการลื่นล้มครั้งนี้ ลูกยางรองไม้เท้าก็เป็นสาเหตุสำคัญครับ

ดังนั้นวันที่หมอให้ผมลองเดินใหม่ ผมยังไม่ได้ลองเดินครับ วันศุกร์ผมแค่ลงจากเตียงแล้วก็ยืนแล้วก็ขึ้นกลับไปนอน แล้วก็โทรให้ภรรยาเอาลูกยางรองไม้เท้าคู่ใหม่มาให้ ซึ่งกว่าจะมาถึงก็เป็นวันเสาร์ครับ เนื่องจากภรรยาผมอยากให้ผมได้เปลี่ยนเร็วๆ จึงฝากพี่ชายมาให้ ปรากฏพี่ชายไม่ทราบว่าผมอยากได้เร็ว จึงเอามาให้เช้าวันเสาร์ ผมจึงลงเดินครั้งแรกในตอนเช้าวันนั้นครับ ออ. ที่ลงเดินได้อย่างมั่นใจ เนื่องจากพยาบาลเข้ามาบอกว่า เมื่อกี้หมอเข้ามาแล้วสั่งว่าให้ผมเริ่มเดินได้แล้ว และพยาบาลจะมาคอยช่วยดูวิธีการเดินของผม แต่ผมบอกว่า ไม้ค้ำยันนี้ผมใช้มาเป็นสิบๆ ปีแล้วครับ (ต้องเอาสิบไปคุณกับจำนวนเต็มสักตัวหนึ่งครับจึงจะได้ค่าที่แท้จริง)

ไม้เท้าและลูกยางรองเป็นอะไหล่ชีวิตของผมจริงๆ ครับ ไม่ว่าผมจะย้ายไปอยู่ที่ไหน สถานที่แรกที่ผมจะต้องสืบหาจนรู้แหล่งคือ ร้านขายยางรองไม้เท้าครับ สมัยก่อนซื้อที่โรงพยาบาลครับ แต่หลังจากระบบหลักประกัน หรืออะไรต่ออะไรเข้ามา การซื้อของพวกนี้ต้องใช้หลักฐานทั้งหมดและซื้อได้ทีละคู่ ซึ่งผมรับไม่ได้เลยจริงๆ ครับ จึงต้องหาร้านที่ขายอย่างอิสระ สะดวกที่สุด

สถานที่บางลักษณะทำให้ผมมีต้นทุนสูงครับ เช่นพื้นที่ๆ เป็นทราย หรือขรุขระ เพราะมันจะทำให้ลูกยางรองไม้เท้าทะลุเร็วมาก ออ. ไม้เท้าใหม่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ลูกยางรองทะลุเร็วครับ บางครั้งใช้แค่สองวันลูกยางก็ทะลุแล้วครับ แล้วจะให้ผมไปซื้อได้ครั้งละคู่ได้อย่างไร เทคนิคง่ายๆ ของผมคือ ผมจะซื้อที่ละ 5 คู่ขึ้นไป แล้วก็ชวนคนขายคุยก่อน ซึ่งเทคนิคนี้ได้ผมมากครับ เพราะคนขายจะจำผมได้แม่น มาครั้งต่อไปก็เป็นลูกค้าประจำไปแล้วครับ ส่วนลดก็จะเยอะขึ้น ฮิฮิ

จังหวะที่ผมลงจากเตียง ซึ่งบังเอิญฐานรองจากเตียงขามันไม่เท่ากันทำให้โยงเยก กว่าจะลงจากเตียงเสียวน่าดูครับ แล้วบังเอิญว่า ขาซ้ายลงพื้นไปแล้ว แต่ขาขวา (ซึ่งเป็นขาเจ็บ) ติดอยู่บนฐานรอง ทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับลงแรงบนขาขวา เจ็บขึ้นมาทันทีเลยครับ ต้องถอยกลับไปตั้งหลักใหม่

พอเดินได้ ภาระกิจแรกที่ทำคือ เข้าห้องน้ำครับ ถ่ายจนสบายอารมณ์ เนื่องจากไม่ต้องเกรงใจแม่ที่ต้องดูแลผมตอนขับถ่ายครั้งที่นอนอยู่บนเตียง

อ่านต่อในบันทึกหน้านะครับ